ความสุขที่ขาดหาย

        การได้มาซึ่งความสุขนั้นแสนยาก         หรือจะบอกว่าคนทุกคนล้วนมีแต่ความทุกข์กันทั้งนั้นก็คงไม่ผิด และในบรรดาความทุกข์นั้นหากแยกประเภทหลัก ๆ ก็คงแยกได้สักสามประเภท         หนึ่งคือเรื่องของการหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องหรือเรื่องการเงิน การงาน         สองก็เรื่องของสุขภาพโรคภัยไข้เจ็บ         และสามคือเรื่องครอบครัว ความรัก อนาคตของลูกหลาน         ซึ่งการแก้ก็ดิ้นรนตามประเภทความทุกข์กันไป         เรื่องเงิน หากแก้ที่ต้นเหตุให้ถูกทางก็ต้องแก้ด้วยการพยายามทำงาน สร้างกำไร ลดรายจ่าย แต่หากแก้ผิดก็คือไปกู้หนี้ยืมสินหมุนกันจนดอกทบต้น ต้นทบดอกแล้วออกไม่ได้         เรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย ก็ต้องดูแลร่างกายให้ดีตั้งแต่ก่อนโรคจะมาเยือนทั้งเรื่องกิน นอน ออกกำลัง จัดการอารมณ์ให้แจ่มใส แต่หากเป็นโรคแล้วก็ต้องดิ้นรนหาหมอแผนต่าง ๆ มารักษา         ส่วนเรื่องครอบครัว ก็ต้องสร้างภูมิกันด้วยความรัก ความอบอุ่น ความเข้าใจอย่าให้ความเชื่อหรือทัศนคติที่ผิดพลาดจากระบบทุนนิยมมาทำลายรากแก้วของสายใยรักในครอบครัว แต่หากเริ่มมีรอยปริแล้วทางแก้หรือที่จริงต้องเรียกว่าทางบรรเทาก็คือการรู้จักวางใจ         แต่ทั้งหลาย ทั้งปวงไม่ว่าจะประสบทุกข์ประเภทไหน เรื่องที่พอจะดีอยู่บ้างก็คือคนที่ทุกข์ “รู้” ว่าเขาทุกข์เรื่องอะไร แม้อาจจะแก้ได้บ้าง ไม่ได้บ้างแต่ยังได้แก้         แต่ที่ไม่น่าเชื่อว่ามีคนไม่น้อยเลยที่ทุกข์แต่ไม่รู้ว่าตัวเองทุกข์เรื่องอะไร !         มิได้พูดเล่นนะครับ เป็นเรื่องจริง จริง ๆโดยเฉพาะกับคนที่มีทุกอย่างพร้อมสรรพ มีสิ่งจำเป็นในชีวิตตามมาตรฐานสังคม         ด้วยบางบทบาททำให้ผมได้พบเจอผู้คนมากมายจากหลากหลายฐานะ และที่น่าสนใจคือผมได้พบคนจำนวนไม่น้อยเลยที่ไม่รู้ว่าตัวทุกข์เรื่องอะไรอยู่ หลายคนเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีเงินทองจับจ่ายอย่างอิสระ มี ครอบครัว ลูกหลานที่อบอุ่น มีสุขภาพร่างกายก็แข็งแรงเป็นปกติ แต่เขากลับยังรู้สึกเหมือนชีวิตมันยังไม่เต็ม มันพร่องอยู่ มันยังขาดอะไรบางอย่างอยู่ แต่เขาไม่รู้ว่าเขาขาดอะไร มีใครเป็นเช่นนี้บ้างไหมครับ ?         ถ้าเป็นผมบอกได้เลยว่าสาเหตุก็มาจากเพราะการ “ไม่รู้” ว่าขาดอะไรนั่นแหละที่ทำให้ทุกข์ ส่วนถามต่อว่าแล้วสิ่งที่ขาดคืออะไร คำตอบก็คือขาดการตระหนักรู้ “คุณค่า” ในตัวเองครับ         ความยอมรับในตัวเองนี้เองที่จะเป็นส่วนที่จะเติมเต็มชีวิตได้จริง ใครที่ไร้ซึ่งความภาคภูมิใจในตัวเองต่อให้เขามีทรัพย์สินเงินทองมากขนาดไหนก็ยังไม่อาจสุขได้เต็มที่ ความภาคภูมิใจกับการมีอยู่ของตัวเอง กับลมหายใจของตัวเอง กับภาระหน้าที่ของตัวเองนี่ต่างหากที่ทำให้คนเป็นคนอย่างสมบูรณ์         เมื่อไม่รู้สาเหตุก็ไม่รู้วิธีแก้ หลายคนเลยไปหาทางออกเอากับการท่องเที่ยวรอบโลก การจับจ่ายซื้อของแพง ๆ หรือการเลี้ยงสัตว์ แต่มันก็ช่วยได้เพียงบรรเทาชั่วครู่         แล้วแก้ไขอย่างไร ?         คำตอบก็ต้องแก้ที่เหตุครับ คือทำให้ตนตระหนักรู้คุณค่าในตนเอง         ส่วนการแก้ทุกข์ประเภทนี้ในภาคปฏิบัติก็เริ่มด้วยการคิดถึงสังคมว่ามีปัญหาอะไรที่เราสามารถช่วยแก้ปัญหานั้นได้ แล้วก็ไปอาสาแก้ไขครับ         ไม่เชื่อลองดูซิครับยังไม่ต้องลงมือแค่คิดถึงปัญหาและคิดว่าเราจะเข้าไปช่วย เท่านี้ตัวเราจะมีคุณค่าขึ้นมาทันที และค่านั้นแหละครับที่จะทำให้เราสุข         ส่วนคนที่ยังต้องทำงานหาเงินอยู่ก็ยิ่งต้องเริ่มจากปัญหาสังคมนี้เช่นกัน แล้วค่อยพัฒนาการช่วยของเราไปเป็นอาชีพเพื่อเลี้ยงตัว เลี้ยงครอบครัว เท่ากับเป็นทั้งการทำประโยชน์ตน และประโยชน์ท่านให้ถึงพร้อมดั่งคำที่พระพุทธเจ้าตรัสสอน         ทำได้เช่นนี้เราก็จะมั่นคงทั้งอาชีพและจิตใจครับ         อาชีพมั่นคง ก็เพราะเมื่องานเราเริ่มจากการแก้ปัญหาให้คนอื่น ตามหลักการตลาดเขาก็เรียกว่าสินค้าหรือบริการของเรามีความต้องการในตลาด ซึ่งเมื่อมีความต้องการโอกาสสำเร็จของเราจึงสูง ยิ่งเป็นปัญหาใหญ่ มีคนเป็นมากความสำเร็จจะอยู่แค่เอื้อม         จิตใจมั่นคง ก็เพราะเมื่อใดที่งานของเรามุ่งประโยชน์ใหญ่กว่าตัวเรา เมื่อนั้นเราจะมีกำลังมาก มีความมุ่งมั่นมาก จิตใจจะมั่นคงมาก         ใม่เชื่อลองย้อนนึกไปช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 54 ดูซิครับ ใครที่ได้ออกมาเป็นจิตอาสาช่วยเพื่อนพี่น้องที่ตกทุกข์ได้ยากจะจะรู้สึกได้เลยว่าตอนนั้นเราไม่มัวมาคอยหยุมหยิมกับเรื่องเล็กน้อย หรือใช้ชุดความคิดเดิม ๆ ที่มีแต่ชั่งน้ำหนักประโยชน์ตน การทำเพื่อผู้อื่นนั้นมีค่ายิ่งกว่า ใจอิ่มเป็นสุขยิ่งกว่า         มีงานวิจัยระบุว่าหากในช่วงวัยกลางคนกลุ่มตัวอย่างไม่เคยผ่านประสบการณ์ดี ๆ ของการเป็นผู้ให้แล้วเมื่อเข้าสู่วัยชราเขาจะเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะเป็นคนชราที่อมทุกข์ ไร้ซึ่งความสุข ใครไม่อยากกลายเป็นคนแก่ที่ชีวิตแห้งแล้วรอวันตายอย่างอับเฉาก็มาฝึกให้กันนะครับ ความสุขของคนเมืองจะยั่งยืนไม่ขาดหายไปก็ต้องใช้ชีวิตและความคิดเพื่อคนอื่นครับ !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *