Self-Awareness ทักษะที่ช่วยองค์กรให้เดินเกม ESG SDGs ให้อย่างมั่นคง

Self-awareness ทักษะการรู้ตัว รู้ตน ที่เปลี่ยน “ตัวเรา” และ “องค์กร” ให้พร้อมอยู่รอดในโลกที่ซับซ้อน

ในโลกที่ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วกว่าที่องค์กรส่วนใหญ่จะปรับตัวได้ สิ่งที่กำหนดว่าองค์กรจะ “นำเกม” หรือ “ตกขบวน” ไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือหรือกลยุทธ์ล้ำหน้าแค่ไหน แต่อยู่ที่คุณภาพของความรู้ตัว (Self-awareness) ของคนในองค์กร โดยเฉพาะผู้นำ

งานวิจัยชี้ว่า 84% ของ CEO เชื่อว่าการขาด Self-awareness เป็นตัวฉุดรั้งความไว้วางใจและการสื่อสารในทีม ขณะที่ 69% ของปัญหาวัฒนธรรมองค์กร มักเริ่มจาก Blind Spot ของผู้นำเององค์กรที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังขับเคลื่อนด้วย “ความเคยชิน” หรือ “ความกลัว” มักพลาดโอกาสสำคัญแม้จะมีข้อมูลอยู่เต็มมือ

Self-awareness หรือ การรู้ตัว รู้ตน จึงเป็นทักษะเชิงลึกใน Inner Development Goals (IDGs) หมวด Being ที่องค์กรยุค ESG และ SDGs ต้องพัฒนาอย่างจริงจัง เพราะองค์กรจะไม่สามารถสร้าง ความยั่งยืนจากภายในได้เลยหากคนในองค์กรขาดความรู้เท่าทันตนเอง ในโลกที่ซับซ้อนเกินกว่าที่ AI จะอ่านได้หมด และเร็วเกินกว่าที่ KPI จะตามทัน องค์กรที่รู้ตัวได้ลึกกว่า ย่อมปรับตัวได้ไวกว่าและอยู่รอดได้จริงกว่า

.

ทักษะ Self-awareness หรือ การรู้ตัว รู้ตน ซึ่งเป็นหนึ่งใน 5 ทักษะหลักในหมวด Being ของกรอบ Inner Development Goals (IDGs) โดยมีนิยามคือ

‘Ability to be in reflective contact with own thoughts, feelings and desires; having a realistic self-image and ability to regulate oneself.’

‘ความสามารถในการเชื่อมโยงและสะท้อนรู้ต่อความคิด ความรู้สึก และความต้องการของตนเองอย่างมีสติและใคร่ครวญ มีภาพลักษณ์ต่อตัวเองที่สมจริง (realistic self-image) เข้าใจทั้งจุดแข็งและข้อจำกัดของตนเอง และมีศักยภาพในการกำกับดูแลตนเอง (self-regulation) เพื่อการตอบสนองอย่างมีจิตสำนึกและสร้างสรรค์ในบริบทที่เปลี่ยนแปลงและซับซ้อน’

.
.

Self-awareness ได้รับการยกให้เป็นทักษะแม่ที่ขับเคลื่อนทักษะอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับองค์กร Self-awareness ยังหมายถึง “ความสามารถในการรู้จุดแข็งและจุดอ่อนขององค์กร และการสร้างกระบวนการที่ช่วยให้พนักงานสามารถรู้ตัวต่อการตัดสินใจ การตอบสนอง และสถานะทางอารมณ์ของตนเองและองค์กรได้อย่างแท้จริง” การมี Self-awareness ที่ฝังอยู่ในวัฒนธรรมองค์กรช่วยให้ทีมงานสามารถเผชิญความซับซ้อนของโลกธุรกิจได้อย่างสงบ มั่นคง และสร้างสรรค์มากขึ้น

ในเชิงเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม Daniel Kahneman เจ้าของรางวัลโนเบลเคยเตือนว่า “ปัญหาไม่ใช่ที่เราทำผิดพลาด แต่ปัญหาคือเรามองไม่เห็นว่าตัวเองทำผิดพลาด” สิ่งที่เรียกว่า cognitive bias blind spot คือจุดบอดที่ทำให้มนุษย์ทุกคนเชื่อว่า “เรามีเหตุผล” ทั้งที่หลายครั้งถูกควบคุมด้วยอคติและอารมณ์แบบไม่รู้ตัว ในองค์กรเอง หากผู้นำและทีมขาด Self-awareness ก็จะมีแนวโน้มสูงที่จะพาองค์กรเดินไปสู่ทางตัน เช่น ติดกับดักความสำเร็จเก่า ๆ ไม่เปิดรับข้อมูลใหม่ ปฏิเสธ Feedback ที่สำคัญ หรือเชื่อมั่นในภาพลักษณ์องค์กรมากเกินไปจนมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงรอบตัว

.

ในทางจิตวิทยา Self-awareness เป็นหัวใจของ Emotional Intelligence (EI) ซึ่งนักวิจัยชั้นนำอย่าง Daniel Goleman เรียกว่าเป็น meta-competency หรือ “ทักษะแม่” ที่กำหนดความสำเร็จของทักษะอื่น ๆ เช่นการบริหารความสัมพันธ์ การจัดการอารมณ์ หรือการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น ผู้นำที่มี Self-awareness สูงจะรู้ว่าตัวเองกำลังตอบสนองต่อสถานการณ์ด้วยข้อมูลหรืออารมณ์ และสามารถแยกแยะระหว่าง “ข้อเท็จจริง” กับ “เรื่องเล่า” ที่สมองสร้างขึ้นมาเองได้ นี่คือคุณสมบัติที่ทำให้ผู้นำสามารถนำพาองค์กรผ่านวิกฤตหรือการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีสติ

องค์กรชั้นนำระดับโลกที่ประสบความสำเร็จในการสร้างวัฒนธรรมแห่ง Self-awareness เช่น Microsoft ภายใต้การนำของ Satya Nadella, Unilever ในยุค Paul Polman หรือ Patagonia ต่างแสดงให้เห็นว่าความกล้าในการ “รู้ตัว” และ “ยอมรับว่าตนเองยังมี Blind Spot” เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการปรับตัวในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

.
.

เมื่อเชื่อมโยงกับ ESG และ SDGs ยิ่งเห็นภาพชัดว่า Self-awareness เป็น “รากฐาน” ที่ทำให้ ESG และ SDGs ขององค์กรไม่กลายเป็นแค่ compliance หรือ marketing แต่เป็น commitment ที่แท้จริง องค์กรที่ไม่มี Self-awareness มีแนวโน้มสูงที่จะตกหลุม greenwashing หรือ social-washing โดยไม่รู้ตัว ในขณะที่องค์กรที่มี Self-awareness จะกล้ายอมรับว่าสิ่งใดที่ยังทำได้ไม่ดีพอ และพร้อมเปิดใจเรียนรู้เพื่อพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

คำถามสำคัญคือ องค์กรจะสร้าง Self-awareness ได้อย่างไร เริ่มจากผู้นำก่อน เพราะถ้าผู้นำยังเชื่อว่าตัวเอง “รู้ดีที่สุด” วัฒนธรรมองค์กรจะเต็มไปด้วย fixed mindset และ defensive behavior ที่บ่อนทำลายความเป็นองค์กรที่เรียนรู้ได้ (Learning Organization) ผู้นำต้องฝึกการสะท้อนตัวเองอย่างสม่ำเสมอ (Self-reflection) เปิดรับ Feedback อย่างจริงใจ ใช้เครื่องมืออย่าง 360-degree feedback และสนับสนุนการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในทีมให้ทุกคนกล้าเรียนรู้จากความผิดพลาด

.

ในระดับองค์กร การฝึกฝน Self-awareness สามารถทำได้ผ่านกระบวนการหลากหลาย เช่น การฝึก Mindfulness at Work, การจัด After-action review อย่างต่อเนื่อง, การใช้ Emotional Check-in ในทุกระดับของการประชุม และการส่งเสริมวัฒนธรรม Pause-Reflect-Respond ในกระบวนการตัดสินใจ

สุดท้าย ในโลกที่หมุนเร็วเกินกว่าที่ใครจะคาดการณ์ได้ องค์กรที่มี Self-awareness สูง จะสามารถเดินเกม ESG และ SDGs ได้อย่างมั่นคง และสามารถสร้างความเชื่อถือในหมู่ Stakeholders ได้มากกว่าองค์กรที่พูดเก่งแต่ขาดความจริงใจ การเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนเริ่มจากการเปลี่ยนตัวเอง และการเปลี่ยนตัวเองเริ่มจากรู้ตัว Self-awareness จึงเป็น “ทักษะรากฐาน” ที่ไม่มีทางลัด ไม่มีทางซื้อ แต่ต้องฝึกอย่างต่อเนื่อง และเมื่อมันงอกงามขึ้นจริง องค์กรจะเติบโตจากข้างใน และนั่นแหละ คือความยั่งยืนที่แท้จริง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *