โลกนี้เป็นของคู่ !

        4 คู่หลักที่ชาวโลกหนีไม่พ้นเรียกโลกธรรม 8 คือ         มีสุข มีทุกข์         มีลาภ หมดลาภ         มียศ เสื่อมยศ         โดนชม(สรรเสริญ) โดนด่า(นินทา)         ใครคิดจะเพลิดเพลินบนโลกใบนี้ย่อมไม่อาจหนีของ 8 สิ่ง 4 คู่นี้พ้น นี่ว่ากันเรื่องของคู่ที่เป็นสามัญ แต่โลกนี้ยังเต็มไปด้วยของคู่อีกมากมาย คู่ใหญ่-เล็ก คู่บน-ล่าง คู่ซ้าย-ขวา ซึ่ง แต่ละด้านที่น่าจะมีน้ำหนักเท่า ๆ กันแต่ในความเป็นจริงมักมีน้ำหนักต่างกัน คนจำนวนมากก็จะชอบบ้านหลังใหญ่มากกว่าบ้านหลังเล็ก ชอบอยู่คอนโดชั้นบนมากกว่าชั้นล่าง หรือเห็นค่ามือขวามากกว่าค่าของมือซ้าย แต่ก็อาจมีบางคนที่ชอบบ้านหลังเล็กมากกว่าเพราะไม่ต้องเหนื่อยทำความสะอาดมาก บางคนอาจชอบอยู่บ้านติดดินมากกว่าเพราะไม่อยากเสี่ยงเหนื่อยเดินขึ้นหากไฟดับ ลิฟต์เสีย ส่วนบางคนที่ถนัดซ้ายก็ย่อมรู้สึกเห็นค่าของมือซ้าย เท้าซ้ายมากกว่า         นี่แสดงให้เห็นว่าน้ำหนักของคู่นั้นขึ้นกับบริบทแวดล้อม ช่วงเวลา รวมถึงปัจจัยเฉพาะบุคคลขณะต่าง ๆ กัน ฉะนั้นแม้ของคู่จะเท่ากันในแง่ของคำนิยามพื้นฐานแต่อาจเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งบ้างตามแต่กระแสของสรรพสิ่งจะพัดพาไป ดังเช่นของอีกคู่หนึ่งที่บางช่วงเวลาชาวโลกให้ความสำคัญมากจนกลายเป็นกระแสเรียกร้องใหญ่นั่นคือคู่ของ ชาย-หญิง         ในบางช่วงเวลาความเหลื่อมล้ำนี้มีมากทั้งที่ผู้หญิงก็มีความสามารถไม่ต่างจากผู้ชายดูได้จากผู้หญิงหลายคนที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในด้านต่าง ๆ เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศมหาอำนาจ เป็น CEO ของบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ หรือหากย้อนดูประวัติศาสตร์จะได้ยินคำเรียกขานถึงผู้หญิงที่มากความสามารถอย่าง “วีรสตรี” “หญิงเหล็ก” “หญิงแกร่ง” หรือหากย้อนไกลไปอีกก็จะได้ยินอีกหนึ่งคำเรียกขานที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของผู้หญิงคือคำว่า “มหาอุบาสิกา”         มหาอุบาสิกาคำนี้มิใช่การยกย่องโดยคนธรรมดาแต่เป็นการยกย่องจากพระศาสดาในศาสนาพุทธที่มีต่อผู้หญิง 10 ท่านที่มีความสำคัญยิ่งใน 10 ด้านคือ         นางสุชาดา ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในการเป็นผู้ถึงพระรัตนตรัยก่อนอุบาสิกาทั้งปวง มหาอุบาสิกาท่านนี้เราคุ้นกันดีในการที่ท่านนำข้าวมธุปายาสใส่ถาดทองคำไปในถวายในวันแห่งการตรัสรู้ ท่านได้ฟังและบรรลุธรรมพร้อมภรรยาเก่าของท่านยสะ เป็นอุบาสิกาคู่แรกในพระพุทธศาสนา         นางวิสาขา ได้รับการยกย่องว่าเป็นเลิศในด้านเป็นผู้เป็นทายิกา (ผู้ถวายทาน) ท่านนี้เป็นอีกมหาอุบาสิกาที่เราคุ้นที่สุด ท่านมีบทบาทในการทำนุบำรุงพระศาสนาเป็นอย่างมากทั้งการสร้างวัดและการถวายอุปภัมน์แก่พระภิกษุ         นางขุชชุตตรา ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในด้านเป็นผู้แสดงธรรม ท่านเป็นสาวพิการหลังค่อม เป็นบริวารของนางสามาวดี ท่านได้ฟังธรรมแล้วบรรลุโสดาปัตติผลจึงมีหน้าที่ไปฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าแล้วมาแสดงให้ผู้อื่นฟังต่อ จนเป็นผู้เชี่ยวชาญในการแสดงธรรม         พระนางสามาวดี ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในด้านเป็นผู้อยู่ด้วยเมตตา ท่านถูกพระเจ้าอุเทนที่เชื่อคำยุยงของพระนางมาคันทิยาจึงให้นางสามาวดีและหญิงบริวารยืนเรียงแถวกันแล้วยิงด้วยธนู แต่ท่านได้แผ่เมตตาแก่พระเจ้าอุเทน ธนูที่ยิงไปจึงมิได้ทำอันตราย         นางอุตตรานันทมารดา ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในการเพ่งฌาน หรือผู้เข้าฌาน ท่านโดนนางสิริมา และสามีใช้น้ำมันร้อน ๆ เทราดไปบนศีรษะของท่าน แต่ท่านจึงเข้าฌานจึงไม่เป็นอะไร         พระนางสุปปวาสา ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในด้านเป็นผู้ถวายของอันมีรสอันประณีต ท่านได้ฟังธรรมจบแล้วก็บรรลุเป็นพระโสดาบัน และได้ถวายภัตตาหารแก่พระพุทธเจ้า และพระอริยสาวกอย่างสม่ำเสมอ         นางสุปปิยา ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในด้านเป็นผู้อุปัฏฐากภิกษุอาพาธ ท่านได้ฟังธรรมแล้วบรรลุเป็นพระโสดาบัน วันหนึ่งท่านทราบว่าพระสงฆ์อาพาธรูปหนึ่งต้องการอาหารที่มีเนื้อ แต่ท่านหาซื้อไม่ได้จึงเฉือนเนื้อที่ขาตัวเองไปปรุงเป็นอาหารถวาย และนี่เป็นต้นบัญญัติของการห้ามฉันเนื้อมนุษย์ด้วย         นางกาติยานี ได้รับการยกย่องว่าเป็นเลิศในด้านเป็นผู้เลื่อมใสมั่นคง ด้วยคืนหนึ่งมีโจรปล้นบ้านขณะท่านและบริวารกำลังฟังธรรม หัวหน้าโจรได้ยินท่านบอกทาสีว่า โจรอยากได้อะไรก็ให้เขาขนไป เราจะฟังธรรม จนหัวหน้าโจรเลื่อมใสสั่งให้ลูกน้องคืนของและขอบวช         นางนกุลมารดาคหปตนี ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในด้านเป็นผู้มีความคุ้นเคยในพระศาสดาด้วยท่านเคยเป็นพระมารดาของพระพุทธเจ้ามา 500 ชาติ นางกาฬีกุกรรฆริกา ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในด้านเป็นผู้ได้ความเลื่อมใสตามเขา ด้วยท่านได้ยินยักษ์ที่ยืนอยู่ในอากาศเหนือปราสาทสรรเสริญคุณพระรัตนตรัยแล้วเกิดศรัทธาเลื่อมใสจนบรรลุเป็นพระโสดาปันทั้งที่ไม่เคยเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า         นี่เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าพระพุทธเจ้าทรงตรัสยกย่องผู้หญิงที่เป็นยอดอย่างเป็นทางการซึ่งเรื่องการยกย่องนี้ไม่เฉพาะพระพุทธเจ้าสมณโคดมเท่านั้นยังถือเป็นประเพณีที่พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ก็ทรงกระทำเช่นเดียวกัน แสดงให้เห็นถึงการให้เกียรติยกย่องสตรีในฐานะที่ควรของชาวพุทธ         ที่สำคัญนี่ยังเป็นการแสดงถึงสิทธิที่สำคัญที่สุดในชีวิตของทุกคนนั่นคือ สิทธิในการบรรลุธรรม !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *