สังคห

        ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยที่ผมเป็นศิษย์เก่านั้นเรามีคำขวัญอยู่ประโยคที่ผมชอบมากยังจำได้และได้จำมาใช้ตอบคำถามผู้อื่นเสมอ ๆ ยามถูกถามว่าเรียนวิศวะมาแล้วมาทำงานสังคมแบบนี้ไม่เห็นได้ใช้วิชาที่เรียนมาเลย ผมก็จะตอบว่าที่วิศวะเขาสอน         Engineer learn why ที่ฟังผ่าน ๆ ก็จะโดนแซวว่า เรียนวิศวะไปทำไม แต่รากจริง ๆ คือ วิศวะเรียนที่จะถามว่า “ทำไม” และด้วยการเรียนให้รู้ว่าทำไมนี่เองที่ฝังลึกจนทำให้ผมชอบถามทำไมไปเรื่อยกับสิ่งต่าง ๆ ทำไมคนต้องกินข้าว ทำไมโลกต้องหมุน ทำไมเรียกสิ่งนั้นว่าอย่างนั้น อย่างนี้         และด้วยช่างสงสัยว่าทำไมกับเรื่องการพูดนี่เองที่ทำให้ผมได้เห็นเสน่ห์ของภาษาไทยเราว่าแต่ละคำที่ออกเสียง แต่ละตัวสะกดที่้สื่อนั้นล้วนมีรากเหง้า มีที่มาที่ไปที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ยิ่งศึกษาเจาะลึกเท่าใดก็ยิ่งได้ความรู้ด้านอื่น ๆ มาสัมพันธ์กันมากเท่านั้น ไม่เชื่อคุณลองไปไล่ ๆ เลียง ๆ ดูซิครับว่าแต่ละคำที่บรรพบุรุษเราประดิษฐ์มาให้ใช้สื่อนั้นมีรากเหง้าทางวัฒนธรรมแฝงมาอย่างล้ำค่ามาก         และคำหนึ่งที่ผมชอบ รู้สึกว่าเขียนสวย พูดออกเสียงเพราะที่สำคัญความหมายดี ลึกซึ้งนั่นคือคำที่เกี่ยวกับงานปัจจุบันของผมคืองานด้านสังคมนั่นคือคำว่า “สังคห” ที่เป็นรากศัพท์ของคำว่า “สงเคราะห์” นั่นเอง         ยิ่งเมื่อเจาะลึกลงไปก็พบต่อว่าเราเข้าใจเรื่องการสงเคราะห์นี้แค่เพียงส่วนเดียวคือการบริจาคของ การไปร่วมบูรณะซ่อมแซมวัดวาอาราม หรือการไปลุยโคลนปลูกป่าชายเลนกัน ฯลฯ ซึ่งเป็นเพียง 1 ใน 4 ของการสงเคราะห์เท่านั้น แลัวอีก 3 ใน 4 อันเป็นส่วนใหญ่ล่ะ คืออะไร         ก็ขอนำความหมายแท้ของสังคหนี้มาแจกแจงกันนะครับ         สังคห หรือ สังคหวัตถุ 4 นี้เป็นธรรมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็นเป็นสุขของคนในสังคม เป็นข้อปฏิบัติที่เมื่อสมาชิกในสังคมกระทำตามแล้วชุมชนนันจะสุข เย็น เป็นประโยชน์ เข้มแข็ง มั่นคงและสามารถเป็นหลักความปลอดภัยในการใช้ชีวิตอย่างผาสุกได้ ส่วนประกอบทั้งหมดมี 4 ข้อคือ 1. ทาน การบริจาค หรือภาพที่เราคุ้นกันนั่นเอง 2. ปิยวาจา การพูดจาไพเราะ อ่อนหวาน สมานสามัคคี 3.อัตถจริยา การสงเคราะห์ ช่วยเหลือกิจการต่าง ๆ ทำนองอยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นความยให้ลูกท่านเล่น 4.สมานัตตา ความสม่ำเสมอ รู้ฐานะตน ไม่ทำแบบไฟไหม้ฟาง หรือสวมหมวกผิดใบ         นี่แหละครับหลักการอยู่ร่วมกันที่เรามีมานานแล้วแต่ไม่ได้น้อมมาใช้ และด้วยสภาพความขัดแย้งในสังคมทุกวันนี้หากเราอยากแก้ อยากทำให้สังคมกลับมาผาสุกเช่นเดิม ก็ทำตาม 4 ข้อนี้นะครับ ช่วยเหลือเกื้อกูล พูดจาไพเราะ มีจิตอาสา และรู้หน้าที่ เท่านี้สังคมเราคงสุขยิ่งแล้ว         ถามทำไมไปเลยเห็นว่าปู่ ย่า ตา ทวดเรามอบวิธีสร้างสังคมที่อบอุ่นน่าอยู่ไว้ให้อยู่แล้วแต่เราไม่รู้เลยไม่ได้ทำตาม หรือไปขัดคำสอนจนสังคมแตกแยกเสียอีก แต่ตอนนี้รู้แล้วเราก็มาร่วมกันสร้างสังคมของเราให้น่าอยู่กันครับ !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *