
เตรียมตัวก่อนตาย
การจะทำอะไรให้สำเร็จขั้นตอนที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่ขั้นการลงมือปฏิบัติ แต่เป็นขั้น “ก่อน” ที่จะลงมือทำที่เรียกว่าการเตรียมความพร้อม
เด็ก ๆ จะสอบให้ได้คะแนนดี ๆ ไม่ได้วัดกันแค่ตอนทำข้อสอบ แต่เป็นตั้งแต่การเรียน การทำการบ้าน การอ่านทบทวน
ผู้ใหญ่จะทำงานให้สำเร็จ ก็ไม่ใช่แค่การปิดการขาย แต่เป็นตั้งแต่การคิดค้นผลิตภัณฑ์ ไล่ไปจนถึงเตรียมวิธีนำเสนอให้ลูกค้าประทับใจ
คนสูงวัยจะเกษียณอย่างมีความสุข ย่อมไม่ได้มาตัดสินกันที่วันรับเงินบำเน็จ บำนาญ แต่เป็นการรู้จักเก็บออมมาตลอดระยะเวลาที่ทำงาน
ซึ่งน่าภาคภูมิใจกับความเป็นไทยของเราที่บรรพบุรุษของเราเข้าใจในเรื่องการเตรียมความพร้อมในจังหวะชีวิตต่าง ๆ นี้จนมีคำสอนที่มีคุณค่ามอบให้แก่ลูกหลาน นั่นคือ
เตรียมตัวก่อนตาย
เตรียมกายก่อนแต่ง
เตรียมน้ำก่อนแล้ง
นี่ล่ะครับ เราสอนกันเรื่องนี้มานานแล้ว วันนี้มาดูกันว่าคำสอนนี้ให้ข้อคิดอะไรแก่เราบ้าง
เริ่มจากการเตรียมตัวตาย อันเป็นการเตือนถึงโจทย์สำคัญของชีวิตว่าเราต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนภพไปสู่ชาติใหม่ให้ไปด้วยดี ไปสู่สุขคติแบบที่นิยมอวยพรกัน
ถัดมาคือการเตรียมกายก่อนแต่ง คือให้เตรียมกายให้ดีก่อนแต่ง เพราะจะแต่งงานทั้งทีก็ต้องชำระกายให้พริ้งสวยหล่อที่สุดเพื่อการเดินเข้าสู่บทบาทใหม่ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเราทั้งหมด
สุดท้ายเตรียมน้ำก่อนแห้ง คือการเตือนสิ่งสำคัญในการหาเลี้ยงชีพนั่นคือการทำเกษตรที่เราต้องเตรียมน้ำท่าให้พร้อมกับการเพาะปลูก
ฟังเผิน ๆ คำสอนนี้ก็ดูเหมือนเป็นแค่คำเตือนพื้น ๆ แต่หากมองให้ลึกจะเห็นว่าคำนี้มีความลุ่มลึกกว่าตัวหนังสือบนกระดาษมาก เป็นคติเตือนใจที่อยู่ระหว่างบันทัดที่ไม่ได้เขียนออกมาตรง ๆ แต่กระตุกให้นึกถึงยามได้อ่าน
นั่นคือ การเตรียมตัวก่อนตาย ไม่ได้แค่จะหมายถึงการจัดการมรดกทรัพย์สิน หรือการรักษาร่างกายไม่ให้ทุกข์ทรมานยามใกล้ตายแต่เท่านั้น แต่หมายถือการเตือนให้ทำ “ทาน” คือการเตรียมเสบียงให้พร้อมสำหรับการเดินทางสู่ภพหน้า ต้องหมั่นทำบุญ ทำทานไว้เพราะเป็นสิ่งเดียวที่จะพกติดจิตไปได้ ขณะที่ทรัพย์สินเงินทองนั้น จะเงินในปาก หรือในมือ ในโลงเราก็เอาไปไม่ได้
ส่วนเตรียมกายก่อนแต่ง ก็ไม่ได้แค่หมายถึงการทำตัวให้หล่อสวยสมกับวันสำคัญของชีวิต แต่คือการทำรักษาศีลให้บริสุทธิ์เป็นการเตรียมกายละเอียด คือจิตให้สวยงามผ่องใส ไม่ใช่เต็มไปด้วยอกุศลดำหมองสกปรกมอมแมม
สุดท้ายคือเตรียมน้ำก่อนแล้ง ก็ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำเกษตรแต่หมายถึงเรื่องของการภาวนา หรือการเจริญปัญญา ที่รู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ ทั้งยังรู้กาลเทศะ ว่าเวลาใดควรหรือไม่ควรทำอะไร
นี่ล่ะครับความลุ่มลึกในภูมิปัญญาของบรรพบุรุษเราที่ใช้จังหวะสำคัญในชีวิตที่นอกจากมาเตือนให้ทำให้ถูกเพื่อความสุขในชาติปัจจุบันนี้แล้วยังแฝงนัยยะให้ทำสิ่งที่ควรทำเพื่อความสุขในชาติหน้าคือ ทาน ศีล ภาวนาด้วย
จากนี้ก็อย่าลืม เตรียมตัวก่อนตาย เตรียมกายก่อนแต่ง เตรียมน้ำก่อนแล้ง กันนะครับ ส่วน เตรียมแบงก์ก่อนเดินทางนั่นก็เป็นประโยคฮุกสรรพยอกที่ก็ยังจริงอยู่เช่นเดิมแม้แต่ในยุคเศรษฐกิจดิจิตอลนี้ ที่อย่างไรการถือเงินสดก็ยังอุ่นใจกว่าบิตคอยน์ จริงไหมครับ
Dr. Veeranut Rojanaprapa
#SDGs #SDG17 #IDG #IDGs #BCG #BCgovernment #ESG #sustainable #sustainability #sustainabledevelopment #sustainabledevelopmentgoals #innerdevelopment







ใส่ความเห็น