ใกล้ปีใหม่แล้วเตรียมตัวเป็นลูกหนี้กันหรือยังครับ ! ถามเช่นนี้หากเป็นเมื่อก่อนอาจโดนเคืองได้โทษฐานเหมือนดูแคลนกัน แต่เวลาผ่าน สมัยเปลี่ยน ความคิด ค่านิยมของคนในสังคมก็เปลี่ยน จากเคยรู้สึกกลัวการเป็นหนี้ อายที่จะต้องเป็นลูกหนี้ กลับเป็นอยากเป็นหนี้ภูมิใจที่ได้เป็นลูกหนี้ เพราะสมัยนี้การเป็นหนี้หมายถึงการมีเครดิต การมีฐานะจนสถาบันการเงินเขายอมให้เรายืมเงิน บัตรเครดิตยอมรับเราเป็นสมาชิก ไม่เชื่อก็ลองสังเกตดูซิครับ หลายคนภูมิใจมี่จะควักบัตรแพลตตินัมมารูดมากกว่าการจ่ายด้วยเงินสดแม้กระทั่งกับการซื้อข้าวของหลักร้อย “ก็สมัยมันเปลี่ยนใครเขาจะพกเงินสดกันรูดบัตรนี่แหละสะดวกดี” คนที่ใช้บัตรด้วยเหตุผลนี้จริง ๆ คือเพราะความสะดวกก็พอฟังขึ้นล่ะครับเพียงแต่ก็ต้องระวังเรื่องความสะดวกที่มากเกินจะนำมาซึ่งความฟุ้งเฟ้อที่เกินตัวกันด้วย แต่กับคนที่ใช้บัตรเครดิตด้วยต้องการเครดิตจริง ๆ นี่ซิครับที่น่าห่วง เพราะแม้จำต้องเป็นหนี้จริงแต่การค้ำประกันด้วยนามธรรมคือรายได้ในอนาคตเช่นนี้ก็ไร้ซึ่งความแน่นอน เงินในอนาคตก้อนเดียวแต่ใช้สมัครได้หลายบัตรจนอาจนำความเดือดร้อนมาสู่ผู้ใช้ กลายเป็นรูดบัตรโน้นมาโปะบัตรนี้ รูดบัตรนั้นไปโปะบัตรโน้นทบต้น ทบดอกจนดอกทับต้นมิดหาต้นไม่เจอกันอีกเลย หากว่าวิถีใหม่เช่นนี้คือความสะดวก คือพัฒนาการของการหมุนเงินของคนยุคมิลเลนเนียม ผมว่ากลับไปหมุนเงินด้วยวิธีโบราณ ในสถานที่โบราณอย่าง สถานธนานุบาล หรือ โรงรับจำนำ นั้นยังดีกว่า ในอดีตยามขัดสนโดยเฉพาะช่วงก่อนเปิดเทอมคนส่วนใหญ่มักจะเอาทีวี เอาทองไปจำนำเพื่อให้ได้เงินมาจ่ายค่าเทอมลูก ช่วงนั้นพ่อก็อดดูมวยตู้ แม่ก็อดใส่ทอง แต่ก็เพื่อลูกพ่อแม่ยอมเหนื่อยทำงานล่วงเวลาหารายได้พิเศษอีกสักพักพอได้เงินก็ค่อยไปไถ่ออกมาใช้กันต่อ เลวร้ายสุดหาเงินไปจ่ายดอกไม่ได้ก็แค่โดนโรงรับจำนำยึดของไปเท่านั้นไม่มีดอกจากสารพัดบัตรมากระหน่ำจนทำให้การกู้เพียงเล็กน้อยถมทับทวีกลายเป็นโดนยึดบ้าน ฟ้องยึดที่หมดตัวกันง่าย ๆ แบบวิถีของลูกหนี้สมัยนี้ ที่เขียนแบบนี้ไม่ได้ส่งเสริมให้เข้าโรงรับจำนำนะครับ แต่อยากจะเปรียบให้เห็นว่าแต่ก่อนนั้นเขายอมสละความสุข สละของภายนอก ยอมเป็นหนี้เพื่อความจำเป็นของครอบครับ หรือยอมสละของภายนอกเพื่อสิ่งมีค่าภายในอย่างปัญญาของลูก แต่วิถีใหม่กลับทางกันจนน่ากลัว มองเผิน ๆ อาจนึกว่าไม่เห็นมีอะไร สะดวกดีออก แค่รูดก็ได้เงินมาหมุนก่อนเดี๋ยวสิ้นเดือนเงินเดือนออกก็แค่เอาไปจ่ายก็จบ ไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหน แต่ลองลงรายละเอียดดูซิครับว่าของที่รูดมานั้นส่วนมากคืออะไร ทีวีจอโค้ง เครื่องเสียงรุ่นล่า แกตเจตสุดล้ำ หรือแม้แต่ห้องพักในโรงแรมสุดหรู ที่เราอาจยังยืนยันเช่นเดิมว่าไม่ได้เสียอะไรเดี๋ยวสิ้นเดือนก็เอาไปจ่ายแต่เราอาจลืมเฉลียวใจไปว่าเราได้ใช้สิ่งที่มีค่าที่สุดของมนุษย์ไปใช้ในการเป็นหนี้นั้น สิ่งนั้นคือ “สติ” และที่น่ากลัวยิ่งขึ้นคือเราไมได้เอา “สติ” ไปจำนำเพื่อเอาเงินออกมาจ่ายค่าเทอมลูก หรือซื้อหาของที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตอย่างคนในอดีต แต่เราเอาสติไปแลกกับความบันเทิง ความสุขชั่วครู่ ชั่วยาม ไปแลกกับของยั่วยวนเร้ากิเลสทั้งหลาย ที่พอได้มาก็พอใจอยู่ครู่แล้วเราก็ทิ้งสติไปโดนความอยากอื่นเข้ามาบงการอีก เรามักเอาสติไปแลกกับความโลภให้มันเยิ้มย้อมใจเรา เรามักเอาสติไปแลกกับความโกรธให้มันเผาใจ หรือแม้แต่เราเอาสติไปแลกกับความหลงคิดเรื่อยเปื่อยเข้ามาในหัวเรา ความทุกข์ ความทุรน ทุรายแสวงหา หรือผลักไสเหล่านี้เข้ามาเป็นนายเราได้ก็ด้วยเราขาดสติเพราะหน้าที่หลักของสติคือการป้องกันสิ่งไม่ดี ไม่งามพวกนี้โดยตรง เป็นยาม เป็นตำรวจมือฉมังที่คอยจับเหล่าร้ายกลุ่มนี้ สติทำให้เรารู้เท่าทันความอยากได้ เลยไม่เผลอหยิบเงินจับจ่ายแบบไม่จำเป็น สติให้ใช้เหตุผลในการตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ สติช่วยให้ความโกรธอยู่ไม่ได้ ทำให้ไม่ไปบันดาลโทสะใส่ใครให้เดือดร้อนใจภายหลัง สติช่วยให้ไม่คิดฟุ้งซ่านโดยไม่จำเป็น ทำให้ไม่เสียพลังงานไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ฉะนั้นจะได้เสพความอยาก ได้สะใจกับการบันดาลโทสะ ได้คิดมันให้เมามัน เราจึงต้องทำลายสติ หรือจะเรียกเบา ๆ ว่าเอาสติไปฝาก ไปจำนำไว้นั่นเอง และที่น่าเศร้ายิ่งขึ้นคือคนส่วนใหญ่ไม่ยอมไถ่สติออกมาเสียด้วย ปล่อยให้หลงจู๊ยึดไปอย่างถาวร คนรุ่นก่อนเอาทีวีไปจำนำยังพยายามหาเงินไปไถ่ออกกลับมาเป็นสมบัติของตน แต่คนรุ่นใหม่ไม่สน ถือว่าสติจับต้องไม่ได้ จำนำแล้วเลยมักปล่อยขาด ทั้ง ๆ ที่สตินี้เป็นทรัพย์อันล้ำค่าที่สุดของมนุษย์ถึงขนาดบรมครูของเราคือพระพุทธเจ้านั้นท่านทรงฝากไว้เป็นเรื่องสุดท้าย ในวาระสุดท้ายก่อนท่านจะละสังขารจากโลกนี้ไป พระพุทธองค์ทรงมีปัจฉิมวาจามีในครั้งสุดท้ายว่า วยธมฺมา สงฺยารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ แปลว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดาท่านทั้งหลายจง (ยังประโยชน์ ตนและประโยชน์ผู้อื่น) ให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาท(มีสติ)เถิด ใครยังไม่ไปไถ่สติออกมาใช้ รีบ ๆ กันหน่อย อย่าให้โดนยึดไปนะครับ แต่การจะไถ่สติออกมานั้นใครที่ไม่มีแผนที่อาจไปไถ่กันลำบากหน่อย เพราะเราเอาไปจำนำไว้ที่ไหน ตอนไหนเรายังไม่รู้เลย “เก็บมาฝาก” ฉบับนี้จึงขอแนะนำแผนที่ให้คุณครับ “มนต์คลายทุกข์” ที่ พระอาจารย์วิวัฒน์ ได้แจกแจงคุณลักษณะของสติที่มองไม่เห็น จับไม่ได้ให้เราสามารถสังเกตได้เราจะได้ไม่เผลอหยิบสติไปจำนำอีก ทั้งยังบอกเส้นทางที่จะทำให้เราไปไถ่กับหลงจู๊ (ธรรมชาติ)ด้วยดอกเบี้ยคือศรัทธา และความเพียร ด้านล่างนี้เป็นตัวอย่าง ใครสนใจติดจ่อขอรับฉบับเต็มแจกเป็นธรรมทานได้ตามรายละเอียดเลยนะครับ ปีใหม่นี้ไปไถ่สติมาใช้กันนะครับ !

ไถ่สติ
Search
Popular Posts
Categories
Archives
- พฤษภาคม 2026
- เมษายน 2026
- มีนาคม 2026
- กุมภาพันธ์ 2026
- มกราคม 2026
- ธันวาคม 2025
- พฤศจิกายน 2025
- ตุลาคม 2025
- กันยายน 2025
- สิงหาคม 2025
- กรกฎาคม 2025
- มิถุนายน 2025
- พฤษภาคม 2025
- มีนาคม 2025
- กุมภาพันธ์ 2025
- ธันวาคม 2024
- พฤศจิกายน 2024
- ตุลาคม 2024
- กันยายน 2024
- สิงหาคม 2024
- กรกฎาคม 2024
- มิถุนายน 2024
- พฤษภาคม 2024
- เมษายน 2024
- กุมภาพันธ์ 2024
- มกราคม 2024
- ธันวาคม 2023
- พฤศจิกายน 2023
- ตุลาคม 2023
- กันยายน 2023
- สิงหาคม 2023
- กรกฎาคม 2023
- มิถุนายน 2023
- พฤษภาคม 2023
- เมษายน 2023
- มีนาคม 2023
- มกราคม 2023
- ธันวาคม 2022
- ตุลาคม 2022
- กันยายน 2022
- สิงหาคม 2022
- กรกฎาคม 2022
- มิถุนายน 2022
- พฤษภาคม 2022
- เมษายน 2022
- มีนาคม 2022
- กุมภาพันธ์ 2022
- ธันวาคม 2021
- ตุลาคม 2021
- กันยายน 2021
- สิงหาคม 2021
- กรกฎาคม 2021
- มิถุนายน 2021






ใส่ความเห็น