ลงทุนความสุข

        ข่าวใหญ่ด้านคมนาคมเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาเห็นจะไม่มีข่าวไหนเกินโครงการรถไฟความเร็วสูงมูลค่า 2.2 ล้านล้านบาท         ซึ่งฝ่ายสนับสนุน ชูประเด็นของการเปิดตลาด AEC และกระแสโลกาภิวัตน์ที่ขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว ทำให้ประเทศต้องปรับโครงสร้างพื้นฐานอย่างมากมายเพื่อรองรับการแข่งขันอันสูงยิ่งที่จะเกิดขึ้น ขณะฝ่ายทักท้วงก็ถกเถียงเรื่องของความโปร่งใสในการเบิกจ่ายงบประมาณ และวิธีได้มาซึ่งจำนวนเงินกู้รวมถึงการที่ประชาชนหกสิบล้านคนของประเทศจะต้องมีผลผูกพันต่อหนี้สาธารณะไปอีก 50 ปี         หากมองในแง่การลงทุนแล้วการที่รัฐบาลจะกู้เงินไปใช้สร้างระบบขนส่งใหม่ก็มีความเป็นไปได้ที่ผลตอบแทนจะคุ้มค่า โดยเฉพาะโครงการ North-South Corridorr กับ East-West Corridorr ที่จะเชื่อมพม่ากับเวียดนาม จีนกับมาเลเซียเข้ากันโดยผ่านประเทศไทยอันน่าจะนำมาซึ่งความเจริญอย่างมากมายในพื้นที่ที่โครงการตัดผ่าน         แต่หากมองในมุม “คิดใหม่” ก็ชวนให้ย้อนนึกไปถึงเหตุการณ์ปี 1981 ที่มีกระแส “โลกาภิวัตน์” ได้มีการเตรียมระบบเครือข่ายโทรคมนาคมพื้นฐานเพื่อรองรับ โดยที่ประชาชนยังมิได้มีความรู้ความเข้าใจหรือความพร้อมเพียงพอ นั่นทำให้สิ่งที่ตามมาคือปัญหาเรื่องของอาชญากรรม ปัญหาสังคมเสื่อมโทรมต่าง ๆ ที่เกิดจากการรับข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตดั่งที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน         โครงการนี้ก็เช่นกันการพัฒนาที่จะเกิดมากคือเรื่องของการพัฒนาที่ดิน เรื่องของถนนที่จะนำ “วิถีชีวิตแบบใหม่” หลากเข้าไปสู่ประชาชนที่อาจยังไม่พร้อม ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่น่าห่วงมาก         ชาวนา ชาวไร่ ชาวเกษตรกรรากหญ้าจะได้รับแค่เพียงแค่เงินจากการเห่อขายที่ดินให้กับนายทุนไป หลังจากนั้นก็จะตกเป็นทาสของนายทุน มาเป็นลูกจ้างบน(อดีต)ที่ดินของตัวเองเหมือนที่เกิดขึ้นในยุคฟองสบู่         นอกจากนี้ที่ควรมองใหม่คือตัวผลลัพธ์ ผลสุดท้ายของโปรเจกนี้ที่ส่วนใหญ่มุ่งไปวัดค่ากันที่การคุ้มค่าการลงทุน ทั้งที่จริงเราควรวัดกันที่การจะก่อให้เกิดความสุขที่ยั่งยืนแก่คนไทยแค่ไหน ตัวชี้วัดที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยมิใช่ GDP แต่เป็น GDH (Gross Domestic Happiness) ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ควรนำมาวัดจึงไม่ควรเป็นผลกำไรที่จะได้กลับมาจากระบบโครงสร้างพื้นฐานขนาดมหึมานี้ แต่ควรวัดจากความสุขที่คนทั้งประเทศได้รับ ซึ่งปัจจุบันเราก็เห็นกันประจักษ์ชัดแล้วว่าการพัฒนาทางวัตถุมากมายนั้นไม่ได้มีส่วนช่วยให้คนมีความสุขมากขึ้นเลย ทั้งยังจะสวนทางกันเสียด้วยคือยิ่งวัตถุมากใจคนยิ่งดิ้นรนเป็นทุกข์กันมาก ดังนั้นรัฐบาลควรให้ความสนใจกับการลงทุนสร้าง “ความมั่นคงพื้นฐาน” ที่จะนำไปสู่ความสุขของคนในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่ดินทำกิน การมีการศึกษาที่ทั่วถึง การมีเกษตรอินทรีย์ที่ปลอดภัย การมีคุณภาพชีวิตในบ้านเกิด การเข้าถึงแหล่งเงินทุน มิได้ปฏิเสธระบบขนส่งใหม่แต่อยากให้นำดัชนีความสุขไปร่วมวิเคราะห์ด้วยครับ !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *