มวยชีวิต

by kidmai

July 7, 2016

Happy+

0 comments

คอลัมน์ Family In Love นิตยสาร Happy+ กรกฏาคม 2559

        สมัยนี้เรื่องเล่น ๆ บางเรื่องก็อาจมีความสำคัญมากกว่าเรื่องจริง

        อย่างเรื่องของสันทนาการที่เดิมเป็นเสมือนของฟุ่มเฟือย มีก็ดีขาดก็ไม่เป็นไร แต่มาสมัยนี้บรรดาสันทนาการทั้งการบันเทิง เกม กีฬาล้วนกลายเป็นปัจจัยหลักของชีวิตไปแล้วจนการประกันสังคมของหลาย ๆ ประเทศรวมถึงประเทศเราเองต้องมีการขยายขอบข่ายจากเดิมที่มีเพียงแค่เรื่องการรักษาพยาบาล การสาธารณสุขให้ครอบมาถึงเรื่องของการสันทนาการ งานบันเทิงผ่อนคลายนี้ด้วย

        มองในแง่ดีก็อาจเป็นเพราะสังคมมั่นคงขึ้น คนไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นฐานอย่างปัจจัย 4 เท่าอดีตสันทนาการเลยกลายมาเป็นเรื่องสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตไปแทน 
และหากเจาะถึงประเภทของสันทนาการแล้วที่โดดเด่นขึ้นมามากในปัจจุบันจนเรียกได้ว่าทรงอิทธิพลอย่างยิ่งเห็นจะไม่มีอะไรเกินเรื่องของ “กีฬา”
 การถ่ายทอดสดฟุตบอลทัวร์นาเมนต์สำคัญสามารถกลายเป็นเรื่องการเมืองระดับประเทศได้ไม่ยาก เช่นเดียวกับนักกีฬาที่ครองหัวใจคนเชียร์ทั้งชาติก็สามารถกลายเป็นนักการเมืองระดับประเทศได้ไม่ลำบาก ไม่ต้องพูดถึงความรวย ความเด่น ความดังมีชื่อเสียงที่หลั่งไหลมาสู่นักกีฬาจนเด็กและเยาวชนจำนวนมากหันมาตั้งเป็นเป้าหมายของชีวิตมากกว่าอาชีพยอดฮิตอย่างหมอ วิศวะ หรือครูไปแล้ว
ปัจจุบันกีฬาจึงเป็นมากกว่ายาวิเศษ

        Happy + ฉบับกีฬาเป็นยาวิเศษนี้ผมจึงอยากจะเชิญชวนคุณมาเล่นกีฬากันครับ
 และกีฬาที่ผมเชิญชวนก็คือกีฬายอดนิยมอันดับต้น ๆ ของมนุษยชาตินั่นคือ “มวย”
ไม่ได้พูดเล่นนะครับ ผมชวนคุณมาขึ้นเวทีมวยชกกัน แถมยังเป็นมวยที่ไม่มีกฎกติกาอะไรวุ่นวาย ไม่ต้องมีการมาควบคุมเรื่องความปลอดภัยอย่างการใส่ฟันยาง การสวมเครื่องป้องกันศรีษะ น้ำหนัก ขนาดนวม หรือไม่ต้องมีการแบ่ง 15 ยก 12 ยกหรือ 4 ยกเพราะผมจะชวนคุณขึ้นชกมวยแบบดั้งเดิมที่ชกกันยกเดียวและไม่จำกัดเวลา และกติกาใด ๆ ใครอยากสู้เมื่อไหร่ก็ปีนข้ามเชือกเข้าเวที ใครอยากหลบออกมาเทรนก็มุดเชือกหลบมาหาโค้ชข้างนอก หรือใครอยากจะยอมเป็นผู้แพ้ก็โยนผ้าเข้าหมอบกราบกรานคู่ต่อสู้ขอเป็นทาสตลอดไปเมื่อไหร่ก็ได้เช่นกัน

        ซึ่งก็น่าตกใจเหลือเกินที่ขนาดกติกายืดหยุ่นปานนี้แล้วแต่นักชกจำนวนมากกลับเลือกที่จะโยนผ้ายอมแพ้ตั้งแต่ระฆังยังไม่ตีเริ่มยก ทั้งที่หากยอมเสี่ยงสู้แล้วเกิดชนะขึ้นมาผลตอบแทนที่จะได้นั้นต้องบอกว่าสุดแสนจะคุ้มค่า รางวัลนี้มีค่ายิ่งกว่าทรัพย์สินเงินทองของอภิมหาเศรษฐีทุกคนในโลกนี้มารวมกันเสียอีก และที่สำคัญที่สุดคือหากขึ้นชกตอนนี้เรามีโอกาสชนะสูงทีเดียวเพราะยังมีคำแนะนำจากสุดยอดโค้ชเก่งที่เคยเทรนนักมวยรุ่นก่อนเราชนะได้แชมป์กันมากต่อมากแล้วมาเทรนให้อยู่ ที่หากปล่อยเวลาเนิ่นไปคำสอนที่ได้ผลของโค้ชท่านนี้อาจเลือนหายไป จนเราแม้อยากจะชกก็ต้องอาศัยลูกมั่วจนแทบไม่มีโอกาสชนะกันเลย
ครับ

        ผมกำลังพูดถึงสุดยอดโค้ชอย่างพระพุทธเจ้าที่ท่านทรงเป็นยอดแห่งผู้ฝึกสอนที่พร้อมจะจัดให้มนุษย์อย่างเราได้มีโอกาสขึ้นเวทีชกชิงแชมป์จักรวาลกับกิเลสบนเวทีแห่งสังสารวัฏรนี้ได้อย่างไม่เป็นรอง
ทีเสียเงินแพง ๆ ไปเข้ายิม จ้างเทรนเนอร์ส่วนตัวมาฝึกยังทำได้ นี่ไม่ต้องเสียอะไร แค่ตั้งเป้าว่าจะขอฟาดฟันกับกิเลสที่ครองแชมป์มานานให้เป็นศักดิ์ เป็นศรีแก่มนุษยชาติกันบ้างจะรั้งรออะไร

        เริ่มจากฝึกการฟุตเวิร์ก ซ้อมจังหวะย่างก้าวบนเวทีของเราให้เป็นไปอย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และว่องไวจนคู่ต่อสู้ทำอะไรไม่ได้ด้วยการตั้งใจรักษาศีลแค่ 5 ข้อพื้นฐานที่เราเรียนมาแต่เด็กนี่ล่ะ รักษาไว้ให้มั่นคงก็จะทำให้ขาเราคงมั่นอย่างหาอะไรมาสั่นคลอนไม่ได้

        จากนั้นก็มาฝึกกล้ามเนื้อให้มีกำลัง ให้กล้ามเป็นมัด สะสมพลังนี้เก็บไว้ใช้ยามต้องการออกหมัดเผด็จศึกด้วยการนั่งทำสมาธิ ยุติความฟุ้งซ่านทั้งปวงจะด้วยการดูลมหายใจเข้าออก หรือมารู้การเคลื่อนไหวของร่างกายก็ได้ทั้งนั้น ไม่ได้ต้องลงแรงไปยกลูกเหล็กให้ฝืนสังขารกันจริง ๆ เมื่อไหร่

        สุดท้ายก็มาฟังโค้ชอบรมบ่มเพาะปัญญา เรียนรู้มายาของคู่ต่อสู้เพื่อที่จะได้ใช้ปัญญาของเราในการหาช่องโหว่เลือกหมัดที่จะน็อกคู่ต่อสู้ได้ ด้วยการศึกษาคำสอนจากโค้ช หรือผู้ช่วยโค้ชที่ได้รับความยอมรับจะฟังท่านสอนตอนขับรถไปทำงาน หรือนั่งอ่านที่บ้านยามสะดวกก็ได้เพราะเดี๋ยวนี้มีคำสอนเผยแผ่อยู่มากมายในหลายทาง

        ทั้งหมดนี้ทำได้เลย ทำได้ในชีวิตปกติ ตื่นมาก็ตั้งใจรักษาศีล มีเวลาก็ทำสมาธิ ก่อนนอนก็นั่งหลับตาลงเอาสติขึ้นเวทีไปฟาดฟันกับกิเลสตัวเอ้ด้วยศีล สมาธิ ปัญญาที่เราฝึกมาดีแล้วนั่นเลย
ผลเป็นอย่างไรไม่ต้องสน กิเลสไม่ตายแต่ก็มีสะเทือนกันบ้างล่ะ

        ก็แหม..กิเลสเขาครองแชมป์ไร้คนกวนใจมานาน พอมีคนมาแย็บแหย่ ๆ ต้องมีหงุดหงิดกันบ้าง แย็บไปเรื่อยใครจะรู้จังหวะดีเราอาจมีอัพเพอร์คัตเสยปลายคางน๊อกครองแชมป์แบบไร้ผู้ท้าชิงอีกตลอดกาลนี้ได้เลย

มาเล่นกีฬาให้เป็นยาวิเศษ (จริง ๆ) กันครับ

Read more

สู่..ความสำเร็จ

by kidmai

July 6, 2016

Happy+

0 comments

คอลัมน์ Family In Love นิตยสาร Happy+ มิถุนายน 2559

        สมัยโลกาภิวัตน์วิถีชีวิตเปลี่ยนไปจากเคยตามข่าวด้วยการอ่านหนังสือพิมพ์ต้องเปลี่ยนไปตามในโลกไซเบอร์ ไม่เว้นแม้กระทั่งการตามข่าวกีฬา ความเคลื่อนไหวของฟุตบอลทีมโปรดของตัวเองที่ผมก็ต้องอาศัยเข้าไปอ่านในหน้าแฟนเพจของกลุ่มแฟน ๆ ที่ตั้งกันขึ้นมาแทนเช่นกัน

        ก็สนุกดีครับได้อ่านไปอมยิ้มไปกับคำหยอก คำแซวของน้อง ๆ หลาน ๆ ที่โพสต์กันด้วยสำนวนภาษาที่ชวนหัว แต่มาระยะหลังเริ่มสะดุดใจกับวิถีการเชียร์ที่แสดงให้เห็นว่าหากเกมนั้นทีมรักทำท่าจะพ่ายแพ้ก็จะมีแฟนจำนวนไม่น้อยเลยที่ปิดทีวีหนีก่อนเกมจะจบ สะดุดก็เพราะสงสัยว่าสมัยนี้เขาดูกีฬากันเพื่อหวังเฉพาะผลชนะล่ะหรือ หากเกมไหนน่าจะไม่ได้ผลอย่างที่หวังก็ไม่ดูกันเลยล่ะหรือ

        ฉุกใจจนอดอดถามตัวเองไม่ได้ว่าตั้งแต่ดูฟุตบอลมาตัวเคยปิดทีวีก่อนจบไหม

        คำตอบคือไม่ !

        ไม่..เพราะต้องการเห็นการต่อสู้ด้วย “จิตวิญญาณ” ของนักกีฬา ในเกมกีฬา แพ้แน่ ๆ แต่ยังสู้นั้นน่าชมนัก เหมือนที่เราเคยเห็นภาพนักวิ่งที่เกิดอุบัติเหตุจนกะเพรกเดินแทบไม่ไหวแต่ยังสู้พยายามคลานจนเข้าเส้นชัย มันไม่ได้มีเรื่องของผลการแข่งขันเลย มันมีแต่เรื่องของความภูมิใจกับความเป็นมนุษย์ผู้ไม่ยอมแพ้

        นี่ล่ะครับคุณค่าที่ควรกับการเสียเวลารับชม

        เขียนแล้วนึกถึงตัวอย่างจริงที่ผมเคยพาลูกสาวทั้ง 2 เข้าไปชมฟุตซอลชิงแชมป์โลกระหว่างทีมชาติไทยของเราพบกับสเปน แม้ผลการแข่งขันเราจะพ่ายไปยับเยินถึง 7 ต่อ 1 แต่หนึ่งประตูที่เรายิงได้นี่แหละครับสำคัญนัก

        ต้องยอมรับว่าเราเป็นรองทีมอันดับ 1 ของโลกอย่างสเปนอยู่มากแม้ครึ่งแรกเรายังพอลุ้นโดนนำอยู่เพียง 2 ลูกแต่พอกลับมาครึ่งหลังสกอร์ก็เริ่มไหลไปเป็น 3 4 5 6 จนถึง 7 หมดทางกลับมาชนะโดยสิ้นเชิง แต่สิ่งที่คนไทยในสนามวันนั้นได้เห็นไม่ใช่อาการท้อถอย หมดหวังจนอยากจะให้หมดเวลาไปแต่กลับเป็นการได้เห็นความทุ่มเทของนักเตะไทยเราที่ยังคงวิ่งกันเต็มที่ทุกคน ทุกลูก ไล่ไม่ทันก็ไล่ สู้ไม่ได้ก็สู้ จนคนดูทุกคนในสนามสัมผัสได้ถึงใจอันเกินร้อย ชัดขนาดรู้สึกว่าจะเป็นความผิดมากที่สุดหากจะหนีออกจากสนามก่อน จนก่อนหมดเวลานิดเดียวเราก็ได้ประตูตีไข่แตก วินาทีที่บอลซุกตาข่ายนั้นสนามแทบแตก ไม่ได้ดีใจที่ยิงได้ทำให้เสมอหรือชนะ แต่ดีใจที่ในที่สุดความพยายาม ไม่ท้อถอย มุ่งมั่นก็ได้สิ่งตอบแทน ทุกคนสัมผัสถึงรางวัลแห่งความทุ่มเทไม่ยอมแพ้นั้นว่ามันหอมหวนขนาดไหน ผมดีใจมากที่เด็ก ๆ ได้สิ่งมีค่าที่สุดของกีฬา เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จนั่นก็คือความเพียรพยายามอย่างไม่ย่อท้อต่อหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบโดยไม่คำนึงว่างผลจะออกมาเช่นไร

        เขียนเรื่องความเพียรนี้แล้วเห็นจะไม่มีตัวอย่างไหนเหมาะสมมากไปกว่าธรรมะจาก พระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก ที่หลังจากพระมหาชนกทรงครองราชย์แล้ว พระองค์ทรงระลึกถึงความหลังที่ทรงทำความเพียร ณ ท่ามกลางมหาสมุทร จึงทรงมนสิการ (รำพึง)ในใจว่า

        “ขึ้นชื่อว่าความเพียร ควรทำแน่แท้ ถ้าเราไม่พยายามว่ายน้ำกลางทะเลจนถึงวันที่ 7 เราคงตายไปกลางทะเลแล้ว คงจักไม่ได้ราชสมบัตินี้” เมื่อพระองค์ทรงอนุสรณ์ถึงความเพียรนั้น ก็เกิดปีติโสมนัสซาบซ่าน จึงทรงเปล่งอุทานด้วยพระกำลังปีติว่า

        “บุรุษผู้เป็นบัณฑิต ควรพยายามร่ำไป ไม่ควรเบื่อหน่ายในกิจของตน จงดูเราซึ่งได้ขึ้นสู่บกและได้ครองราชสมบัติเป็นตัวอย่าง คนเป็นอันมากเมื่อกำลังประสบทุกข์ จะไม่ตั้งใจทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แต่เมื่อได้รับความสุข จึงตั้งใจทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ ส่วนบุคคลผู้มีปัญญา ถึงแม้กำลังประสบทุกข์ก็ไม่สิ้นหวังว่าจะไม่ได้ประสบสุข เพียรสู้ทนทำหน้าที่ของตนอย่างสุดความสามารถ ย่อมจะประสบความสำเร็จแน่นอน เพราะว่าสิ่งที่มิได้คิดไว้ล่วงหน้าอาจเกิดขึ้นก็ได้ สิ่งที่คิดไว้ล่วงหน้าอาจไม่เกิดขึ้นก็ได้ ทรัพย์สมบัติทั้งหลายของบุรุษหรือสตรีไม่อาจสำเร็จ (เกิดขึ้น) ได้เพียงแค่ความคิด (แต่สำเร็จลงได้ด้วยการลงมือกระทำเท่านั้น)”

        หันมามองสังคมทุกวันนี้ เรามุ่งกันแต่ให้ได้ผลจนละเลยที่จะสร้างเหตุ อันเป็นการกระทำที่สวนทางกับทางสู่ความสำเร็จ นั่นคือ หลักของอิทธิบาท 4 ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา

        ขอเพียงเริ่มได้ถูกคือการมีฉันทะความพึงพอใจในงานที่ทำ ก็จะส่งต่อให้เรามีวิริยะ ความขยันหมั่นเพียร รวมถึงมีจิตตะ สมาธิ มุ่งมั่นในการทำงานนั้น ทั้งยังส่งต่อให้เกิดวิมังสาการใคร่ครวญพิจารณาพัฒนางานนั้น และแน่นอนหากทำตามนี้ผลของงานย่อมออกมาดี เมื่อผลดีย่อมนำความชื่นใจมาสู่ผู้ทำก่อเกิดฉันทะหรือความพึงใจมากขึ้นไปอีก

        สุดท้ายผลลัพธ์ที่เกิดย่อมหนีไม่พ้นความสำเร็จ แม้อาจจะไม่ได้สำเร็จจนถึงอันดับ 1 ด้วยเพราะปัจจัยแวดล้อมอื่นยังไม่พร้อม แต่ย่อมสำเร็จในการชนะตัวเอง นำความภาคภูมิใจมาสู่ตัวเองและผู้เกี่ยวข้อง

        และที่คนจำนวนมากไม่ประสบความสำเร็จก็เพราะเขาไม่ได้นำธรรมหมวดนี้มาใช้ โดยเฉพาะขั้นเริ่มต้นที่มักจะใช้ผิดจากฉันทะ เป็นตัณหาหรือความอยากในการนำทางแทน

        เมื่อใช้อยากนำ ขยันก็ไม่มี สมาธิก็ไม่มา พิจารณาแผนก็ไม่ทำ เพราะเอาแต่มุ่งหวังที่ผล และแน่นอนอีกเช่นกันผลงานออกมาย่อมมีโอกาสล้มเหลวมากกว่าสำเร็จ ทำให้ยิ่งหมดกำลังใจ ท้อถอยมากขึ้นอีก

        ข้อต่างของคนสำเร็จคือรักจะสร้างเหตุโดยไม่หวังผล ขณะที่คนล้มเหลวกลับกันคือรักจะเอาผลโดยขี้เกียจสร้างเหตุ

        happy + ฉบับนี้หนักไปทางด้านกีฬาก็เพื่อขอร่วมแสดงความยินดีกับน้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ที่มีความเพียรจนสำเร็จนำพาตนเองขึ้นสู่คนไทยที่ 1 ให้เป็นที่ภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ เป็นที่ 1 ในใจคนไทยทุกคนจากความมุ่งมั่นพยายามของน้องที่ได้แสดงให้คนทั้งชาติได้เห็นและเป็นแบบอย่างที่ดีนี้

        ขอแสดงความยินดีครับ !

Read more