แผนแม่บทแห่งชีวิต

        คำแรกที่คุณพูดคืออะไรครับ ?         ถึงจะเด็กเกินกว่าจะจำได้ แต่โตขึ้นก็มักมีคนเล่าให้ฟังว่าคำแรกที่เราพูดนั้นคือคำไหน ซึ่งผมมั่นใจว่าหากสำรวจผลส่วนใหญ่ที่ได้จะต้องเป็นคำว่า “แม่”         แม่ในที่นี้มุ่งไปที่ความหมายมากกว่าการออกเสียง ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าจะต้องเปล่งออกมาเป็น “แม่” ในภาษาไทยเท่านั้น จะออกเป็น “มัม” ในภาษาอังกฤษ ออกเป็น “ม่าม้า” ในภาษาจีน “ม๊า” ในภาษาเวียดนาม หรือ “แมะ” ในภาษาโปรตุเกสก็นับทั้งนั้น         นั่นเป็นเพราะสายใยอันแน่นแฟ้นที่แม่กับลูกมีต่อกันอย่างเหนียวแน่นชนิดไม่สามารถหาอะไรมาตัดให้ขาดได้ สายใยนี้แม้มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแต่สัมผัสได้ด้วยใจอย่างชัดเจน         ความสัมพันธ์แม่ลูกนี้เขียนบรรยายอีกกี่ร้อย พัน หมื่นหน้าก็มิอาจบรรยายได้หมด Happy + ฉบับวันมหามงคลวันแม่แห่งชาตินี้จึงขอเลือกขยายเฉพาะในด้านของการเป็นต้นกำเนิด         เรามีคำที่ใช้คำว่าแม่ในด้านของความเป็นใหญ่อยู่หลายคำเช่น แม่น้ำ แม่ทัพ แม่งาน ส่วนคำที่ใช้ในความหมายเป็นต้นกำเนิดนอกจากแม่โดด ๆ แล้วอีกคำที่น่ากล่าวถึงและอยากนำเสนอก็คือคำว่า “แม่บท” หรือจะให้ครบคำที่ต้องการก็คือคำว่า “แผนแม่บท”         “โอ้โห..จะเขียนเรื่องไกลตัวระดับนโยบายประเทศกันเชียวรึ” พอได้ยินคำว่าแผนแม่บทอาจทำให้บางท่านรู้สึกเช่นนั้น งั้น..ผมขอเติมไปอีกสัก 3 คำแล้วกันนะครับว่าวันนี้เราจะมาคุยกันถึง “แผนแม่บทแห่งชีวิต” ที่คราวนี้จะกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวเราอย่างแนบสนิทและมีประโยชน์ยิ่ง         ชีวิตที่มีแผนจะทำให้ลดความเสี่ยงต่อภยัตรายในอนาคตเพราะขณะวางแผนได้มีการคาดหมายถึงอุปสรรคและคิดทางแก้ไขไว้ระดับหนึ่งแล้ว         ชีวิตที่มีแผนจะทำให้ชีวิตนั้นมีหลักให้ยึดมั่น เพราะธรรมชาติของชีวิตที่เมื่อดำเนินไปย่อมง่ายที่จะพล่าเลือนไปตามกระแสสังคมที่แวดล้อมจนกลายเป็นการใช้ชีวิตไปตามยถา ไร้อนาคต         และชีวิตที่มีแผนย่อมช่วยให้เกิดผลได้ทันเวลาเพราะแผนที่วางไว้นั้นจะคอยกระตุ้นให้ดำเนินการเมื่อมีการประเมินหรือวัดผล         แผนมีประโยชน์ขนาดนี้แล้วเราได้มีการวางแผนของชีวิตเรากันหรือยังครับ         แผนชีวิตในที่นี้มิใช่แผนทางการเงิน แผนการเกษียณ หรือแผนครอบครัว นั่นยังเป็นแผนย่อยลงมาภาษานักบริหารเรียกว่าแผนยุทธศาสตร์ แต่ที่ผมกำลังถามนี่คือระดับต้นกำเนิดหรือ “แผนแม่บท” ครับ         เราเคยวางแผนกันหรือยังว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร เราจะเดินไปทางไหน เราจะพาชีวิตที่เหลือทั้งชีวิตของเรามุ่งหน้าไปทิศใด หรือเรามีเพียงแผนว่าอายุเท่าไหร่จะทำงานที่ไหน จะลงทุนเปิดธุรกิจอะไร จะแต่งงานปีไหน มีลูกกี่คน จะเกษียณที่อายุเท่าไหร่         คำตอบที่ได้อาจทำให้เราตระหนกที่ต้องมารู้ว่าเรามักมีแต่แผนระดับยุทธศาสตร์กันแต่ขาดแผนตัวแม่ที่จะเป็นตัวชี้นำชีวิตที่แท้จริง         ซึ่งใครเป็นเช่นนั้นก็ไม่ต้องตกใจครับ วันนี้ผมมีแผนแม่บทสำหรับทุกคนมานำเสนอ อ่อ..ถ้าถามว่าแผนเดียวทุกคนใช้ได้เหมือนกันหรือ ผมก็ขอตอบเลยว่าแผนเดียวนี่ล่ะครับที่มนุษย์ทุกคนควรยึดเหมือนกันจากนั้นจึงค่อยไปแยกความสามารถ และความถนัดส่วนตัวกันในแผนระดับรอง ซึ่งแผนแม่บทที่เหมาะแก่ทุกคนก็คือ 1. แผนละชั่ว 2. แผนทำดี 3. แผนทำให้เหนือดี เหนือชั่ว         หรือก็คือ โอวาทปาติโมกข์ นโยบายแรกที่พระพุทธเจ้ามอบให้อริยสาวกชุดแรกนำไปปฏิบัตินั่นเองครับ ท่านประทานไว้ให้ 9 เดือนหลังจากตรัสรู้ และท่านตรัสย้ำนโยบายหลักทั้ง 3 นี้ด้วยพระองค์เองมาตลอด 20 พรรษาแรกในทุกวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 หรือวันมาฆบูชา ทั้ง 3 แผนที่ฟังกันจนคุ้นหูสำคัญขนาดพระศาสดาทรงย้ำกับระดับผู้บริหารอาวุโสอย่างพระอรหันต์ที่ท่านบวชเข้าสำนักเองด้วยพระองค์ขนาดนี้ เราอันเป็นสมาชิกระดับปลายแถวควรหรือที่จะละเลยความสำคัญของแผนทั้ง 3 นี้ไป         วันแม่ปีนี้ แสดงกตัญญูต่อสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถแม่แห่งแผ่นดิน ปรนนิบัติตอบแทนคุณแม่ของตัวแล้ว ก็ขอเชิญชวนให้นั่งลงนำแผนแม่บทแห่งชีวิตนี้มาแปลงสู่แผนปฏิบัติการของชีวิตกันนะครับ เช่น มาวางว่า         1. แผนละชั่ว ของเราจะประกอบด้วยโครงการที่พาเราให้ออกจากความไม่ดีเช่น โครงการเลิกเหล้า โครงการเลิกการพนัน โครงการเลิกพูดคำหยาบ ฯลฯ         2. แผนทำดี ของเราจะประกอบด้วยโครงการที่จะพัฒนาความดีให้แก่เราเช่น โครงการพูดจาอ่อนหวาน โครงการกลับไปหาคุณพ่อคุณแม่ทุกสัปดาห์ โครงการไปบำเพ็ญประโยชน์ทุกเดือน ฯลฯ         3. แผนเหนือดี เหนือชั่ว ของเราจะประกอบด้วยโครงการที่จะทำให้เราไม่ตกเป็นทาสของทุกสิ่งไม่ว่าจะดีหรือชั่วเช่น โครงการฟังธรรมทุกสัปดาห์ โครงการเดินจงกรมทุกคืน โครงการเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมทุกปี ฯลฯ         แจกแจงกันตามบริบทชีวิตของแต่ละคน ตั้งไว้เป็นแผนแม่บทแห่งชีวิต จากนั้นก็หมั่นนำมาทวนและประเมินผลทุกระยะว่าแผนใดยังทำได้ไม่เต็มที่ก็เร่งดำเนินการเสีย แผนใดทำได้ดีแล้วก็เร่งให้ดียิ่งขึ้น         รับรองครับว่าทำตามแผนแม่บทนี้เป้าหมายสุดท้ายที่คุณจะเดินทางไปถึงนั้นจะเป็นที่ที่ยอดเยี่ยมเกินประมาณ คุ้มค่าแก่ความยากลำบากในการฝึกฝน ไม่เชื่อลองดูกันครับ !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *