
การคิดเชิงวิพากษ์เป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับความสำเร็จทั้งในด้านส่วนตัวและอาชีพการงาน เพราะความสามารถในการประเมินข้อมูลและวิเคราะห์ได้ดีจะทำให้เราสามารถตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผลและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกสมัยใหม่ที่ข้อมูลมีอยู่มากมายจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องสามารถประเมินความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูลได้ เพราะหากเราประเมินข้อมูลผิด แม้ขั้นตอนการนำข้อมูลไปใช้จะยอดเยี่ยมเพียงใด สุดท้ายผลลัพธ์ก็จะยังออกมาผิดอยู่ดี เหมือนดั่งที่เราคั้นกันคือ garbage in garbage out
นอกจากนี้ การคิดเชิงวิพากษ์ยังเป็นส่วนสำคัญของการเติบโตจากภายในเพราะมันช่วยให้เราสามารถตั้งคำถามกับความเชื่อของตนเอง ทั้งเปิดโอกาสให้เราได้พิจารณาเรื่องนั้นจากมุมมองอื่น ๆ ซึ่งสิ่งนี้สามารถนำไปสู่ความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นของเราที่มีต่อโลกได้
การพัฒนาความคิดเชิงวิพากษ์เป็นกระบวนการต่อเนื่องที่ต้องใช้การฝึกฝนและความตั้งใจ วันนี้ผมเลยขอนำเคล็ดลับในการพัฒนาทักษะที่สำคัญนี้มาฝากครับ
1.ฝึกตั้งคำถาม การถามคำถามเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของการคิดเชิงวิพากษ์ โดยเฉพาะการตั้งคำถามต่อสมมติฐานและหลักฐานของเรื่องนั้น ๆ
2.พิจารณามุมมองที่หลากหลาย ลองฝึกมองเหตุการณ์สั้นจากมุมอื่น ๆ ให้รอบด้าน จะทำให้เราเห็นและเข้าใจเหตุการณ์นั้นได้ดีขึ้น
3.ประเมินความน่าเชื่อถือของหลักฐาน ช้อนี้สำคัญมากเราเห็นได้ชัดจากบรรดา fake news ต่าง ๆ ที่แชร์กันว่อนจนบางครั้งก่อความเสียหายในวงกว้างก็เพราะขาดทักษะการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลนี่เอง
4.ตรวจสอบตรรกะที่ใช้ เช่นเดียวกับการตรวจความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ได้ เราก็ต้องตรวจสอบตรรกะที่เราใช้ต่อเรื่องนั้นด้วย เพราะหากตรรกผิดต่อให้ข้อมูบถูกก็ประเมินผลออกมาผิดเช่นกัน
5.การฝึกทบทวนไตร่ตรอง หรือไม่ด่วนสรุป ให้เวลาค่อย ๆ คิดใคร่ครวญ พิจารณาให้ละเอียด เราอาจพบจุดที่ละเลยหรือพลาดไปได้
6.หาความท้าทายใหม่ ๆ สถานการณ์ที่ท้าทายเป็นโอกาสที่ดีในการฝึกคิดวิเคราะห์ การแสวงหาสถานการณ์ที่ต้องการการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนและการตัดสินใจจะช่วยให้เราสามารถพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ได้
7.ฝึกฝนการแก้ปัญหาร่วมกัน การทำงานร่วมกับผู้อื่นในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนสามารถช่วยให้เรารวมถึงทีมงานสามารถพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ได้ เพราะจะทำให้ได้พิจารณาจากหลายมุมมอง
สรุป การคิดเชิงวิพากษ์เป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับความสำเร็จทั้งในด้านส่วนตัวและด้านอาชีพ เพราะจะช่วยให้เราตัดสินใจได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ดร.วีรณัฐ โรจนประภา (ดร.ใหม่)







ใส่ความเห็น