Category : Bangkok Weekly

ทฤษฏี

by : Admin      2014-05-21      Bangkok Weekly      0 comments

คอลัมน์ คิดใหม่ดอตคอม นิตยสารบางกอก
วันอังคารที่ 10 มีนาคม 2557

        ฉบับก่อนเพิ่งคุยเกี่ยวกับการวิจัยไปฉบับนี้ก็ขอต่ออีกนิดนะครับ         ทฤษฏี หรือ Theory ที่เหมือนเรื่องไกลตัวนี้แท้จริงแล้วใกล้ตัวเราย่างยิ่ง เกือบทุกสิ่งที่เราเกี่ยวข้องล้วนต้องอาศัยทฤษฏี ไม่ว่าเพื่อการนำไปใช้ผลิตสินค้าออกมาขายให้เรา เพื่อการออกแบบระบบริหารให้เราใช้ หรือแม้แต่เพื่อให้วิธีในการดูแลลูกของเราเอง         หลายคนบอกไม่จริง ตั้งแต่เกิดมาจนจะตายนี่แล้วยังไม่เห็นได้รู้จักเลยสักทฤษฏี         ใครที่รู้สึกเช่นนั้นก็ไม่แปลกครับ เพราะทฤษฏีเป็นเหมือนฉากหลังก่อนที่จะให้กำเนิดเป็นผล หรือเป็นเหมือนเมล็ดพันธ์พืชที่ฝังอยู่ใต้ดินที่เราไม่เห็นแต่เราก็ได้กินผลของมันจากต้นบนดินนั่นเอง         ซึ่งหากอยากจะพูดถึงชีวิตแบบปลอดทฤษฏีจริง ๆ ก็คงต้องย้อนอดีตไปตั้งแต่ก่อนจะมีหลักวิชาการ หรือก่อนจะมีนักวิชาเกินออกมามีบทบาทในสังคม ในยามที่บรรพบุรุษเราพวกท่านอยู่และโตได้โดยไม่ต้องอาศัยทฤษฏี         แต่การบอกว่าไม่มีทฤษฏีนั้นไม่ใช่หมายความว่าพวกท่านไม่มีความรู้นะครับ บรรพบุรุษเรามีความรู้มากมายมหาศาลเกินที่เราคิดไว้เยอะ ท่านรู้เรื่องดินฟ้าอากาศดีกว่ากรมอุตุนิยมวิทยา ท่านรู้เรื่องพืชผลเกษตรดีกว่านักวิชาการเกษตร ท่านรู้แม้แต่การเดินเรือมากกว่ากัปตัน กลาสี         แต่ความรู้เหล่านี้สะสมและถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ดำรงอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับความรู้นั้น ชุมชนชายทะเลก็มีพูมิรู้เรื่องประมง ชุมชนชาวเขาก็มีความรู้เรื่องป่า         แต่มาเดี๋ยวนี้เรามีการจัดการความรู้ มีการรวบรวม ทดสอบ พัฒนาองค์ความรู้จนออกมาเป็นทฤษฏี ให้ชนรุ่นหลังได้นำไปใช้         ฟังดูน่าจะดี แต่เคยสงสัยไหมครับว่าทำไม ทำไปทำมาดูเหมือนทฤษฏีทั้งหลายกับไม่สามารถสู้กับภูมิปัญญาของผู้เฒ่าผู้แก่ได้ โดยเฉพาะในแง่การใช้งานจริง         นั่นก็เพราะวิชาการสมัยใหม่เป็นการเรียนแบบแยกส่วน ซึ่งอาจทำให้ดูมีสาระละเอียดลึกซึ้ง แต่เมื่อนำมาใช้ในชีวิตจริงที่มีองค์ประกอบแวดล้อมอีกมาก ทฤษฏีนั้นจึงทำงานไม่สำเร็จ         และหากนึกให้ดีว่าเราเรียนเพื่ออะไร “เรียนเพื่อรู้” หรือ “เรียนเพื่อใช้” คำตอบนั้นชัดเจนว่าเราย่อมต้องเรียนเพื่อนำไปใช้งาน แล้วสิ่งที่ระบบการเรียนยุคนี้สอนพาเด็ก ๆ ไปสู่จุดนั้นได้ไหม         ตอบได้ทันทีว่าไม่ได้ และนี่เองที่ทำให้เด็กที่เรียนในแนวทางเช่นนี้จึงโตขึ้นมาแล้ว ยิ่งช่วยตัวเองไม่ได้ ยิ่งคิดไม่เป็น ยิ่งใช้ชีวิตไม่ถูก         จะปฏิรูปการศึกษากันต้องเริ่มที่จะกล้าเชื่อว่าทฤษฏีจำนวนมากหรือเกือบทั้งหมดที่ผลิตหลักสูตรการศึกษาเช่นนี้ขึ้นมานั้นยังไม่เหมาะสมนัก หรืออย่างน้อยก็ในยุคนี้ หากไม่กล้ารื้อฐานความรู้ ความเชื่อเดิมทิ้งจะปฏิรูปการศึกษาอีกกี่รอบก็ช่วยไม่ได้ครับ อย่าไปยึดกับทฤษฏีมากนักเลยครับ นักวิชาการทั้งหลาย


แสดงความคิดเห็น