คำคุ้นเคยนี้เป็นการนำคำ 2 คำมาเชื่อมกัน ชนกันอย่างที่ภาษานักภาษาศาสตร์เรียกว่าเป็นการสมาธคำ โดยมาจากคำ 2 คำที่มนุษย์ทุกชาติ ทุกเผ่าพันธ์ล้วนปรารถนานั่นคือคำว่า “เงิน” กับ “ทอง” เมื่อมาใช้ด้วยกันนานเข้าเลยกลายเป็นเสมือนคำเดียวกันคือหมายถึงเรื่องของทรัพย์สิน ความมั่งคั่ง ใช้กันจนคุ้นปากว่า ร่ำรวยเงินทอง มีเงินมีทอง ได้เงินได้ทอง อันถือว่าเป็นคำอวยพรอันน่าปรารถนาของทุกคนแม้โดยความหมายที่แท้จริงแล้ว 2 คำนี้จะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน “เงิน” คือสิ่งที่อุปโลกน์ขึ้นมาใช้ในการแลกเปลี่ยนสิ่งของของคนในสังคม แม้แต่ในที่เดียวกันเองเงินยังมีความแตกต่างกันไปตามสถานการณ์ หรือเวลา อย่างปัจจุบันนี้เงินมักหมายถึงกระดาษที่ตีพิมพ์ขึ้นรับรู้ร่วมกัน แต่ในอดีตเงินอาจหมายถึงหอย เบี้ย หรือหินก็ยังได้ ส่วนในอนาคตเงินอาจกลายเป็นพลาสติก หรือแค่ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ส่วน “ทอง” นั้นมั่นคงกว่า หมายในแง่ของการสมมติ เพราะทองทุกประเทศทั่วโลกสมมติตรงกันในธาตุชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติคงที่ แม้ว่าจะใช้ภาษาเรียกต่างกันก็ตาม และด้วยการที่ทองมีความจำกัดทางด้านจำนวนที่เมคเอาดื้อ ๆ พิมพ์เพิ่มเฉย ๆ ดั่งใจเองไม่ได้ ทำให้ทองมักจะให้ค่ามากกว่าเงิน ดั่งอีกคำที่คราวนี้แสดงถึงความแตกต่างนั่นคือ มีเงินนับเป็นน้อง มีทองนับเป็นพี่ ที่สะท้อนถึงการทรงค่ามากกว่าของทองเมื่อเทียบกับเงิน ที่ยกมานี้นอกจากสะท้อนให้เห็นถึงความสวยงามของภาษาไทยเราแล้ว ยังต้องการสื่อไปถึงคำอีกคำที่ใช้ 2 คำนี้เป็นองค์ประกอบหลักด้วย นั่นคือ แสงเงิน แสงทอง ใครทราบบางครับว่าหมายถึงแสงอะไร ? คนรุ่นผม ที่อายุขึ้นเลข 3 เลข 4 กันแล้วคงไม่ยากที่จะตอบ แต่หากนำไปถามเด็กสมัยใหม่ ไม่แน่เหมือนกันว่าพวกเขาจะรู้ ดีไม่ดีพาลไปเดา ๆ เอาว่าหมายถึงแสงไฟดิสโก ที่วูบวาบเป็นสีเงินสีทองไปโน่นก็เป็นได้ หรือพวกเด็กวิทย์อาจคิดไปถึงแสงในกาแล็กซี่จากดวงดาวต่าง ๆ ที่เปล่งประกายระยิบ ระยับบนฟากฟ้า ไม่ได้เย้ากัน หรือพูดเกินเลยนะครับ คุณ ๆ ที่อายุมากหน่อยลองนึกดูเถิดว่าศัพท์สมัยเราใช้นั้นหลายคำทีเดียวที่ “ตาย” ไปจากสังคมยุคใหม่แล้ว ต้องใช้พูดเฉพาะกับเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน เผลอไปพูดกับเด็กรุ่นลูก รุ่นหลานเมื่อไหร่เป็นอาจได้เห็นสีหน้า แววตางงงง งงงวยทำนองว่าไม่เคยได้ยิน ไม่เข้าใจ หรือเคยได้ยิน พอเข้าใจแต่ลุงยังใช้คำเชย ๆ อย่างนี้อีกหรือ คนยุคนี้เขาไม่ใช้กันแล้ว อะไรประมาณนั้น เสียดายครับ เสียดายรากภาษาสวย ๆ พวกนี้ในสังคมเรานับวันจะเลือนหายไป แม้หลายคำเยาวชนรุ่นหลังอาจจะยังพอทราบความหมายกันบ้างอยู่ แต่ไม่ค่อยรู้ที่มาที่ไปเสียแล้ว อย่าง แสงเงิน แสงทอง ที่มาจากแสงพระอาทิตย์ ที่สอดส่องในช่วงจังหวะจะพ้นขอบฟ้า ทำให้เกิดการหักเหสะท้อนของแสงที่งดงาม พริ้วพรายดั่งแสงสะท้อนของเงิน กับทอง ที่ชวนให้เคลิบเคลิ้มได้ง่าย แต่นั่นเป็นเพียงส่วนภายนอกที่สื่อกันชัด ๆ เพียงส่วนเดียว ยังมีอีกส่วนภายในที่สะท้อนและแฝงนัยไว้เตือนใจได้งดงามกว่ามาก นั่นคือ “แสงแห่งเงิน แสงแห่งทอง” ที่หมายลึกไปถึง “โอกาส” ในการทำเงิน ทำทองให้ชีวิต แต่ก่อนเราไม่มีนาฬิกา อาศัยพระอาทิตย์นี่แหละป็นตัวกำหนดในการออกหากิน ร่วมกับสัตว์ต่าง ๆ เป็นธรรมชาติที่กลมกลืน ที่สำคัญคือเหมาะสมกับความเป็นจริง มากกว่านาฬิกาดิจิตอลทุกวันนี้ คิดดูซิครับ ถ้าแม้จะ 8 โมงเช้าแล้วแต่ถ้าพระอาทิตย์ไม่ขึ้นจะทำงานกันอย่างไร หรือทำได้ความปลอดภัยในการเดินทาง การแสวงหาต่าง ๆ จะปลอดภัยหรือไม่ คงไม่หรอกครับ ไม่งั้นแม้แต่บรรดาประเทศที่เขาว่าเจริญแล้วเองทุกประเทศคงไม่ต้องปรับเวลาให้เหมาะกับพระอาทิตย์ของจริงที่เรียกว่าปรับช่วงฤดูร้อน กับฤดูหนาวกันให้ยุ่งยากแน่ แต่เพราะมันไม่เหมาะ เขาจึงต้องอิงธรรมชาติอยู่ หรืออีกตัวอย่างที่ชัดแจ๋ว และแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันยาวไกลหนักหนาก็คือเวลาออกบิณฑบาตของพระภิกษุ ที่ตามพระวินัยกำหนดเอาเมื่อส่องเห็นลายมือ หรืออีกนัยก็คือพระอาทิตย์เริ่มส่องแสงนั่นเอง เหมาะสมทุกประการ เพราะหากไปก่อนเวลานั้นก็อันตรายและไม่เกิดประโยชน์อันใดชาวบ้านร้านรวงเขาก็ยังไม่ตื่นกัน หรือหากรอจนตะวันเคลื่อนไปไกลหลายองศาชาวบ้านเขาก็เร่งรีบทำการงานทางโลกกันแล้ว ใครที่อ่านพระวินัยให้สนุกก็ลองอ่านแล้วนึกภาพตามไปด้วยครับ จะเห็นพระอัจฉริยภาพอันสูงส่งของพระพุทธเจ้าที่ทรงประทานให้ด้วยเหตุและผลอันเหมาะสมในทุกประการ และทุกมิติ ดังนั้นแม้เราไม่ใช่พระเราก็ควรเอาเยี่ยงอย่างที่ดีนี้ครับ เมื่อแสงเงิน แสงทองขึ้นเราควรรีบตื่นขึ้นมาจัดการธุระต่าง ๆ เพื่อออกหากินตามประสาของเรา ใครค้าขายก็ออกค้า เท่ากับเราฉวยชิ้นปลามัน ได้ของดีไปขายก่อนใคร หรือได้ของสวยไปใช้ให้คุ้มค่ากว่าคนอื่น ใครทำงานก็ไปทำงาน แม้ไปถึงก่อนก็ไม่เป็นไรกลับยิ่งดีจะได้ทำงานรุดหน้ากว่าคนอื่นอันหมายถึงการมีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่ง ปรับเงินเดือนก็สูงตามมากว่าพวกที่เข้างานกันแบบฉิวเฉียดกฏ หรือตามน้ำสายนิด สายหน่อยเป็นไหน ๆ หรือหากเป็นผู้บริหาร การได้มาทำงานก่อน ก็เท่ากับมีเวลาในการไตร่ตรองพิจารณางานอย่างถ้วนถี่ในการจัดการปัญหาอย่างรอบคอบ หรือได้วางแผนในการขยายตลาด รุกตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นไหมครับว่าคำโบราณท่านรังสรรค์ไว้อย่างแยบคายจริง ๆ ไม่ได้แค่พื้น ๆ เท่าที่ตามองเห็น แต่ลงลึกไปถึงระดับนามธรรมที่จับต้องไม่ได้แต่เป็นจริงด้วย อย่าให้เสียดายภูมิปัญญาเราเลยครับ เราไม่รู้จักแสงเงินแสงทอง ไม่ตื่นมารับแสงเงินแสงทอง ก็เท่ากับเราไม่อยากมีเงินมีทองไปด้วย อยากได้เงินได้ทองต้องตื่นมาให้ทันแสงเงินแสงทองครับ !

เงินทอง
Search
Popular Posts
Categories
Archives
- พฤษภาคม 2026
- เมษายน 2026
- มีนาคม 2026
- กุมภาพันธ์ 2026
- มกราคม 2026
- ธันวาคม 2025
- พฤศจิกายน 2025
- ตุลาคม 2025
- กันยายน 2025
- สิงหาคม 2025
- กรกฎาคม 2025
- มิถุนายน 2025
- พฤษภาคม 2025
- มีนาคม 2025
- กุมภาพันธ์ 2025
- ธันวาคม 2024
- พฤศจิกายน 2024
- ตุลาคม 2024
- กันยายน 2024
- สิงหาคม 2024
- กรกฎาคม 2024
- มิถุนายน 2024
- พฤษภาคม 2024
- เมษายน 2024
- กุมภาพันธ์ 2024
- มกราคม 2024
- ธันวาคม 2023
- พฤศจิกายน 2023
- ตุลาคม 2023
- กันยายน 2023
- สิงหาคม 2023
- กรกฎาคม 2023
- มิถุนายน 2023
- พฤษภาคม 2023
- เมษายน 2023
- มีนาคม 2023
- มกราคม 2023
- ธันวาคม 2022
- ตุลาคม 2022
- กันยายน 2022
- สิงหาคม 2022
- กรกฎาคม 2022
- มิถุนายน 2022
- พฤษภาคม 2022
- เมษายน 2022
- มีนาคม 2022
- กุมภาพันธ์ 2022
- ธันวาคม 2021
- ตุลาคม 2021
- กันยายน 2021
- สิงหาคม 2021
- กรกฎาคม 2021
- มิถุนายน 2021






ใส่ความเห็น