ประกันอาชีพ

        หลายเดือนก่อนมีประเด็นร้อนในประเทศที่ผมอยากจะนำกลับมาพูดอีกสักครา         อยากพูดก็เพราะเผื่อแนวทางที่ขอแลกเปลี่ยนนี้อาจพอจะช่วยคลายเรื่องที่ร้อนทุกครั้งยามถึงหน้าเก็บเกี่ยวข้าวนี้ให้เย็นสบายลงได้บ้าง         ใช่ครับผมกำลังอยากพูดถึงเรื่องของ “การรับจำนำข้าว”         ในมุมการเมืองโดยเฉพาะปีเก็บเกี่ยวผ่านมาก็ร้อนฉ่าเพราะมีข้อสงสัยในความโปร่งใสของหลายกรณีซึ่งก็เป็นหน้าที่ของทางการที่จะดำเนินการต่อไป ส่วนมุมที่ผมอยากชวนคุยจะเป็นในเรื่องของแนวทางที่มีการถกกันมากระหว่าง “การรับจำนำ” กับ “การประกันราคา”         ประเด็นนี้อยากให้มองลึก ย้อนไปให้ถึงรากเหง้าของสังคมไทย ที่ไม่ว่าจะอย่างไรเราก็ยังเป็นสังคมเกษตรกรรม ด้วยภูมิประเทศ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูกและพืชผล เราไม่ได้อยู่กับเครื่องจักร ไม่ได้ใช้ชีวิตในโรงงานอุตสาหกรรม เหมือนอย่างที่เราอยากจะผันสังคมเราให้เป็น         ซึ่งเมื่อนำรากเหง้ามาบวกกับปัญหาข้าวที่เกิดอยู่ โจทย์ที่ตั้งจึงควรจะเป็นว่าแนวทางใดที่เราอยู่ได้อย่างแข็งแรง สมบูรณ์พร้อมเติบใหญ่อย่างแข็งแกร่ง มั่นคงบนฐานที่เป็นวิถีของเราจริง ๆ         มีการถกกันระหว่างข้อดีด้อยของสองทางนี้มานานก็ยังไม่ได้ข้อสรุป         ซึ่งคำตอบที่ออกมาอาจไม่ใช่ทั้งการจำนำ หรือการประกันก็ได้ !         ที่ผมอยากนำเสนอให้พิจารณาคือ “การประกันอาชีพเกษตรกร” หมายถึงการให้เงินสนับสนุนแก่ผู้ที่ทำอาชีพนี้อาจเป็นเหมือนค่าจ้างขั้นต่ำ หรือเป็นสวัสดิการก็ลองศึกษากันดู เป็นเหมือนรัฐบาลจ้างคนมาทำงานเกษตรที่หากสามารถหาตัวเลขที่พอเหมาะได้ก็จะทำให้อาชีพเกษตรนี้มั่นคง เพราะมีรายได้หรือสวัสดิการพื้นฐานที่แน่ชัดอยู่จำนวนหนึ่งแล้วเมื่อมาบวกกับค่าขายพืชผลเกษตรนั่นก็จะช่วยยกระดับ คุณภาพชีวิตขึ้น ไม่แน่หากสำเร็จคนอาจอยากเป็นเกษตรกรกันมากขึ้นจนรัฐฯก็ต้องหามาตรฐานในการขึ้นทะเบียนเกษตรกรกันให้รัดกุม ให้อาชีพนี้กลายเป็นอาชีพที่มั่นคง มีแต่คนอยากทำเหมือนคนอยากเข้ารับราชการเพราะมั่นคงดี         หรือจะมองประโยชน์มุมกลับเมื่อคนมีรายได้ทุนอยู่ระดับหนึ่งแล้วก็อาจทำให้ราคาสินค้าเกษตรที่ขายนั้นลดลง เมื่อราคาถูกลงคนก็บริโภคมากขึ้น เกษตรกรก็มีรายได้มากขึ้นอีก         แต่ที่สำคัญคือเมื่อเกษตรกรมีชีวิตที่ดี ก็จะไม่หนีมาสู่ภาคอุตสาหกรรมในเมืองใหญ่ อันเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นสาเหตุของปัญหาสังคมมากมาย ทั้งเรื่องสาธารณูปโภคพื้นฐาน ไปจนถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ขณะที่การที่คนอยู่ในถิ่นเกิดยังช่วยทำให้ปัญหาสังคมลดลงได้มากเพราะครอบครัวอบอุ่นเป็นวัคซีนป้องกันโรคร้ายนานัปการ และเมื่อครอบครัวเข้มแข็ง ชุมชนย่อมอบอุ่น ประเทศชาติย่อมเจริญอย่างแน่นอน มาช่วยกันส่งเสริมอาชีพเกษตรกรกันมาก ๆ เถิดครับ ก็เราเป็นประเทศเกษตรกรรม ไม่ใช่อุตสาหกรรม ยืนยันแน่นอนครับ !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *