
คำถามนี้ตอบเหมือนจะง่ายแต่เอาเข้าจริงแล้วไม่ง่ายเลย ถ้าลองนึกกรณีที่แม่มีลูกอ่อนที่ไม่มีเงินจนต้องไปขโมยนมมาประทังชีวิตลูกน้อยอย่างนี้เรียกว่าแม่ทำความดีหรือทำความชั่ว หรือกรณีที่ทหารสังหารศัตรูเพื่อป้องกันประเทศ ตำรวจฆ่าคนร้ายเพื่อป้องกันราษฎร เช่นนี้ทหารและตำรวจเป็นคนดีหรือคนไม่ดี การถกในเรื่องที่เหมือนจะธรรมดาแต่สุดจะไม่ธรรมดานี้คงเป็นการยากที่จะให้ได้ข้อสรุป ที่นำมาเพียงหวังผลให้เกิดการลองตั้งคำถามถึงความดีนี้ขึ้นในใจ เพื่อจะได้เลยนึกต่อไปอีกถึงการเป็นคนดีว่าหมายถึงคนเช่นใด
คำตอบนี้อาจพอสืบค้นได้ง่ายหน่อยโดยสามารถเริ่มจากขั้นต้นคือนิยามของคำว่า “คน” กันก่อน
จะเป็นคนได้ต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง ?
คำถามนี้ชาวพุทธเราตอบไม่ยากเพราะมีคำสอนบอกไว้อยู่แล้วว่าการจะเกิดเป็นคนได้นั้นจะต้องมีพื้นฐานคือการไม่เบียดเบียนกันคืออย่างน้อยต้องมีศีล 5 เป็นขั้นต่ำ ส่วนการขยับขึ้นมาเป็นคนดีนั้นก็จะต้องมีธรรมคู่กันกับศีล 5 ที่เรียกว่าเบญจธรรม 5 เป็นธรรมแห่งความดีงามนำความเจริญมาให้ผู้ปฏิบัติ ได้แก่
การมีเมตตา
การประกอบสัมมาอาชีพ
การสำรวมในกาม
การพูดแต่ความจริง
การมีสติ สัมปชัญญะ
หมวดเบญจศีล เบญจธรรมนี้ถ้าไม่ลืมเราเคยเรียนกันสมัยเด็ก ๆ มาแล้วก็ขอยังไม่ขยายต่อนะครับ เพราะอยากพามาดูขั้นต่อจากนั้นกันนั่นคือขั้นการเป็นอารยชน (ไม่ใช่อริยบุคคล พระโสดาบันไปจนถึงพระอรหันต์นะครับ) ในธรรมหมวดที่เรียกอริยวัฑฒิ 5 หมายถึง หลักปฏิบัติที่นำไปสู่ความเจริญงอกงาม หรือความเป็นอารยชน หรือความเป็นคนดีในอุดมคติ ทำให้เป็นมนุษย์ที่ดีขึ้น มีความเจริญงอกงามขึ้น ซึ่งประกอบด้วยคุณสมบัติ 5 ประการ ได้แก่
ศรัทธา คือ ความมั่นคงในสิ่งที่ดีงาม โดยเฉพาะความมั่นคงในพระรัตนตรัย ความมั่นคงต่อการพากเพียรทำความดี มิใช่ความศรัทธาหรือความหลงมัวเมาในสิ่งงมงาย สิ่งไร้สาระ ไม่ก่อเกิดประโยชน์
ศีล คือ ความเป็นปกติของมนุษย์ที่ดำเนินชีวิตอย่างไม่เบียดเบียนกัน ทั้งในเรื่องของร่างกาย ทรัพย์สิน หรือเกียรติภูมิ มีความประพฤติงดงามไม่หลงคะนองขาดสติ
สุตะ คือ ความรักในการหมั่นศึกษาเล่าเรียน ขวนขวายศึกษาหาความรู้ ซึ่งรวมถึงความรู้ในเรื่องของการดำเนินชีวิต ความรู้ในเรื่องของจิตใจ มิใช่สักแต่รู้ในการบริโภค ใช้สอย
จาคะ คือ การให้ มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้ำใจ รู้จักการสงเคราะห์ ทำอาสา สร้างประโยชน์แก่สังคม ไม่ดูดายในปัญหาต่าง ๆ และการให้นี้มิได้จำกัดแค่เรื่องการบริจาคทรัพย์สินเงินทอง แต่รวมถึงการบริจาคแรงกาย กำลังความรู้ ประสบการณ์เพิ่อประโยชน์แก่ผู้อื่นด้วย
ปัญญา คือ การมีเหตุผล รุ้ผิดชอบชั่วดี รู้บาปบุญคุณโทษ มีความรู้รอบและรอบรู้ มีปัญญาพิจารณาสิ่งต่าง ๆ โดยไม่มีอคติรัก ชอบ ชังมาบังเหตุผล
ฉบับนี้ก็ขอนำหมวดธรรมแห่งความเป็นคนใน 3 ระดับมาฝากนะครับ
เริ่มจากอยากเป็นคนต้องมีศีล 5 เมื่อใดขาดศีลก็เหมือนร่างกายเป็นคนแต่ใจเป็นเปรต อสุรกายหรือสัตว์นรก อยากเป็นคนดีก็ต้องมีธรรม 5 สุดท้ายหากอยากเป็นอารยชนต้องมีอริยวัทฒิ 5 อยากเป็นคนแบบไหนเราเลือกเองได้ครับ







ใส่ความเห็น