เปลี่ยน(ข่าว)ร้ายให้กลายเป็นดี

        ยุคนี้เป็นยุคสื่อครองโลก! ใครมีสื่อในมือหมายถึงการมีแก้วสารพัดนึกที่จะดลบันดาลสิ่งที่ปรารถนาให้ได้ไม่ยาก   การจะทำสื่อให้ใหญ่และมีอิทธิพลดังหวังนั้นก็ต้องพยายามทำให้มีคนติดตามมาก ๆ เป็นหนังสือพิมพ์ก็ต้องมียอดขายสูง ๆ เป็นโทรทัศน์ก็ต้องมีเรตติ้งดี ๆ ซึ่งนั่นเองทำให้พื้นที่สื่อจำนวนมากถูกใช้กับการนำเสนอข่าวร้าย ตามธรรมชาติของคนที่ชอบอ่านข่าวร้ายมากกว่าข่าวดี จนเกิดเป็นคำหยอก (แกมหยิก) ว่าข่าวร้ายขายง่ายกว่าข่าวดี   และหลักนี้ยังแพร่มาถึงนักข่าวสมัครเล่นจำนวนมากในโลกออนไลน์ที่ต้องการยอดไลค์ ยอดแชร์ หวังให้มีคนติดตามเยอะ ๆ ด้วย ที่ก็มักจะแชร์ มักจะโพสต์เรื่องร้าย ๆ กันโดยหลายคนอาจไม่รู้ตัว เห็นแต่เพียงว่าเวลาโพสต์คำแรง ๆ แล้วมีคนมากดไลค์ให้เยอะก็เลยติดใจในความแรงนั้น จนหลายความเห็นระดับความแรงทวีเกินเหตุการณ์จริงไปมาก หลายข่าวมีการเติมเสริมแต่งความร้ายให้บุคคลในข่าวแบบไม่ต้องมาตรวจทานความจริงกัน หลายกรณีเป็นการเห็นโดยฉาบฉวยแล้วมามโนความร้ายใส่ให้ตัวละครเติมจินตนาการยิ่งกว่านิยายจนเกิดเป็นคดีความตามมากันมากมาย   ความร้ายที่ทั้งแรง ทั้งเยอะ ทั้งถี่นี่เองที่มันจะกัดกร่อนความสุข และทำลายความสูงส่งของใจมนุษย์เราไปจนหมดสิ้น โดยเฉพาะกับสมาชิกสูงวัยที่ไม่คุ้นชิน หรือต้องเรียกว่าไม่มีภูมิคุ้มกันในการแหวกว่ายไปในทะเลแห่งข่าวสาร ที่มีข่าวถาโถมเข้ามาประดังอยู่ตรงหน้าอย่างมากมายมหาศาลเพียงในชั่วพริบตาเช่นนี้ จากแต่เดิมท่านเสพข่าว (ร้าย) กันก็วันละ 1 – 2 ครั้งผ่านสภากาแฟ ข่าวตู้หน้าจอ อ่านหนังสือพิมพ์ ดูทีวีไป จิบกาแฟวิพากษ์กันไป จะสาดเสีย เทเสีย ผรุสวาจาอย่างไรก็ยังอยู่ในวงคนคุ้นเคย ไม่เลยเถิดออกนอกกรอบกันมากนัก บ่น ด่า สบถพอได้ระบายให้สะใจก็แยกย้ายกันกลับบ้านเลี้ยงหลานนอน         

แต่มายุคนี้ข่าว (ร้าย) ประเด ประดังเข้ามาผ่านมือถือ ในห้องแชต ห้องไลน์กันไม่เว้น (วิ) นาทีทำให้ท่านโดนครอบไปด้วยเรื่องร้าย ๆ ตลอดทั้งวัน มีการขุดบุพการี ด่าพ่อ ล่อแม่กันเต็มหน้าโลกโซเชียล ด้วยคนถือว่าด่าคนผิดไม่ผิด ต้องด่าให้หนักให้สาสมกับความผิดของเขา ใครด่า ใครวิพากษ์ได้แรงกลับได้รับแรงสนับสนุนขึ้นไปอีก   นั่นล่ะครับคือความเสี่ยงด้านการรับสื่อของผู้สูงวัยยุคโซเชียลที่ต้องผจญอยู่แต่กับเรื่องร้าย คำร้ายเป็นพะเนินในทุกขณะ จนบางท่านปรับตัวไม่ทันมองโลกในแง่ร้ายเกิดเป็นความวิตก ความกังวล ความกลัว ความเครียด จนใจหดหู่ถึงขนาดทำร้ายตนเองได้ ขณะที่บางท่านอาจกลายเป็นใช้ทุกข์ของคนอื่นเป็นเครื่องถมปมด้อยของตนเอง ใช้ช่วยยกระดับความเหนือกว่าของตนจนเกิดเป็นความสาแก่ใจที่ได้เห็นคนอื่นประสบทุกข์ไปเลยก็มี ผู้สูงอายุจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะรับมือกับการใช้ชีวิตในสังคมไอทีเช่นนี้ครับ        

ซึ่งคำแนะนำก็ควรพลิกวิกฤตินี้ให้เป็นโอกาส ใช้ข่าวร้ายนี้สร้างสิ่งดีงามขึ้นในชีวิต โดยใช้การเสพข่าวนี้เป็นการฝึกปฏิบัติธรรมในหมวดธรรมสำคัญหมวดหนึ่งคือพรหมวิหาร 4 เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขาอันเป็นคุณสมบัติของพรหมไปเลย เพราะใครที่สามารถทำจิตให้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมทั้ง 4 ประการได้ก็ถือว่าจิตของผู้นั้นไม่ต่างจากจิตของพรหม และเมื่อมีจิตแบบเดียวกับพรหมแล้วก็ย่อมได้ผลไม่ต่างกันคือความเป็นใหญ่ ความเป็นหลัก เป็นที่พึ่งอันมั่นคงของลูกหลาน เป็นดั่งไม่ใหญ่ที่ปกป้อง คุ้มภัย ช่วยให้ความร่มเย็นแก่ผู้มาอาศัยร่มเงา ซึ่งในภาพจริงก็คือภาพของผู้เฒ่าที่มีลูกหลานมาคอยใกล้ชิดเพื่ออาศัยความร่มเย็นนั่นเอง         

ดังนั้นใครอยากเป็นเช่นนั้น คราต่อไปเวลาอ่านหรือดูข่าวก็ให้ถือเป็นโอกาสในการฝึกเจริญพรหมวิหารด้วยวิธีการดังนี้ครับ        

 1. เมื่อเสพข่าวร้ายก็ต้องให้ความสงสารเห็นใจมีความกรุณาต่อทั้งผู้ถูกกระทำ และผู้กระทำในข่าว ในส่วนของผู้ถูกกระทำก็พยายามหาทางช่วยเหลือตามกำลัง ในส่วนของผู้กระทำก็อย่าไปแช่งชักหักกระดูกให้มอบความสงสารเห็นใจต่อความหลงผิดสร้างบาปกรรมให้แก่ตัวเองของเขา         

2. หากเสพข่าวความน่าสงสารของเพื่อนร่วมโลกแล้วเราไม่อยู่ในฐานะที่ช่วยได้ก็ต้องทำใจเป็นกลางด้วยปัญญาวางอุเบกขาว่านั่นเป็นกรรมที่เขาต้องได้รับ ต้องชดใช้ไปตามเหตุตามปัจจัย ระวังใจเรามิให้ตกไปสู่ความเศร้าหมองกับชะตากรรมของเขาไปด้วย         

3. เมื่อเสพข่าวดีก็ชื่นชมยินดีกับคนที่ได้รับผลดีนั้นจริง ๆ คือมีมุทิตาจิตต่อเขา ระวังอย่าให้จิตไปคิดอิจฉา ริษยาเทียบเขา เทียบเรา ฝึกชื่นชมเขาจากใจจริงทั้งยังคอยดูว่ามีอะไรที่เราจะช่วยส่งเสริมเขาได้อีกก็ช่วยทำให้เขาเจริญยิ่งๆ ขึ้น         

4. หากอ่านข่าวทั่วๆ ไปก็ดูว่าจะมีอะไรที่เราสามารถช่วยพัฒนาคน พัฒนาสังคมให้ดีขึ้นไหม ฝึกใช้เมตตาคิดปรารถนาอยากให้เขามีความสุข อยากให้สังคมเจริญขึ้น         

ทำได้เช่นนี้จะได้ทั้งความร่วมสมัยในสังคมไม่ตกข่าว รู้เรื่องที่จำเป็นต้องรู้ รู้ข่าวที่จะมีผลต่อชีวิตเราไปพร้อม ๆ กับการมีโจทย์ มีบททดสอบมาให้ฝีกวางใจให้ใหญ่อย่างพรหม ไม่หลงตกไปเป็นทาสของความสะใจในทะเลแห่งข่าวร้ายที่ถาโถมเข้ามานั้น และผลจากการมีจิตใหญ่เช่นพรหมนี้จะทำให้รอบตัวเราเกิดความอบอุ่น สร้างความมั่นคงให้แก่ผู้มาพึ่งพิง ทำให้เป็นผู้สูงวัยที่มีแต่ลูกหลานบริวารมาห้อมล้อมไม่อยู่อย่างโดดเดี่ยว (ผู้น่าสงสาร) ครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *