วิจัย

        สมัยนี้เขาเห่อการวิจัยกัน !         จะทำอะไร ขายสินค้า คิดไอเดีย เสนองานแม้กระทั่งเถียงกันในวงเหล้าเป็นต้องมีคำว่างานวิจัยนี้มารองรับ ต้องบอกว่าความคิดตน ความเชื่อตน หรือสิ่งที่ตนนำเสนอ(นำมาเถียง)นั้นเป็นผลการวิจัยจาก…         ส่วนหนึ่งก็น่าจะดีทำให้คนในสังคมหันมาใช้เหตุ ใช้ผลในเรื่องต่าง ๆ มากขึ้น ไม่ได้ใช้แต่ความรู้สึก อารมณ์ในการเอาชนะคะคานกัน เรียกให้เท่ห์หน่อยก็ว่าเป็นแนวโน้มที่ดีที่เราจะเป็นวิทยาศาสตร์กันมากขึ้น         แต่มองอีกมุมก็ไม่แน่นัก เพราะธรรมชาติของงานวิจัยผลที่ได้ก็คือผลจากการวิจัยนั้นในบริบทแวดล้อมเฉพาะชุดหนึ่งที่สอดคล้องกับสมมติฐานที่ต้องการวิจัย ดังนั้นการนำไปใช้ให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ ผู้ใช้ต้องเป็นนักวิจัยด้วย หรืออย่างน้อยก็รู้ระเบียบวิธีวิจัย มิเช่นนั้นจะกลายเป็นการไปเลือกเอาผลวิจัยที่สอดคล้องกับที่ตนต้องการมาใช้แบบหลับหู หลับตา         คราวนี้เลยกลายเป็นว่าผลวิจัยนั่นเองเป็นเครื่องมือในการใช้อารมณ์ ในการตะแบงให้ได้ตามที่ตนคิด ที่ตนเชื่อทำได้ทำมาสังคมเลยจะยิ่งย่ำแย่หนักกว่าเก่า แย่ทั้งในเรื่องคนก็ไม่ได้มีเหตุผลขึ้นจริง ๆ แค่เพียง “เหมือน” จะมีเหตุผลด้วยการไปหยิบบางส่วนที่เกี่ยวกับการวิจัยมาใช้ เลยเถิดไปถึงขั้นที่เรียกว่า “งมงายในวิทยาศาสตร์” กันนั่นเลย         อย่าตกใจกับศัพท์นี้นะครับ เราสามารถงมงายได้ในทุกเรื่องไม่เว้นแม้แต่เรื่องที่เหมือนจะเป็นตรงกันข้ามอย่างวิทยาศาสตร์ เราก็อาจงมงายในมันได้เช่นกัน เชื่อตะพืด ตะพือ ฝังหัว ฝังใจจนไม่เปิดรับเหตุผลอื่น ๆ ทั้งที่ตัววิทยาศาสตร์เองนั่นแหละที่เห็นกันชัด ๆ ว่าตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบันมีการล้มล้างทฤษฏี เปลี่ยนกฏ เพิ่มข้อยกเว้นอะไรกันมามากมาย แต่คนปัจจุบันกลับบูชาสิงที่เนื่องกับวิทยาศาสตร์นั้นจนกลายเป็นความงมงายสุดขั้วได้         ที่จริงผมมีอีกคำที่ใช้เรียกคนสมัยนี้จำนวนมากที่เข้าใจว่าตนเป็นคนหัวสมัยใหม่ เชื่อมั่นและมั่นใจในวิทยาศาสตร์ ชอบเรื่องเหตุและผล คนกลุ่มนี้จำนวนมากเลยที่เมื่อสัมผัสจริงแล้วเขาไม่ได้ศรัทธาในวิทยาศาสตร์อย่างที่ปากวาา ที่ต้องว่าไปอย่างนั้นเพราะวิทยาศาสตร์ทำให้เขาดูดี มีเครดิต คำพูดดูน่าเชื่อถือ มีน้ำหนักมากขึ้น เขาเลยต้องว่าตามนั้น ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วเขาควรจะถูกเรียกว่า “นักบริโภคเทคโนโลยี” เสียละมากกว่า อะไรทันสมัย พัฒนาใหม่คนกลุ่มนี้จะชอบและให้น้ำหนักกับมัน จนสิ่งรอบกาย รอบตัวเต็มไปด้วยสิ่งที่สื่อไปถึงวิทยาศาสตร์นี้         แต่ถ้าสังเกตุให้ดี มีเวลาดูให้ถ้วนถี่จะเห็นไม่ยากเลยว่าคนกลุ่มนี้อีกเช่นกันที่ศรัทธาในสิ่งนอกเหตุเหนือผล ในสิ่งลี้ลับต่าง ๆ นานา หวังพิ่งดวง โชคลาภ สะเดาะเคราะห์ หมอดูทั้งหลาย ทั้งปวง เอาทุกอย่างจนถึงขั้นพ่วงการดูดวงลงบน gadget รุ่นล่าสุด         หรือเอาแบบใกล้ ๆ ตัวเห็นกันบ่อย ได้ยินกันถี่ นั่นคือการดูดวงบนมือถือ สายโทร.อภินิหารที่ใครโทร.เข้าไปก็สามารถรู้ดวงตัวเองได้หมดตลอด 24 ชั่วโมง และถ้าสังเกตให้ดีเดี๋ยวจะมีเทคนิกการดูดวงแบบแปลก ใหม่สารพัดจะสรรหาออกมาเรียกความสนใจในหมู่ผู้ที่ปากบอกว่าศรัทธาในวิทยาศาสตร์นี้         ไม่ได้ว่าศาสตร์พยากรณ์นั้นไม่มีจริง หรือเชื่อไม่ได้ เพียงแต่ตั้งข้อสังเกตว่าผู้ที่บอกเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ได้อย่างยิ่งนั่นเองหรือเปล่าที่พร้อมจะเชื่อในสิ่งที่ตัวพิสูจน์ไม่ได้อย่างฝังหัวในแทบจะทันที ขอเพียงมีเสียงลือ เสียงเล่าอ้างถือเครดิตของผู้พยากรณ์เสียหน่อย นึกเอาเองเถิดครับว่าอย่างนี้จะไม่ให้ผมเรียกว่างมงายในวิทยาศาสตร์ได้อย่างไร คุณคงไมได้เป็นคนหนึ่งในนั้นนะครับ !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *