ความยั่งยืนคือ Mindset (สัมมาทิฐิ) ไม่ใช่กิจกรรม (Activities/CSR)

ความยั่งยืนคือ Mindset (สัมมาทิฐิ)
ไม่ใช่แค่กิจกรรม (Activities หรือ CSR)

หนึ่งในบทความนี้อยากให้คนในแวดวงธุรกิจ รวมไปถึงทุกคนได้อ่านแล้วทำความเข้าใจคงไม่พ้นบทความนี้ เพราะนับเป็นก้าวแรก ก้าวสำคัญ หากเริ่มต้นถูก กระบวนการต่าง ๆ ที่ตามมามีโอกาสที่จะถูกสูง ในขณะเดียวกัน ถ้าเราเริ่มผิดตั้งแต่ต้น สิ่งที่ตามมาทั้งหมดย่อมผิดตาม

.

ในยุคที่ความยั่งยืน (Sustainability) กลายเป็นเรื่องที่หลายองค์กรให้ความสำคัญ หลายคนอาจเข้าใจว่า การทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน เช่น กิจกรรม CSR (Corporate Social Responsibility) หรือโครงการรักษ์โลก เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้เพียงพอ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การสร้างความยั่งยืนที่แท้จริงนั้นลึกซึ้งกว่าการทำกิจกรรมชั่วคราวเหล่านี้ เพราะความยั่งยืนที่แท้จริงคือการมี “Mindset” หรือ สัมมาทิฐิ ที่ยึดถือและปฏิบัติอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ด้านของชีวิตและการทำงาน

.

ความยั่งยืน: มากกว่ากิจกรรม แต่คือการมีสัมมาทิฐิ

การมีสัมมาทิฐิหมายถึงการมีทัศนคติที่ถูกต้อง ซึ่งสามารถนำไปสู่การตัดสินใจและการกระทำที่ส่งผลดีต่อทั้งตัวเองและสังคมรอบข้าง ในบริบทของความยั่งยืน การมีสัมมาทิฐิหรือ mindset ที่ยั่งยืน คือการที่เราไม่เพียงแต่ทำกิจกรรมที่ดูแลสิ่งแวดล้อมหรือช่วยเหลือสังคมในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ เท่านั้น แต่เป็นการปลูกฝังความเชื่อและค่านิยมในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาคุณภาพชีวิตในทุก ๆ การตัดสินใจและการกระทำในชีวิตประจำวัน

.
.

การพัฒนา Mindset แห่งความยั่งยืน

1. มองภาพรวม: การเข้าใจว่าทุกสิ่งในโลกนี้มีความเชื่อมโยงกัน และการกระทำใดๆ ก็ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ การมองเห็นภาพรวมทำให้เราสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน

2. การคิดอย่างยั่งยืนในระยะยาว: ไม่ใช่แค่การมุ่งหวังผลประโยชน์ในระยะสั้น แต่เป็นการวางแผนและดำเนินการเพื่อสร้างผลประโยชน์ที่ยั่งยืนในระยะยาว ทั้งนี้รวมถึงการลงทุนในทรัพยากรที่ใช้ได้อย่างยาวนาน การพัฒนานวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการสนับสนุนชุมชนและสังคมให้เติบโตไปพร้อม ๆ กับการดำเนินธุรกิจ

3. มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม: Mindset แห่งความยั่งยืนต้องเริ่มต้นจากการตระหนักถึงความรับผิดชอบของเราในทุก ๆ การกระทำ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทรัพยากร การบริหารจัดการของเสีย ธรรมาภิบาล หรือการสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

4. เรียนรู้และปรับตัวอย่างต่อเนื่อง: โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ความยั่งยืนไม่ใช่สิ่งที่สามารถสร้างได้ในชั่วข้ามคืน แต่ต้องการการเรียนรู้และการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและสังคม

.
.

การเปลี่ยนแปลงที่เริ่มจาก Mindset

สำหรับองค์กร การสร้าง Mindset แห่งความยั่งยืนเป็นสิ่งที่จำเป็นมากยิ่งกว่าการจัดกิจกรรม CSR หรือโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นครั้งคราว เพราะ Mindset นี้จะช่วยให้การดำเนินงานขององค์กรทุกด้านมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

องค์กรที่มี Mindset แห่งความยั่งยืนจะมองเห็นความสำคัญของการลงทุนในทรัพยากรที่ยั่งยืน การพัฒนานวัตกรรมที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการสร้างความร่วมมือกับชุมชนเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พนักงาน ผู้ถือหุ้น ชุมชน สังคม ธรรมชาติ

ท้ายที่สุด ความยั่งยืนที่แท้จริงไม่ใช่เพียงแค่การทำกิจกรรมใด ๆ แต่เป็นการปลูกฝัง Mindset หรือสัมมาทิฐิที่ยั่งยืนในทุก ๆ ด้านของชีวิตและการทำงาน การที่เรามี Mindset แห่งความยั่งยืนจะช่วยให้เราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีและยั่งยืนให้กับตัวเอง สังคม สิ่งแวดล้อม และโลกได้ในระยะยาว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *