หันซ้าย หันขวา

        “หันซ้าย หันขวา” เป็นอาการปกติของคนที่กำลังเคว้งคว้างมองหาอะไรสักอย่าง         ชัดที่สุดก็คือตามสถานที่สาธารณะที่เป็นศูนย์รวมเช่นที่หัวลำโพงศูนย์กลางรวมรถไฟทุกสาย ที่หมอชิตศูนย์หลักกระจายรถสู่ภาคอีสาน หรือที่สุวรรณภูมิศูนย์รวมสายการบิน         คนไปใช้บริการที่ไม่คุ้นก็มักจะเกิดอาการดังกล่าวคือหันซ้ายมองหาป้ายบอกสถานี หันขวามองหาคิวรถ หรือหันรีหันขวางมองหาช่องเช็คอิน ใครที่หาเจอก็ถอนใจโล่งอก ใครที่หาไม่เจอก็จะเกิดอาการกระสับ กระส่ายตามมาด้วยอาการร้อนรน เร่งรีบ สุดท้ายอาจเลยไปจนถึงอาการสติแตก         นี่ว่ากันด้วยการหันซ้าย หันขวาตามกายภาพนะครับแต่ยังมีการหันซ้าย หันขวาอีกแบบที่ผมว่าน่ากลัวและอันตรายกว่าเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กวัยรุ่นที่เริ่มก้าวเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่         ไม่ได้หมายถึงน้อง ๆ ไปหันซ้ายขวากันตามสถานบันเทิงใหม่ ใหญ่ อลังการเพื่อหาฟลอร์เต้นรำหรอกนะครับ แต่เขียนถึงการหันหา “ที่พึ่ง” ของพวกเขาครับ         เด็กวัยนี้เหมือนเริ่มต้นการเดินทางสู่ดินแดนใหม่เป็นโลกของผู้ใหญ่ที่น้อง ๆ กำลังจะต้องไปเจอของจริง จริง ๆ ไปพบความเลวร้ายจริง ไปต่อสู้แก่งแย่งจริง ไปเผชิญการเอารัดเอาเปรียบ การหาประโยชน์จริง ไม่ใช่ในการ์ตูน หรือนิทานก่อนนอน         ใครเจอสภาพนี้ก็เหมือนหนังในอดีตที่พระเอก-นางเอกเพิ่งเข้ามากรุงเทพครั้งแรก ลงรถที่หัวลำโพงกำลังหันหาญาติที่นัดมารับแต่ไม่เจอ เลยต้องหันหาคนอื่นไปเจอเอามิจฉาชีพโดนหลอกแล้วหนังก็เดินเรื่องต่อ         หนังก็ไม่ต่างจากชีวิตจริง ชีวิตใหม่ของน้อง ๆ นี่ก็เช่นกันหากมองซ้ายขวาในบ้านแล้วไม่เจอคนให้ถาม เขาก็จะไปถามใครก็ได้ที่เขาคิดว่าน่าจะพอรู้เรื่อง ซึ่งสมัยก่อนก็คือเพื่อน ส่วนสมัยนี้ก็คือเพื่อนเช่นกันแต่เป็นเพื่อนที่ไม่เห็นหน้า(จริง) คือเพื่อนในอินเตอร์เน็ต         ดังนั้นใครที่มีลูกหลานในวัยนี้ต้องสังเกตให้ดี และละเอียดครับ ต้องอยู่ในจุดและเวลาที่เขาหันมาเห็นเขาจะได้ถามเรา อย่าให้เขาเคว้งหาใครไม่เจอจนไปหาคนอื่นให้ช่วยแทน ที่สำคัญเด็กวัยนี้มักมีฟอร์มไม่อยากให้ใครว่าไม่รู้เรื่องช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เหมือนเราอยู่สุวรรณภูมิเราก็ไม่อยากให้ใครสังเกตว่าเราเป็นตัวเปิ่น ไม่เคยขึ้นเครื่องบิน ต้องกระมิด กระเมี้ยนปรึกษาเจ้าหน้าที่กันอย่างมีมาดหน่อย เด็กวัยรุ่นยิ่งหนักกว่านั้นครับ เพราะตัวตน ความยอมรับในสังคมนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญต่อชีวิตเขามาก เราก็ต้องวางฟอร์มเป็นที่ปรึกษาที่ดีไม่ให้เขารู้สึกเสียหน้า หรือเป็นเด็กน้อย ทำได้เช่นนี้เขาจะไม่วิ่งไปหาที่พึ่งอื่นให้เสี่ยงแล้วครับ         กลับบ้านไปคราวนี้พยายามให้ลูกหันซ้าย หันขวาแล้วเห็นเราชัดนะครับ !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *