กำไรเพิ่ม ยอดขายพุ่ง ด้วยกลยุทธ์ความยั่งยืน เรียนรู้จาก LEGO ที่ใครๆก็ทำได้

เมื่อ LEGO ไม่ได้เป็นเพียง “บริษัทของเล่น” แต่กลายเป็นตัวอย่างที่ทรงพลังของการที่ธุรกิจสามารถผสมผสาน ความคิดสร้างสรรค์ ความยั่งยืน และการขยายห่วงโซ่อุปทาน เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว เรื่องราวของ LEGO ในครึ่งแรกของปี 2025 แสดงให้เห็นว่า แม้โลกธุรกิจจะเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม แต่แบรนด์ที่ยึดมั่นในคุณค่าและกล้าที่จะลงทุนเชิงกลยุทธ์ ก็ยังสามารถเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการทั่วโลกได้
ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความยั่งยืนไม่ใช่ต้นทุนที่ฉุดรั้ง แต่คือพลังขับเคลื่อนการเติบโต LEGO กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า การใช้วัสดุรีไซเคิล การลงทุนในโรงงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการขยายเครือข่ายการผลิตไปยังภูมิภาคใหม่ ๆ สามารถทำคู่ขนานไปกับการสร้างกำไรและการตอบสนองต่อผู้บริโภคได้จริง
เรื่องราวนี้คือแรงบันดาลใจที่ชัดเจนว่า หากธุรกิจเล็กกล้าที่จะเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ ในการทำสิ่งที่ถูกต้อง เช่น เพิ่มความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน ใช้วัสดุที่ยั่งยืน หรือสร้างแคมเปญที่สะท้อนคุณค่าในสังคม ก็สามารถสร้างความแตกต่าง และก้าวไปสู่การเติบโตที่มั่นคงได้เช่นกัน LEGO จึงไม่เพียงเป็นแบรนด์ของเล่น แต่ยังเป็น “กรณีศึกษา” ที่ชี้ให้เห็นเส้นทางใหม่ของธุรกิจที่ต้องการสร้างอนาคตที่ดีทั้งสำหรับผู้คนและโลกใบนี้
.
.
การเติบโตที่ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข
ในครึ่งแรกของปี 2025 The LEGO Group ประกาศผลกำไรและรายได้ที่เติบโตแบบสองหลัก จนสร้างสถิติใหม่ในวงการของเล่น รายได้รวมเพิ่มขึ้น 12% เป็น DKK 34.6 พันล้าน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนยอดขายตรงแก่ผู้บริโภค (consumer sales) ขยับขึ้น 13% ผลกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (operating profit) เพิ่มขึ้น 10% และกำไรสุทธิ (net profit) ก็โต 10% เช่นกัน
สิ่งที่ทำให้การเติบโตนี้โดดเด่นไม่ได้อยู่ที่สินค้าจำนวนมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการออกชุดใหม่ ๆ และธีมที่ตอบโจทย์ผู้คนหลายเพศและหลายกลุ่มอายุ ซึ่งช่วยให้แบรนด์ยังคง “relevant” ตลอดเวลา
.
สินค้าและธีมที่ขยายตัวเพื่อตอบความต้องการ
ในระยะเวลาเพียงหกเดือน LEGO เปิดตัวชุดใหม่ถึง 314 ชุด ซึ่งถือว่าเป็นสถิติสูงสุดของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรก ธีมยอดนิยมรวมถึง LEGO Botanicals, LEGO City, LEGO Technic, LEGO Icons และ LEGO Star Wars™
นอกจากนี้ LEGO ยังใช้วิธีร่วมมือกับแบรนด์หรือแฟรนไชส์ที่ได้รับความนิยม เช่น Formula 1 สำหรับชุดที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขัน, การประกาศความร่วมมือกับ The Pokémon Company ซึ่งจะมีชุด Pokémon ของ LEGO วางขายในปี 2026, และแคมเปญ “She Built That” ที่สนับสนุนให้เด็กผู้หญิงได้สร้างความคิดสร้างสรรค์ของตัวเอง ผ่านการเล่นและสร้างชุด LEGO ตามที่ตนสนใจ
.
.
การขยายห่วงโซ่อุปทานระดับโลก + โครงสร้างพื้นฐาน
เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น LEGO ได้ลงทุนขยายโครงสร้างพื้นฐานในหลายภูมิภาค
– เปิดโรงงานใหม่ที่เวียดนามในเดือนเมษายน 2025 ภายใต้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและออกแบบให้เป็นหนึ่งในโรงงานที่ยั่งยืนมากที่สุดของบริษัท
– วางแผนสร้างโรงงานใหม่และศูนย์กระจายสินค้า (distribution centre) ในเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีมูลค่าการลงทุนสูงถึง US$1.5 พันล้าน ตั้งเป้าเปิดใช้ในปี 2027
– ขยายโรงงานในเม็กซิโกและฮังการี และเปิดสำนักงานใหญ่อเมริกา (Americas head office) ที่บอสตันสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานในทวีปอเมริกาและการกระจายสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
– ร้านแบรนด์ (LEGO branded stores) อีก 24 สาขาเปิดใหม่ทั่วโลก ทำให้จำนวนรวมของร้านแบรนด์ LEGO ทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 1,079 สาขา ใน 54 ตลาด
.
.
‘ความยั่งยืน’ เป็นส่วนหนึ่งของ ‘กลยุทธ์หลัก’
LEGO ไม่ได้มองว่า sustainability เป็นเรื่องเสริม แต่เป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์เพื่อการอยู่รอดในระยะยาว
บริษัทตั้งเป้าที่จะให้ 60% ของวัสดุที่จัดหามา ภายในสิ้นปี 2025 มาจาก “แหล่งที่ยั่งยืน” (sustainable sources)
ในช่วงครึ่งแรกของปี วัสดุที่ใช้ renewable content (วัสดุที่สามารถทดแทนได้หรือมาจากวัสดุหมุนเวียน) มีสัดส่วนมากขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปีที่แล้ว
LEGO เริ่มใช้วัสดุใหม่ ๆ เช่น rSEBS สำหรับยาง (tyres) ที่ผลิตจากตาข่ายจับปลา เศษเชือก และน้ำมันเครื่องใช้แล้ว และวัสดุ e-methanol สำหรับชิ้นส่วนแข็งของ LEGO เช่น แกนล้อ มือมินิฟิกเกอร์ เป็นต้น ซึ่งเป็นการนำ CO₂ จากขยะชีวภาพมาผสมกับพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดการใช้วัตถุดิบฟอสซิลและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
.
.
สิ่งที่ผู้ประกอบการและธุรกิจอื่น ๆ ควรเรียนรู้จาก LEGO
1. ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์หลายกลุ่มผู้บริโภค
LEGO ไม่ได้จำกัดตัวเองไว้ที่เด็กเท่านั้น แต่มีธีมหรือคอลเลกชันที่เข้ากับเทศกาล ความสนใจเฉพาะกลุ่ม และแฟรนไชส์ที่มีฐานแฟนเหนียวแน่น เช่น Pokémon, Star Wars, และรุ่น Botanicals ที่เหมาะกับผู้ใหญ่ด้วย
.
2. การลงทุนขยายโครงสร้างพื้นฐานล่วงหน้า
LEGO เปิดโรงงานใหม่หลายแห่งและศูนย์กระจายสินค้า เพื่อรองรับการเติบโตในภูมิภาคต่าง ๆ ซึ่งช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์และระยะเวลาจัดส่งสินค้า
.
3. นำ sustainability มาบูรณาการในทุกระดับ
ตั้งแต่วัสดุที่ใช้ ผลิตภัณฑ์ วัตถุดิบ โรงงาน จนถึงการออกแบบสินค้าใหม่ ๆ และประสบการณ์ของลูกค้า (ทั้งหน้าร้านและออนไลน์)
.
4. นวัตกรรมสร้างความแตกต่าง
การใช้วัสดุรีไซเคิลสูง การใช้พลังงานสะอาดในโรงงานใหม่ การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีธีมและเรื่องราวที่ผู้บริโภคเชื่อมโยงได้
.
.
🧩 มุมมองสำคัญ
1. LEGO ไม่ได้ขายของเล่น
แต่ขาย “จิตวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์”
ลองมองดี ๆ LEGO ขยายธีมของเล่นให้ตอบสนองคนหลายเพศหลายวัย สร้างเรื่องราวจาก Pokémon, Star Wars ไปจนถึง LEGO Botanicals ที่ใคร ๆ ก็จัดวางบนโต๊ะทำงานได้อย่างภาคภูมิ
นี่คือ “จิตวิญญาณแห่งความร่วมสมัย” (relevance) ที่ทำให้ LEGO กลายเป็นของเล่นที่ไม่ใช่ของเด็ก แต่เป็นของเล่นที่รักษาความเป็นเด็กในใจคนทุกวัยเอาไว้ได้อย่างแยบยล
.
2. LEGO วาง “ความยั่งยืน”
ไม่ใช่แค่ CSR แต่คือ Core Strategy
ในแบบเดียวกันกับแนวคิด “ธุรกิจสีขาว” LEGO ไม่ได้ทำเรื่อง ESG เพื่อให้ภาพลักษณ์ดูดี แต่เป็นการฝังความยั่งยืนลงในดีเอ็นเอขององค์กร
ไม่ว่าจะเป็นการใช้วัสดุ rSEBS จากขยะทะเล e-methanol จาก CO₂ หรือการตั้งโรงงาน Net-Zero ที่เวียดนาม
นี่ไม่ใช่การลดต้นทุนแบบเดิม แต่เป็นการเพิ่มคุณค่าแบบใหม่ และนี่เองที่เปลี่ยน “ต้นทุน” ให้กลายเป็น “ต้นทางของคุณค่า”
.
3. ธุรกิจที่มี “ความหมาย” จะโตได้
แม้อยู่ในสภาพเศรษฐกิจที่กดดัน
ผลประกอบการของ LEGO โตเป็นเลขสองหลักในปี 2025 ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ไม่สดใสนัก นี่แปลว่า… ความหมาย มีพลังมากกว่า มาร์เก็ตติ้ง
คุณค่าที่แท้จริง แรงกว่าการ โฆษณาชั่วคราว นี่ตรงกับหลัก IDGs (Inner Development Goals) ว่า… “องค์กรจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้ ต้องเริ่มจาก ‘การเปลี่ยนแปลงภายใน’ ของคนในองค์กรก่อน”
.
4. LEGO คือ Case Study ของ “องค์กรแบบบูรณาการ”
LEGO ไม่ได้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง…
นวัตกรรม หรือ ความยั่งยืน
ขยายกำไร หรือ ขยายคุณค่า
การลงทุนในเทคโนโลยี หรือ การลงทุนในคน
แต่ LEGO กำลังบอกเราว่า ถ้าเราวางฐานคิดดีพอ ทุกอย่างรวมกันได้เสมv เราไม่ต้องทิ้งเทคโนโลยี แต่ใช้มันอย่างพอเหมาะ พอเพียง และมีเป้าหมายชัดเจน
.
.
📌 สิ่งที่ธุรกิจ SME ไทยควรเรียนรู้จาก LEGO
✅ เริ่มที่เล็ก แต่คิดให้ใหญ่
✅ ตอบคำถามนี้ให้ได้ก่อน:
“ธุรกิจของคุณ เกิดมาเพื่ออะไร ?”
ถ้าคำตอบคือ “เพื่อขายของ” ก็เหนื่อยหน่อย
แต่ถ้าคำตอบคือ “เพื่อแก้ปัญหาบางอย่างในสังคม” เมื่อนั้นธุรกิจของคุณจะมีแรงส่งในระยะยาว
.
.
จาก LEGO สู่ตัวเรา
LEGO สร้างของเล่นที่ทำให้คนมีความสุข
แล้วเรากำลังสร้างอะไรอยู่ ?
ธุรกิจที่ดี คือธุรกิจที่ทำให้คนอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกวัน แม้จะเหนื่อย แม้จะล้ม แม้จะไม่มีใครเห็น แต่ยัง “อยากตื่นมา” เพื่อทำสิ่งนั้นอีกวัน
ถ้าธุรกิจของเราทำให้คนรู้สึกแบบนั้นได้
นั่นแหละ…เรากำลังเดินในเส้นทางเดียวกับ LEGO

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *