หูตึง

        วันก่อนมีโอกาสคุยกับอาจารย์หมอแผนไทยที่คุ้นเคยเกี่ยวกับอาการหูตึงของญาติผู้ใหญ่ของผม         ตอนคุยใจผมก็นึกแต่เรื่องของเครื่องช่วยฟังสมัยใหม่ที่เคยพาท่านไปวัด ที่ต้องบอกว่าทึ่งและประทับใจมากเพราะพอพูดถึงเครื่องช่วยฟัง ส่วนใหญ่เราก็มักนึกไปถึงแต่เครื่องที่เป็นเหมือนเครื่องขยายเสียงขนาดจิ๋วเสียบไว้ที่หู แต่พอมาเจอที่ละเอียดและปราณีตกว่าเลยประทับใจ เขาละเอียดกว่าอย่างไร ?         เครื่องสมัยใหม่นี้ไม่ได้สักแต่ว่าขยายเสียงให้ดังขึ้นเพื่อให้คนหูตึงได้ยินครับ แต่เขาจะวัดการรับคลื่นเสียงของแก้วหูของเราก่อนว่าช่วงความถี่ไหนที่เสียไป และน่าตกใจคือที่จริงหูที่ตึงนี้ความจริงมีช่วงคลื่นที่เสียแค่บางความถี่แต่มักเป็นความถี่ที่ตรงกับเสียงพูดของคนทั่วไปทำให้เราไม่ได้ยินเสียงพูดนั้น (แต่เราอาจยังได้ยินเสียงเครื่องยนต์ เสียงความถี่อื่นๆอย่างปกติอยู่) แม้กระทั่งผมเองที่แม้คิดว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร แค่ลองตรวจเล่น ๆ ดู ปรากฏว่าหูผมก็เสียเหมือนกันครีบ เสียที่ความถี่สูงพอทราบผลแล้วลองก็จริง หูขวาผมจะไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกแบบความถี่สูงประเภทที่มักใช้กันตามนาฬิกาข้อมือ ถ้านำไปแนบหูขวาผมจะไม่ได้ยินเลย แต่หากไปทางซ้ายจะดังแสบแก้วหูมาก         นั่นแหละครับ พอได้ช่วงที่เสียแล้วเขาถึงไปทำเครื่อง โปรแกรมให้ขยายเฉพาะความถี่ที่ต้องการ ในระดับที่ต้องการ ไม่ใช่ขยายเท่า ๆ กันหมดทุกความถี่อย่างระบบที่คุ้นกัน และนี่เองคือความประทับใจที่เล่า         นอกจากนั้นยังทันสมัยขนาด ที่มีจำลองโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้เหมาะกับระดับเสียงที่บกพร่องของคนใช้ รวมถึงสามารถปรับให้เหมาะกับสถานที่ หรือเหตุการณ์เช่นอยู่ในร้านอาหารก็แบบหนึ่ง ประชุมห้องส่วนตัวก็แบบหนึ่ง ดูทีวีก็อีกแบบหนึ่ง ช่างทันสมัยน่าชื่นชมเสียจริง ๆ นี่รู้สึกจากใจจริง แต่นั่นก่อนที่จะได้ฟังหมอไทยพูดนะครับ         เพราะหลังจากนั้นผมได้ความรู้ใหม่ที่ว่า “ลมในท้อง” ก็มีผลต่อหูที่ตึง เป็นไปได้อย่างไร ลมแน่นในท้อง กินเร็ว เคี้ยวไม่ละเอียดหูเลยตึงไปด้วย เป็นอย่างนี้ครับ         พอกินไม่ละเอียด อาหารย่อยยาก ประกอบกับวัยที่สูงขึ้นลมจะมาก แต่เมื่อลมไม่สามารถมีทางออกทางทวารปกติได้เพราะติดอาหารที่ไม่ย่อย ไม่ขับถ่ายออกไป ลมแน่นนั้นขึ้นก็ตีขึ้นมาจนผ่านท้อง ผ่านลิ้นปี่ จนมาขังอยู่ในหัว พออัดจนเต็มลมก็ต้องหาทางออก ออกทางทวารต่าง ๆ แถวหัวคือตา จมูก และใช่ครับ..หู         เมื่อลมออกที่หูอย่างที่เรามีศัพท์คุ้นเคย “ลมออกหู” การได้ยินย่อมไม่ชัด เหมือนเวลาเราขึ้นเครื่องบินแล้วร่างกายต้องปรับความดัน หูเราก็จะอื้อ ๆไป         ฟังแล้วก็อึ้ง ทึ่งกับความจริง ก็ที่หูไม่ได้ยินเสียงมันไม่ได้มีองค์ประกอบเดียวคือการเสื่อมไปของหูแต่ยังมีเรื่องของตัวกลางคืออากาศที่ส่งผ่านคลื่นมากระทบแก้วหูด้วย แพทย์ไทยเห็นกันขนาดนี้ครับ การแก้จึงไม่เพียงบำรุงร่างกายแต่มุ่งไปที่ต้นเหตุคือลมด้วย ใช้ยาขับลม ไล่ลมลงมาอยู่ที่ท้อง ที่กระเพาะและท้ายสุดออกทางก้น ก็จะช่วยให้คลื่นเสียงเข้าสู่หูได้ชัดขึ้นแม้ไม่ถึงกับร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ช่วยให้ดีขึ้นแน่นอน         เป็นอย่างไรครับ วิสัยทัศน์ของหมอไทย เรียบง่ายแต่ลึกซึ้งขนาดไหน ผมจากกำลังปลื้มกับเทคโนโลยีล้ำสมัยของหูช่วยฟังคอมพิวเตอร์เป็นทึ่งกับภูมิปัญญาของบรรพบุรุษเรามากกว่าเยอะ คุณเห็นด้วยไหมครับ !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *