3 กาล

ปัจจุบันคือความจริง อนาคตคือความคิด

        อดีตผ่านไปแล้วเหลือไว้เพียงความทรงจำไม่อาจแก้ไขอะไรได้อีก         ปัจจุบันที่ยามเราดึงอดีตหรือความจำนั้นขึ้นมาต่างหากที่เป็นความจริงว่าเราจะจัดการกับความจำชุดนั้นเช่นไร         ส่วนการจินตนาการไปถึงภาพในอนาคตที่เราอยากให้เกิดขึ้นก็คือความคิดซึ่งจะเกิดขึ้นจริงเป็นความจริงหรือไม่ก็ไม่อาจทราบได้         เราอาจแจกแจงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นหลังจากมีความจำชุดหนึ่ง ๆ ผุดขึ้นมาได้ 4 แบบคือ         1. ภาพความจำที่ “ไม่ดี” ผุดขึ้นมาแล้วเราจัดการได้ “ไม่ดี” คือทุรน ทุรายกับความทุกข์ที่เคยเกิดผ่านมาแล้วให้เราทุกข์ซ้ำอีก หรือตอกย้ำ คร่ำครวญโหยหาไม่อยากสูญเสียสิ่งที่รักนั้นไปอีก เช่นนี้ก็เรียกว่าขาดทุนป่นปี้ทุกข์ซ้ำ ทุกข์ซากอยู่ไม่รู้จบ         2. ภาพจำ “ไม่ดี” ผุดขึ้นมาแต่เราจัดการได้ “ดี” คือนำมาเป็นบทเรียนให้ไม่ทำเช่นนั้นอีก คือมาพิจารณาใคร่ครวญว่าเหตุของความล้มเหลวในครั้งนั้นเพื่อจะได้นำมาแก้ไข หรือมาไตร่ตรองให้เห็นความเป็นจริงของธรรมชาติที่ไม่มีอะไรอยู่กับเราตลอดกาล ไม่มีอะไรไม่เปลี่ยนแปลง ดับสูญ และไม่มีอะไรได้ดั่งใจเราไปเสียทุกเรื่อง เช่นนี้เรียกว่าภาพจำไม่ดีแต่ปัจจุบันเราจัดการได้ดีคือเกิดประโยชน์ขึ้น         3. ในทางกลับกันแม้ภาพจำจะผุดเรื่อง “ดี” ขึ้นมาแต่เราจัดการ “ไม่ดี” เช่นภาพรับโบนัสจากยอดขายทะลุเป้าแต่แทนที่จะปลื้มใจกับผลงานในอดีตของตัวเองกลับเอาแต่ละโมบโลภมากค่อนขอดว่าอยากได้มากกว่านั้น หรืออยากได้แบบนั้นอีกเช่นนี้ภาพดีที่ผุดขึ้นกลับกลายเป็นทุกข์เพราะปัจจุบันจัดการผิด         4. ภาพจำ “ดี” ผุดขึ้นแล้วเราจัดการได้ “ดี” ได้ถูกต้องด้วย คือนำมาเป็นกำลังใจสร้างความฮึกเหิมมุ่งมั่น เช่นระลึกถึงบุญกุศล หรือภาพที่เราช่วยเหลือผู้อื่นแล้วใจเอิบอิ่มเป็นกุศลกับบุญนั้นเรื่อย ๆ บ่อย ๆ จนช่วยให้ใจอิ่มเอมมีกำลังทำงานให้เจริญยิ่ง ๆ ขึ้นต่อไป เช่นนี้ภาพจำก็ดี ปัจจุบันก็จัดการได้ดี         หากไล่เรียงกันแล้วจะเห็นว่าอดีตคือความจำนั้นเป็นของผ่านไปแล้วไม่มีค่ามากนักจริง ๆ เพราะไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีแต่หากปัจจุบันเราจัดการได้ดีสิ่งนั้นย่อมเป็นเรื่องดี อดีตไม่ดีก็กลายเป็นประสบการณ์         เป็นบทเรียน อดีตดีกลายกำลังใจ เป็นพลังเพื่อขับเคลื่อนต่อ ซึ่งเมื่อปัจจุบันดีแล้วอนาคตที่เป็นผลสืบเนื่องต่อจากปัจจุบันย่อมต้องดีด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เหมือนอย่างเราหันหน้าไปทิศเหนือเมื่อเคลื่อนที่ไปเราย่อมมุ่งขึ้นเหนือ เช่นเดียวกับหากเราตั้งหน้าเราไว้ลงทางทิศใต้เมื่อออกเดินก็ย่อมลงใต้         เช่นกันคือแม้ความจำนั้นจะดีหรือไม่แต่หากปัจจุบันเราจัดการไม่ดีผลในอนาคตนั้นย่อมไม่ดีด้วย มีคำหยอกกันทั่วไปว่าใครที่เอาแต่คำนึงถึงอดีตถือว่าเป็นคนสูงวัยแล้ว ก็อาจจะจริงที่พออายุมากเข้าความทะเยอทะยานหรือการดิ้นรนเพื่อไล่งับเหยื่อในโลกย่อมลดลง         ทำให้มีเวลามาไตร่ตรองความ ได้เล่าความหลังให้ลูกหลานฟัง ซึ่งไม่ถือเป็นเรื่องผิดแต่จะเป็นเรื่องดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับเมื่อนึกถึงแล้วจัดการกับมันอย่างไรใน 4 ประเภทนั้น ประเภทที่ 1 กับ 3 ก็เหมือนคุณเดินไปทางเสื่อม ประเภทที่ 2 กับ 4 ก็เหมือนคุณสู่ความเจริญ ที่สุดท้ายคุณจะได้ไปที่ใดก็เป็นเพราะทางที่คุณเลือกเดินเอง หรือพูดให้เห็นภาพคือการเดินของคุณวันนี้ก็จะไปเห็นผลกันยามที่คุณแก่ตัวว่าที่สุดแล้วคุณจะเป็นคนแก่แบบไหน         อยู่ในสภาพเช่นไร เป็นคนแก่ที่น่ารังเกียจของลูกหลานเอาแต่บ่นเรื่องเก่า ๆ ด้วยความเคียดแค้น หรือแก่อย่างมีคุณค่าคอยถ่ายทอดประสบการณ์อันล้ำค่าที่ผ่านมาให้ลูกหลานเก็บไว้ใช้อย่างภาคภูมิใจ         เชื่อว่าทุกคนคงอยากมีบั้นปลายชีวิตในแบบหลัง และถ้าอยากแก่แบบมีลูกหลานล้อมหน้าหลังด้วยความอบอุ่นจากที่เขารู้สึกร่มเย็นยามอยู่ใกล้เราก็ต้องฝึกกันตั้งแต่ตอนนี้ ต้องเลือกทางเดินที่ถูกต้องกันเดี๋ยวนี้ ซึ่งก็คือการฝึกที่จะเลือกทางเดินที่ 2 หรือ 4 นั่นเอง แต่ก็ต้องยอมรับว่าแบบที่ 2 คือเมื่อความจำไม่ดีผุดขึ้นมาแล้วจะให้คิดดีนั้นบางทีมันก็ยากเย็นเสียเหลือเกิน จะเป็นการง่ายกว่ามากหากมีแต่ภาพความจำดี ๆ ผุดขึ้นมา ถ้าเช่นนั้นต้องใช้ตัวช่วยครับ ! ตัวช่วยนั้นก็คือคุณต้องทำเรื่องดี ๆ ไว้เป็นวัตถุดิบทำบ่อย ๆ ทำแล้วให้ซาบซึ้งเข้าสู่ใจ เวลาผ่านไปการกระทำวันนี้ก็จะกลายเป็นความจำในอนาคต วันนี้ทำดีมาก บ่อย อนาคตก็มีโอกาสที่จิตจะดึงภาพจำดี ๆ ขึ้นมามากกว่า ยิ่งเราช่วยเสริมด้วยการหมั่นฝึกระลึกถึงความดีที่เราทำแล้วบ่อย ๆ จนจิตเขาคุ้นชิน ในที่สุดเขาจะพอใจที่จะระลึกขึ้นมาได้เอง         สมัยเด็ก ๆ ผมเคยได้ยินผู้ใหญ่ท่านว่าทำปัจจุบันให้ดีแล้วอดีตย่อมดี อนาคตย่อมดี ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมากนึกเพียงเป็นคำเปรยไปตามอายุ มาวันนี้ถึงได้เข้าใจว่าหากปัจจุบันดีแล้วอดีตย่อมดีได้จริง ๆ ไม่ใช่การพูดเรื่อยๆ แต่อย่างใด และอนาคตก็จะดีด้วยจริง ๆ ไม่ใช่พูดปลอบใจกัน         ใครชอบดูหมอให้เดาอดีตและมั่วอนาคตก็มากำหนดอดีตและอนาคตของตัวเองดีกว่าครับ ปัจจุบันกาลดี อดีตย่อมดี อนาคตก็ดี ดีทั้งสามกาลเลย !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *