เงินยับ คนยู่

World Business Ways March 2012

คนเมืองปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่อยู่บนโลกเสมือนพอ ๆ กับการใช้ชีวิตบนโลกจริง       

เราอยู่ในโลกดิจิตอลกันแทบจะทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องของการเรียน การศึกษา การทำงาน ไปจนถึงการพักผ่อนหย่อนใจ จะดูหนัง ฟังเพลง ดูบอลสด ๆ ก็ผ่านไอโฟน ไอแพด ขนาดสาว ๆ ที่ชอบเดินตามห้างเพื่อเลือกแฟชั่นอินเทรนด์ เดี๋ยวนี้ยังหันมาช๊อปออนไลน์กันบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือแม้กระทั่งการหาเพื่อน หาสังคม ไปจนหาคนรักก็คบกันอยู่บน Social Network อย่าง Facebook หรือ Twitter กันเสียมาก     

รวมถึงการหาแรงบันดาลใจยามยาก หรือคำคมชวนหึกเหิมหลายเรื่องก็หาได้มากมายหลายข้อคิดจากอินเตอร์เน็ตนี้เช่นกัน อย่างเช่นเรื่องนี้ที่เขาแชร์กันในเฟซบุคผมอ่านแล้วชอบไอเดียเลยขอนำมาดัดแปลงเพื่อจุดประเด็นที่ต้องการสื่อนะครับ เป็นเรื่องในห้องเลคเชอร์ที่มีนักศึกษานั่งเรียนกันเต็มห้อง อาจารย์ชูแบงก์ 1,000 บาทในมือขึ้นพร้อมถามว่ามีใครเอาบ้างให้ยกมือขึ้น ? แน่นอนที่นักศึกษายกกับพรึบทุกคน !         อาจารย์ท่านก็ถามต่อว่าแล้วหากแบงก์นั้นตกพื้นจมโคลน เลนสกปรก ยังจะมีใครจะเอาอยู่ไหม ผลก็ยังเป็นการยกมือทั้งห้องเช่นเดิม งั้น…ถ้านอกจากโดนโคลนแล้วยังถูกขยำจนยับยู่ยี่ล่ะ ใครจะเอาบ้าง มือก็ยังคงยกไม่มีตกกัน         เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าแบงก์พัน ก็คือแบงก์พัน ไม่ว่าสภาพอย่างไรมูลค่าก็ยังเป็นหนึ่งพันบาทถ้วนอยู่ ยังนำไปซื้อหาของกิน ของใช้ที่ติดราคา 1,000 บาทได้ คนที่รู้ค่าก็ต้องการ ส่วนถ้าคนไม่รู้ค่าเช่นเด็กเล็ก พอแบงก์ยับยู่ยี่ สกปรกเลอะเทอะก็อาจไม่อยากได้ เพราะดูแต่เปลือกที่ไม่สวยงาม         สิ่งที่ผมอยากชวนควรคิดต่อก็คือ แล้วคนล่ะเราวัดค่าของคนที่ตรงไหน ความสวยงาม สง่างาม บุคลิกดี แต่งตัวเนี้ยบ ใช้ของแบรนด์เนมหรืออย่างไร         แน่นอนว่าต้องไม่ใช่ครับ ธนบัตรเราวัดกันที่ “มูลค่า” ที่ใช้ได้จริงมิใช่สภาพภายนอก มนุษย์เราก็วัดกันที่ “คุณค่า” ที่มีอยู่จริงมิใช่เปลือกปรุงแต่งที่เราเห็นเช่นกัน แล้วคุณค่าของมนุษย์คืออะไร ? ครูบาอาจารย์ท่านกล่าวไว้ว่า มนุษย์เป็นได้เพราะใจสูง !         เราวัดค่ามนุษย์กันที่จิตใจครับ ใครมีใจสูง โอบอ้อมอารี ไม่เบียดเบียนทำร้ายผู้อื่น เขาผู้นั้นย่อมมีค่า และยิ่งหากเขาทำความดีช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนร่วมโลกเท่าใด คุณค่าในตัวเขาก็ยิ่งทวีขึ้น         คนต่างกับเงิน แบงก์พันก็คือค่าหนึ่งพันไม่สามารถเปลี่ยนค่าได้ด้วยตนเอง แต่มนุษย์สามารถที่จะเพิ่มค่าในตัวเองได้ด้วยการทำความดี ทำตัวให้เป็นประโยชน์กับสังคม ประเทศชาติ รวมถึงธรรมชาติ ทำตัวเราเองให้สูงค่า คนครอบครองเราแล้วสามารถนำไปแก้ปัญหาความเดือดร้อนของเขาได้ ดั่งเอาธนบัตรไปซื้ออาหารมากินแก้หิว ซื้อยามาทานบำบัดโรค ซื้อเสื้อมาใส่คลายหนาว หรือเช่าห้องพักนอนกันแดดกันฝนได้         แบงก์ยับเราไม่ถือ คนยู่เราก็ไม่เกี่ยงครับขอเพียงให้เขามีค่าเป็นมนุษย์ มีใจที่สูงสมค่าเท่านั้นก็พอแล้ว และที่สำคัญคน ๆ นั้นควรเป็นตัวเราเอง ที่เราควรทำตัวให้มีคุณค่าจากภายใน นำสิ่งที่เรามีมาแบ่งปันผู้ที่ขาด ไม่จำเป็นต้องเป็นการบริจาคทรัพย์สินเงินทอง แต่อาจเป็นการแบ่งปันวิชา ความรู้ให้เขาไปประกอบอาชีพ แบ่งปันกำลังกายช่วยงานการผู้อ่อนแอกว่า ให้กำลังใจ ให้คำพูดดี ๆ มอบรอยยิ้มเล็ก ๆ แก่เพื่อนผู้กำลังประสบปัญหาหนักอยู่ ก็เป็นเหมือนเราได้มอบน้ำทิพย์มาชะโลมใจให้เขาสามารถฝ่าฟันปัญหาหนักนั้นไปได้ นี่แหละ “คุณค่า” ของเรา         หากเราเป็นเช่นนี้แม้ภายนอกเราอาจจะดูจมโคลน คลุกดิน ขมุกขมอมไปบ้าง แต่ผู้ที่มีวุฒิภาวะ มีปัญญาพอย่อมยังคงยกมืออยากได้เราอยู่เช่นเดิม ส่วนใครที่เอามือลงเมื่อเราเปื้อน นั่นก็เพราะความยังไม่เดียงสาของเขาเอง ไม่ควรที่เราจะคิดน้อยเนื้อต่ำใจกับตัวเองแต่อย่างใดครับ แบงก์หากถูกฉีกขาดทำลายก็หมดค่า คนหากศีลขาด ไร้ซึ่งความดีก็หมดจากความเป็นคนครับ         คนที่ดีแต่สร้างภาพ แต่งแต่เปลือกแต่ใช้งานไม่ได้จริงก็เหมือนแบงก์ที่อาจใหม่แต่เป็นแบงก์ปลอมนำไปซื้อหาของกิน ของใช้ไม่ได้จริง ใครเผลอใช้เข้าอาจโดนตำรวจจับเอาเสียด้วย แบงก์พันจริง ๆ ที่ยับ ย่อมดีกว่าแบงก์พันใหม่เอี่ยมแต่ปลอมครับ !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *