Category : Intania

พลเมืองดี

by : Admin      2018-09-06      Intania      0 comments

พลเมืองดี 


อะไรคือความรู้ หรือความรู้คืออะไร ดูจะเป็นคำถามที่ตอบได้ไม่ยาก ซึ่งส่วนมากคำตอบก็จะออกในแนวว่าความรู้คือข้อมูลที่เป็นความจริง


แต่หากลองนึกให้ถ้วนถี่อีกทีอาจตอบคำถามนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิดก็ได้ เอาง่าย ๆ แค่หากถามต่อไปอีกว่าแล้วถ้าข้อมูลที่ว่าเป็นความจริงนั้นคนจำนวนมากไม่เชื่อล่ะเรายังจะเรียกว่าเป็นความรู้อยู่ไหม ที่ยกตัวอย่างได้ชัดที่สุดก็เช่นเมื่อไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมานี้เองที่ข้อมูลที่เป็นความจริงอย่างโลกนี้มีลักษณะเป็นทรง (เกือบ) กลม แต่คนที่บอกความจริงนี้ให้แก่เพื่อนมนุษย์กลับไม่มีใครยอมเชื่อแถมยังหาว่าคนพูดเป็นบ้าถึงขนาดเอาไปฆ่า ไปแกงกันเลยทีเดียว ถ้าเช่นนั้นความรู้ว่าโลกกลมจะถือว่าเป็นความรู้สำหรับยุคที่คนทั้งโลกเชื่อว่าโลกแบนไหม


ในมุมกลับกันคือหากความรู้นั้นไม่ใช่ความจริงแต่คนกลับเชื่อกันมากแบบนี้ล่ะจะเรียกความรู้ไหม ตัวอย่างก็เช่นตัวอย่างเดิมคือความรู้ว่าโลกแบนนั้นเป็นความรู้ที่ผิดแต่เพราะเชื่อกันทั้งโลก การเรียน การสอน การบอกกล่าวก็ไปทางเดียวกันคือโลกแบน หากสมัยนั้นมีตำราเรียน หนังสือวิทยาศาสตร์ของยุคนั้นก็จะสอนให้นักเรียนมีความรู้ว่าโลกแบน


ยกตัวอย่างเล่น ๆ แต่ก็น่าคิดไม่น้อยว่าสิ่งที่เราเรียกว่าเป็นความรู้ในปัจจุบันนี้อาจมีความรู้ประเภทโลกแบนเมื่อหลายร้อยปีก่อนไหม เรามีความเชื่ออะไรที่เชื่อผิดกันทั้งโลกอยู่บ้างไหม หรือเรามีกำลังฆ่าใคร (ทางความน่าเชื่อถือ) เพราะเขาบอกสิ่งที่เป็นความจริงแต่มหาชนคนทั้งโลกไม่เชื่ออยู่บ้างไหม ไม่แน่ว่าแม้แต่เราจะมั่นใจในวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีของเราว่าสามารถพิสูจน์สารพัดสิ่งได้แล้วก็ตามก็ยังอาจจะมีที่เชื่อผิดอยู่อีกไม่น้อยโดยเฉพาะในความรู้ที่วิทยาศาสตร์ไปไม่ถึงที่ต้องรอเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์กันต่อไปว่าความรู้ใดขณะนี้เป็นความรู้โลกแบนบ้าง


แต่ทำไมถึงยกเรื่องความรู้นี้มาพูด คำตอบก็เพราะโลกปัจจุบันที่แข่งขันกันที่ความรู้ ผู้ชนะในเกมไม่ว่าจะเกมเศรษฐกิจ การเมือง หรือแม้แต่การใช้ชีวิตประจำวันตัดสินกันที่ใครมีความรู้มากกว่า 

ผู้มีความรู้มากกว่าย่อมเลือกลงทุนได้ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพกว่า

ผู้มีความรู้มากกว่าย่อมเข้าใจประชาชนว่าต้องการอะไรและสามารถตอบสนองได้โดนใจกว่า

ผู้มีความรู้มากกว่าย่อมใช้งานเทคโนโลยีได้เต็มประสิทธิภาพมีชีวิตที่โดดเด่นกว่า


โลกสมัยนี้ไม่ใช่แข่งกันที่มัดของกล้ามเนื้อว่าใครแข็งแรงกว่าก็ครองเผ่าไป ไม่ได้แข่งกันที่อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใครมีปืนใหญ่มากกว่าก็ครองอาณาจักรไป หรือไม่ได้แข่งกันที่เงินทุนใครเป็นปลาใหญ่ก็กินปลาเล็กไปอีกแล้ว สมัยนี้แม้ไม่มีเงินแต่มีความรู้ก็สามารถขึ้นมาครองโลกได้

ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญต่ออาวุธคุณภาพสูงนี้ให้ชัดเพื่อที่จะได้แสวงหาได้ถูก ไม่เช่นนั้นอาจได้อาวุธปลอมหมดสิทธิ์ชนะในเกมได้

ใครมีอาวุธจริงที่มีเวอร์ชั่นสูงกว่าย่อมได้เปรียบ และหากจะแยกแยะเวอร์ชั่นต่าง ๆ ของความรู้ก็อาจพอแยกแยะความแตกต่างได้ตามลำดับนี้ (ความเห็นผู้เขียน)

ข้อมูล -> ข่าวสาร -> ความเชื่อ->ความรู้ -> ประสบการณ์ -> ญาณปัญญา


โดยข้อมูลก็คือข้อมูลที่จะถูก จะผิดยังไม่รู้ถือเป็นขั้นหยาบสุด ต่อมาคือการนำข้อมูลนั้นมาประกอบกันขึ้นเป็นข่าวสารที่มีเนื้อหาเพิ่มขึ้นมาแต่จะยังเป็นจริงหรือไม่นั้นก็ยังไม่แน่ ที่หากข่าวสารนั้นมีคนจำนวนมากในสังคมเห็นด้วยก็จะพัฒนามาเป็นขั้นความเชื่อที่จะถูกหรือผิดก็ยังไม่แน่ชัด จนต่อเมื่อพิสูจน์ได้แล้วว่าความเชื่อนั้นเป็นความจริงนั่นแหละถึงจะก้าวเข้าสู่ขั้นของความรู้ และถัดจากความรู้ก็ยังมีขั้นของประสบการณ์ที่สูงกว่าความรู้ เพราะความรู้นั้นเป็นสิ่งที่คนอื่นบอกหรือสอนมา แต่ประสบการณ์นั้นเป็นสิ่งที่เราประจักษ์เอง เป็นของมั่นคงแน่นหนาขึ้น และสุดท้ายคือขั้นที่เรียกว่าญาณปัญญา เป็นปัญญาอีกประเภทที่เหนือกว่าทั้งหมด หากเปรียบก็คงเป็นปัญญาแบบที่อะคิมิดิส ยูเรกาหรือนิวตันกับแอปเปิล

เท่านี้ก็พอทำให้ผู้ที่แยกแยะได้สามารถจัดการใช้แต่ละเวอร์ชั่นนี้ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ได้มากกว่าคนไม่รู้แล้ว นี่ยังไม่ว่ากันในอีกคุณลักษณะสำคัญเลยนั่นคือคุณสมบัติของการเป็นประโยชน์ว่าหากสิ่งที่เรียกว่าความรู้นั้นไม่มีประโยชน์อย่างนี่ยังจะเรียกว่าความรู้ไหม


เอือม..น่าคิดนะครับ ความรู้นอกกำมือนั้นยังเป็นความรู้ไหม หรือความรู้ควรสงวนไว้ใช้เฉพาะกับสิ่งที่มนุษยชาติสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เท่านั้น ความรู้เรื่องดาราคนไหนทะเลาะกัน ใครปิ๊งใคร ใครเป็นคู่จิ้นกับใครนี่เป็นเรื่องน่ารู้ไหม ลองตอบกันเองนะครับ

ชวนคุยเรื่องนิยามกันจนอาจจะมึนก่อนจบบทก็ขอนำเอาความรู้ที่เป็นความรู้จริง ๆ ชนิดที่ถูกต้องชัวร์ ๆ และมีประโยชน์แน่ ๆ  ไม่ต้องมาถกอะไรกันมากอีก ซึ่งเบื้องต้นมีทั้งหมด 5 เรื่องครับ ได้แก่

1. ทานที่ทำแล้วมีผล

2. กรรมที่ทำจะดีหรือชั่วล้วนส่งผล กฎแห่งกรรมมีจริง

3. โลกหน้าและสัตว์ประเภทอื่น ๆ เช่น เทวดา เปรต อสุรกาย ฯลฯ มีจริง

4. บิดามารดามีบุญคุณจริง

5. พระอริยบุคคลมีจริง

ทั้ง 5 ความเชื่อนี้เรียกว่า “สัมมาทิฏฐิ” เบื้องต้นที่หากใครเริ่มต้นเชื่อตามนี้เป็นพื้นฐานเท่ากับมีความพร้อมที่จะรับรองการติดอาวุธ เวอร์ชั่นสูงสุดให้ตัวเอง และก้าวเป็นผู้ชนะในโลกใบนี้ต่อไป

สนใจไหมครับ


แสดงความคิดเห็น