Category : สุขสโมสร

ห้องวิเศษ

by : Admin      2012-01-17      สุขสโมสร      0 comments

คอลัมน์ Family In Love

นิตยสาร สุขสโมสร เดือน มกราคม 2555

        เดือนก่อนผมเปิดคอลัมน์นี้ไปกับการอรรถาธิบาย ขยายความคำสามัญที่เราคุ้นที่สุด และเป็นสิ่งที่เราอยากได้ อยากสร้างให้สมบูรณ์แบบที่สุดนั่นคือคำว่า “ครอบครัว” ที่รากฐานทั้งหมดของความฝันใฝ่จะมีครอบครัวที่อบอุ่นนี้ผมเห็นว่าเริ่มมาจาก “ห้องครัว” นี่เอง หวังว่าเดือนที่ผ่านมาจะมีคุณแม่ที่หันกลับไปใช้พื้นที่ครัวในบ้านให้เต็มที่ให้เป็นแหล่งผลิตความรัก ความอาทร ความห่วงใยไปสู่สมาชิกในบ้านนั้นให้มีแต่ความรักกันยิ่งๆ ขึ้นนะครับ         นั่นเป็นเหมือนบทนำ เกริ่นเริ่มต้นกันยังไม่ได้ทักทาย แนะนำตัวกันให้สมกับวัฒนธรรมอันดีของสังคมเราคือไปลา มาไหว้ ซึ่งผมก็ขอไหว้งามๆกล่าวคำว่าสวัสดีทุกท่านอย่างเป็นทางการตรงนี้ด้วยนะครับ         พื้นที่ตรงนี้ผมได้รับมอบหมายให้มาร่วมกันแบ่งปันสิ่งละอัน พันละน้อย เกร็ดเล็ก เกร็ดน้อยที่ผมผ่านมาเองบ้าง ได้ยิน ได้ฟังผู้หลัก ผู้ใหญ่บอกมาบ้าง ได้ศึกษาตำรับ ตำราสนทนากับผู้รู้ ผู้ชำนาญการบ้าง มาเล่าสู่กันฟังเพื่อให้คุณผู้อ่านอาจนำไปใช้สร้างสายใยรักในครอบครัวของแต่ละท่านให้แน่นแฟ้น เข้มแข็งขึ้น ครั้งก่อนเริ่มที่ห้องครัว แล้วครั้งนี้คุณคิดว่าห้องไหนครับที่เป็นห้องวิเศษที่มีความสำคัญมากๆในการทำบ้านของเราให้กลายเป็นบ้านแสนรัก ? … … เฉลย ห้องวิเศษที่ผมพูดถึงอยู่นี้ก็คือ “ห้องพระ” ครับ         ใช่ครับ ห้องที่บางบ้านไม่มี บางบ้านมีเพียงจัดเป็นมุมเล็กๆ หรือเพียงแค่หิ้งแขวน ขณะที่บางบ้านจัดเป็นสัดส่วนเล็กใหญ่ตามความเอื้อของแต่ละบ้าน แต่ที่สำคัญกว่าความเล็กใหญ่ อลังการก็คือการได้ใช้งานร่วมกันของสมาชิกในครอบครัวครับ         บางบ้านหรือที่จริงอาจต้องเรียกว่าคฤหาสน์มีห้องพระที่ใหญ่มากๆ มีพระพุทธรูปหายากจำนวนมากจนบางพิพิธภัณฑ์อาจอาย และก็เป็นดั่งพิพิธภัณฑ์คือคนในบ้านแทบไม่ได้ใช้กันเป็นเหมือนห้องโชว์แขกเหรื่อที่แวะมาเยี่ยมเยียน หรือเป็นห้องเก็บสมบัติโบราณล้ำค่า เช่นนี้ห้องพระนั้นยังสู้หิ้งพระเล็กๆ ที่บูชาพระไม่กี่องค์แต่พ่อแม่ลูกได้ร่วมกันสวดมนต์ก่อนนอนทุกคืน         และถ้าใช้ห้อง(หรือหิ้ง)พระเป็นคือการสำรวมระวัง ไม่ใช้อารมณ์ ไม่โกรธเกรี้ยว ด่าทอ หรือโวยวายใส่กันในยามที่อยู่ต่อหน้าพระ นั่นจะยิ่งทำให้พระเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจที่เป็นทั้งนามธรรมและรูปธรรมได้จริงๆ         จะทะเลาะอะไรกันมา จะโกรธเคืองใครอยู่แต่เมื่อถึงเวลาสวดมนต์อยู่กันหน้าพระพุทธรูปคุณพ่อคุณแม่จะเป็นตัวอย่างที่ดีด้วยการลดละโทสะอันนั้นและให้ดีที่สุดคือทุกครั้งที่สวดมนต์ ก็ให้มีเมตตาจริงๆ แผ่ออกมาทุกครั้ง เช่นนี้ลูกๆ ที่ได้ซึมซับความร่มเย็นนี้ทุกคืนก่อนนอนย่อมนอนหลับด้วยใจอันสงบ ไม่มีกังวล มีความมั่นคงในความรักของพ่อแม่ มีความรู้สึกปลอดภัยกับชีวิตน้อยๆ ของเขาเช่นนี้จะไม่ทำให้บ้านอบอุ่นมีความสุขได้อย่างไร         หรือจะมองในแง่เป็นกุศโลบายก็ได้ ชีวิตคู่ย่อมมีกระทบกระทั่งกันเป็นธรรมดาหลายครั้งที่บานปลายก็เพราะขาดจังหวะเบรกให้ได้หยุดทำใจกัน แต่เมืีอทุกคืนเรามีจังหวะพักห้ามโกรธ บึ้งตึงให้ลูกเห็นแล้ว เกือบทุกคดีที่ทะเลาะกันก็มักจะสลายไปได้ในพริบตาที่หยุดนั้น ตัดโอกาสของการบานปลายไปได้เกือบทั้งหมด         และเมื่อทุกคนมีความร่มเย็นในทุกคืนเด็กๆ จะมีความรู้สึกที่ดีต่อพระ เพราะทุกครายามอยู่หน้าพระพ่อแม่ดีกัน พ่อแม่ไม่ด่าว่าเขา ทุกคนมีเมตตาแผ่กระจาย ความรู้สึกที่มีจริงแต่จับต้องไม่ได้นี้จะฝังอยู่ในก้นบึ้งของใจเขา เมื่อยามเติบใหญ่มีปัญหาชีวิตแทนที่เขาจะมุ่งหาอบายมุขในการดับทุกข์ เสี้ยงลึกในใจยี้จะทำให้เขานึกถึงพระ นึกถึงวัดขึ้นมาได้ และนั่นเป็นโอกาสดีที่เขาจะได้ไตร่ตรองปัญหาด้วยปัญญามิใช่อารมณ์ เห็นไหมครับ ประโยชน์ใหญ่ปานนร้จะไม่ให้ผมเรียกห้องนี้ว่าห้องวิเศษได้อย่างไร คืนนี้อย่าลืมกลับไปปัดฝุ่นหิ้งพระ หาหนังสือสวดมนต์เล่มเล็กๆ มาสวดกันพร้อมหน้าทุกคนในห้องวิเศษประจำบ้านนะครับ


แสดงความคิดเห็น