ยักษ์ในตะเกียงวิเศษ

by kidmai

June 12, 2012

World Business Ways

0 comments

นิตยสาร World Business ways

มิถุนายน 2555

        สมัยผมเป็นเด็กเทพนิยายที่ผมชอบมากเรื่องหนึ่งก็คือ “อาลาดินกับตะเกียงวิเศษ” ชอบกลิ่นอายบรรยากาศชวนฝันในจินตนาการของอาหรับราตรี ชอบของวิเศษอย่างพรมวิเศษที่เหมือนเป็นเครื่องมือปลดปล่อยอิสระ ชอบการผจญภัยตามประสาเด็กผู้ชาย

        มาถึงยุคลูกผมอาลาดินก็ยังคงโลดแล่นเป็นขวัญใจเด็ก ๆ อยู่อย่างไม่รู้จักแก่ และหากมองต่อไปข้างหน้าก็เชื่อว่ายุคหลาน เหลนของผมตัวละครคลาสสิกตัวนี้ก็น่าจะยังอยู่ในใจเด็ก ๆ เช่นกัน

        และด้วยความเป็นอมตะของอาลาดินนี่เอง ทำให้มีการนำพล็อตของนิทานเรื่องนี้ไปดัดแปลง ไปประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย ให้เหมาะกับสถานการณ์ ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอยู่หลายพล็อต หลายเรื่อง แต่หลัก ๆ เมื่อพูดถึงอาลาดินที่จะต้องคู่กันมาก็คือ “ยักษ์ในตะเกียงวิเศษ” ที่ถูกปลดปล่อยออกมาด้วยความช่วยเหลือของอาลาดิน นำมาซึ่งพร 3 ประการที่ยักษ์มอบให้เป็นการตอบแทน

        กับพล็อตโปรดของผมนี้ก็เช่นกันอาลาดินปล่อยยักษ์ ยักษ์ให้พรแต่ยักษ์ใจดีกว่าปกติคือให้พรได้ไม่จำกัดข้อ แต่มึข้อแม้คืออาลาดินจะต้องขอพรข้อต่อไปในทันทีที่ยักษ์เนรมิตพรข้อก่อนให้เสร็จ หากยักษ์ทำเสร็จแล้วอาลาดินไม่สามารถขอพรต่อได้ ยักษ์จะกินอาลาดิน พูดง่าย ๆ คือหากหาเรื่องสั่งไม่ทันอาลาดินก็ตายนั่นเอง

        ฟังดูเผิน ๆ เหมือนก็น่าจะดีนะครับ เวอร์ชั่นขอพรแบบอันลิมิตนี่ก็น่าจะมีแต่คนชอบ ซึ่งถ้าผู้รับใจร้อน ด่วนได้ ไม่ตรองให้รอบคอบรีบโดดตะครุบอาจนำภัยมาสู่ตนแทนพรได้

ทำไมเป็นเช่นนั้น !

        อย่าลืมนะครับว่ายักษ์ตนนี้เป็นยักษ์วิเศษสามารถเสกได้ทุกสิ่งได้แบบทันใจ จะเอาอะไร เอาของ เอาเมือง จะไปที่ไหน สั่งปุ๊บยักษ์ทำให้เสร็จปั๊บ ดังนั้นหากใจเย็นเสียหน่อย หยุดและคิดต่อสักนิดจะเห็นได้ทันทีเลยว่าผู้ขอแทบจะไม่มีโอกาสได้เสพสุขจากพรข้อที่เพิ่งขอไปเลย ต้องรีบนึกแล้วสั่งต่อไม่งั้นจะตกเข้าเงื่อนไขของยักษ์นั่นคือ “ตาย” ไม่อยากตายต้องหาเรื่องสั่งต่อไปเรื่อย ๆ และเรื่อย ๆ ทำนายต่อซิครับว่าท้ายสุดแล้วคนขอจะสามารถขอได้ตลอดไหม ตอนจบคงหนีไม่พ้นโดนยักษ์กินนั่นแหละ

        ผมชอบพล็อตนี้เพราะสะท้อนภาพชีวิตคนเราจริง ๆ ได้ชัดดี ยักษ์ในตะเกียงวิเศษแท้จริงแล้วก็คือ ”ความคิด” ของเรานี่เอง ยักษ์วิเศษอย่างไร เนรมิตพรได้ทันใจแค่ไหน ความคิดของมนุษย์ก็เลิศไม่แพ้กันดลบันดาลสรรพสิ่งให้ได้ดั่งหวัง ทั้งยังไม่ต่างจากยักษ์คือต้องคอยหางานให้ทำไม่เช่นนั้นยักษ์ หรือความคิดนี้ก็จะทำร้ายเราเอาถึงตายได้ ลองนึกดูซิครับว่าจริงไหม เราถูกความคิดคอยบงการ คอยไสหัวไปทำโน่นนี่อยู่ตลอดไม่เคยที่จะว่างเว้นเลย ทั้งเมื่อใดที่หยุดก็เหมือนจะตายกันจริง ๆ

วิธีที่จะรอดจากยักษ์ตนนี้ได้มีทางเดียวคือเราต้องหางานที่สั่งครั้งเดียวแล้วยักษ์สามารถทำได้ตลอด

คำถามนี้มีคำตอบครับ

        ในนิทาน(แปลง)อาลาดินฉลาดพอที่จะสั่งให้ยักษ์ปีนต้นไม้ใหญ่ขึ้นแล้วก็ลง ลงแล้วก็ขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกว่าอาลาดินจะสั่งหยุด เพียงเท่านี้พระเอกของเราก็รอดตายแล้วทั้งยังคงพรวิเศษนั้นได้ด้วยคือเมื่อใดที่ต้องการให้ยักษ์ทำอะไรก็ค่อยสั่งหยุดแล้วขอพรต่อ ยักษ์เนรมิตให้เสร็จก็สั่งให้ยักษ์ปีนต้นไม้ต่อไป

        จิตเราก็เช่นกันครับหากเราไม่อยากตายเราก็ต้องหางานให้จิตทำแบบเดียวกับยักษ์ปีนต้นไม้ด้วยการให้จิตคอยตามรู้สิ่งใด สิ่งหนึ่งไปเรื่อย ๆ อย่างเช่นตามรู้ลมหายใจเข้าออกไปเรื่อย ๆ ตามรู้การเคลื่อนไหวของร่างกายไปเรื่อย ๆ เราจะใช้จิตเมื่อไหร่ก็ค่อยหยุด แล้วค่อยสั่งให้จิตคิดทำสิ่งนั้น ๆ คิดเสร็จก็มารู้ลม รู้กายต่อ

        ทำได้เช่นนี้เท่ากับเราเป็นนายของยักษ์อย่างแท้จริง มีพรอันลิมิตให้เราได้ใช้ตลอดไป เนรมิตประโยชน์ใหญ่ให้เราได้ไม่รู้จบ

ฉบับนี้เริ่มจากเทพนิยาย แต่จบนี่เป็นเคล็ดความสำเร็จในชีวิตทีเดียวนะครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *