กรดไหลย้อน

        โลกมีสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้นทุกวัน สิ่งใหม่นี้รวมถึงโรคภัยไข้เจ็บใหม่ ๆ ที่ออกมาเขย่าขวัญคนทั้งโลกด้วย         ระยะใกล้เราคงจำกันได้ถึงความตระหนกกับโรคซารส์ ถัดมาก็ไข้หวัดนก ที่ช่วงนั้นแทบจะไม่อยากออกไปไหนกันกลัวจะไปรับเชื้อมา เดินผ่านใครไอ จามนี่บางคนกลับบ้านนอนไม่หลับกันเลย ยาฆ่าเชื้อ เจลล้างมือขายดีเป็นเทน้ำ เทท่า แต่สักระยะเมื่อเริ่มควบคุมสถานการณ์ได้ โลกจึงค่อย ๆ กลับสู่ความปกติ         อ้อ..นี่ไม่นับโรคเอดส์ที่สร้างความกลัวนับแต่วันที่เข้ามาจนวันนี้ก็ยังครองแชมป์โรคที่คนหวาดมากสุดอยู่ เพียงแต่คนเริ่มชินที่สำคัญคือความรู้เผยแพร่ไปอย่างกว้างขวางทั่วถึงจนคนเข้าใจวิธีรับมือกับมัน ซึ่งเมื่อรู้ความกลัวย่อมลดลง         นั่นว่ากันด้วยโรคร้ายแรง แต่ยังมีอีกสารพัดโรคใหม่ ๆ ที่ไม่รุนแรงมากแต่คนฮิตจะเป็นกัน ใช้ศัพท์วัยรุ่นก็ต้องบอกว่า “อินเทรนด์” เป็นแล้วเท่ห์ไม่ตกยุค หนึ่งในนั้นก็คือโรค “กรดไหลย้อน”         ยอมรับว่าผมพึ่งได้ยินชื่อโรคนี้เอาเมื่อไม่กี่ปีหลังนี้เอง ยังสงสัยว่าตั้งนานว่าทำไมที่ผ่านมาไม่เคยรู้จักแต่พอมีแล้วคนถึงเป็นกันเยอะเหลือเกิน คนใกล้ตัว ไกลตัวเจอกันถามไถ่สุขภาพต้องมีคนเป็นโรคนี้กันทุกวงการจนน่าฉงน         ศึกษาได้ความว่าโรคนี้คืออาการที่กรดในกระเพาะอาหารตีย้อนกลับขึ้นมาที่ลิ้นปี่สร้างความแสบร้อนให้ช่องท้องด้วยฤทธิ์ของกรด         ซึ่งเมื่อเป็นแล้วรักษาอย่างไร ?         ก็ง่าย ๆ เมื่อกรดทำให้แสบ ก็กินยาลดกรดเสียก็สิ้นเรื่องนี่ล่ะครับเราถึงเห็นโฆษณายาลดกรดขายกันให้ดาดดื่นด้วยเพราะโรคนี้เขาฮิตคนเป็นมากความต้องการยาเลยมากตาม ยังแอบคิดแบบงงงงว่าโรคนี้ฮิตเร็วดีจังเข้าสู่สังคมปุ๊บคนก็นิยมเป็นกันปั๊บขนาดนี้         ผมมาถึงบางอ้อเอาตอนไปได้ยินหมอไทยเขาเล่าภูมิปัญญาแพทย์แผนให้ฟังว่า แท้จริงโรคกรดไหลย้อนไม่ใช่เพิ่งมี แต่มีมานานแล้วโบราณเรียก “เรอเหม็นเปรี้ยว” คือจะมีลมตีขึ้นมาจากกระเพาะ เอาน้ำย่อยที่เหม็นอาหารขึ้นมามีกลิ่นเปรี้ยว ๆ คนไทยก็เรียกตามอาการว่าเรอเหม็นเปรี้ยว         แม้คนละชื่อ แต่อาการและสาเหตุเหมือนกัน แต่วิธีรักษาของหมอไทยเขาไม่ได้ให้ลดกรด แต่ให้ลดลมครับ         ก็ในเมื่อลมมันเยอะจากการที่คนยุคนี้กินอาหารเปลี่ยนไป ไปนิยมฟาสต์ฟู้ด อาหารขยะ แถมยังกินอย่างเร่งด่วนรวดเร็วเคี้ยวไม่ละเอียด อาหารเลยไม่ค่อยย่อย เมื่อไม่ย่อยลมไม่มีทางไปก็ตีขึ้นบนจนเป็นโรคดังกล่าว ดังนั้นที่ต้องทำคือไล่ลมออกทั้งทางตรงคือปรับวิถีการกิน และทางอ้อมคือการใช้ยาหอมไล่ลม เท่านี้กรดก็ไม่มีอะไรพาขึ้นมาแล้ว         ฟังดูแล้วใครเป็นจะลองใช้ดูก็ดีนะครับ !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *