ขับธรรม

        สมัยนี้มีวิกฤติเกิดขึ้นมากมาย วิกฤติการเงิน วิกฤติสังคม ไปจนถึงวิกฤติดินฟ้าอากาศ         แต่ยังมีอีกวิกฤติหนึ่งที่ใครอายุสักเลข 3 เลข 4 คงยังพอจำกันได้แม่น โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองนั่นคือ “วิกฤติจราจร” ที่วิกฤติขนาดมีคำหยอกที่ใครฟังล้วนบอกว่าเป็นเรื่องจริงคือ “จราจรจราจล”         ยังจำกันได้ใช่ไหมครับ ยุคที่เราแทบจะกินนอนกันในรถ ลูกต้องไปแต่งตัว กินข้าวเช้าในรถ ภรรยาก็ไปแต่งหน้า ทาปากในรถ อุปกรณ์จำเป็นที่ต้องติดรถไว้ไม่ขาดก็อุปกรณ์ขับถ่าย ไม่งั้นโรคกระเพาะปัสสวะอักเสบถามหาเอาง่าย ๆ นอกจากอุปกรณ์ประเภทนี้แล้วที่ขายดีอีกอย่างก็พวกโทรทัศน์ เครื่องล่นซีดีติดรถ ไปไหนทีนี่ดูหนังจบเรื่องกันสบาย ๆ         แม้ตอนนี้จะไม่ถึงขนาดนั้นแล้วแต่เวลาแต่ละวันที่เราใช้ในรถก็ยังคงไม่ใช่น้อย ๆ จากบ้านมาทำงานยังเป็นชั่วโมง ไปกลับก็สอง หากต้องไปส่งแฟน ส่งลูก 3-4 ชั่วโมงนี่เรื่องปกติ และหากงานเราต้องออกไปติดต่อลูกค้าก็อาจเพิ่มอีกสัก 2 รวมเป็นเราอยู่บนรถวันหนึ่งอาจถึง 6-7 ชั่วโมงกันเลย         แล้วเวลาจะ 2 3 6 หรือ 7 ชั่วโมงในรถนี้คุณใช้ทำอะไรครับ เวลามากมายนี้คุณใช้ได้คุ้มค่าไหม ซึ่งถ้าใครรู้สึกว่ายังผมขอแนะนำวิธีที่จะทำให้เวลาในรถคุณยังประโยชน์สูงสุดในชีวิตครับ ผมขอแนะให้มาปฏิบัติธรรมตอนขับรถกันเลย         อ๊ะ…อย่าตกใจวาดภาพการปฏิบัติว่าเป็นการนั่งหลับตาทำสมาธินะครับ ขืนแบบนั้นมีหวังไม่รถคันหลังลงมาโวย คุณก็อาจออกจากสมาธิอีกทีที่โรงพยาบาลได้ การปฏิบัติธรรมที่ผมขอเสนอนี้ก็คือการฝึกควบคุมจิตใจให้เป็นจิตใจที่ดี เป็นพื้นฐานของความสงบร่มเย็นครับ         เริ่มจากตั้งใจเมื่อไขกุญแจรถเลยว่าทริปนี้เราจะไม่โมโห ฉุนเฉียวกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ตั้งใจให้มั่นหรือที่เรียกว่า “อธิษฐาน” นั่นแหละครับ เราจะฝึกข่มความโกรธ เราจะฝึกอดกลั้นต่อการเอารัดเอาเปรียบของคนที่เห็นแก่ตัว จากนั้นก็ขึ้นระขับตามปกติ ผมมั่นใจเหลือเกินว่าไม่ช้า ไม่นานแบบทดสอบจะมาให้คุณทำ เดี๋ยวรถปาดหน้า แทรกตัดคิว เดี๋ยวคันหน้าขับกินลมลืมดูไฟเหลืองที่กำลังจะแดง เดี๋ยวอีกทางไปไม่ได้ก็ยังจะออกมาขวางทางเลี้ยวคุณ         สารพัดเหตุการณ์ที่ชวนให้หัวเสียจะมาเป็นครูฝึก ถ้าคุณตั้งใจดี ยิ้มรับสถานการณ์ เอาไงกันก็เอา อยากตัดคิวก็ปล่อยเขา อยากกั๊กมาขวางทางก็ยิ้มให้ อยากแซงซ้ายก็ปล่อยไป แล้วลองดูผลซิครับ ไม่แน่นะครับว่าพอคันที่ขวางอยู่ได้เห็นรอยยิ้มจากคุณแล้วเขาอาจจะรู้สึกผิดยอมถอยเปิดช่องให้ แต่ถ้าขมึงใส่กันก็ยิ่งไม่มีใครยอมใครจนอาจเลยเถิดเป็นเรื่องเศร้าได้         หรือเหตุการณ์ที่ไม่มีคู่กรณีเช่นคุณสายเกินนัดแล้วหัวเสีย หุนหันจะรีบไปให้ได้เร็วที่สุด ทริปที่อธิษฐานนี้ก็ลองใจเย็นดูครับ ช้ามันก็ช้าอยู่แล้วใจร้อนไปก็ไม่ช่วยให้เร็วขึ้นเลย สู้ทำใจให้นิ่งไว้เตรียมรับสถานการณ์อย่างมีสติ ถึงเวลาจริงอาจไม่แย่อย่างที่คิด หรืออย่างน้อยเราก็อาจแก้ไขสถานการณ์ได้ด้วยสติ ปัญญาที่เราทบทวนมาในช่วงรถติดนั่นแหละ ขณะที่หากเอาแต่ใจร้อน ต่อให้อาจไปถึงเวลาประชุมฉิวเฉียด แต่ใจที่ร้อนค้างนั้นอาจทำลายบรรยากาศการประชุม หรือบั่นทอนปัญญาในการติดต่องานนั้นลงจนงานไม่สำเร็จ หรืออาจเสียหายมากกว่าด้วยซ้ำ         ลองตั้งใจไม่โกรธดูนะครับ ทำได้แล้วคราวนี้แอดวานซ์ขึ้นอีกด้วยการตั้งใจจะทำดีเลย ขับครั้งหน้าคุณก็บลองดูครับตั้งใจว่าขับรถเที่ยวนี้คุณจะให้ทางคันอื่น ถึงที่ทำงานคุณก็จะให้โอกาสคนอื่น ผมเชื่อว่าชีวิตของผู้ที่ทำเช่นนี้ได้จะดีขึ้นในทุก ๆ ด้านครับ         ใครทำอะไรย่อมได้รับสิ่งนั้น เราให้ทางเขา เราก็จะได้ความสะดวกในทางนั้น ซึ่งทางสะดวกนี้มิเพียงแค่ทางบนถนนแต่เป็นทางทางนามธรรม คือจิตใจเราก็จะสะดวกไปด้วย แลกกับการเสียเวลาเดินทางในรถ อย่างนี้คุ้มทีเดียวจะเรียกว่า พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสก็ได้ครับ !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *