5 ส. สร้างสุขวัยเกษียณ

เรามักคุ้นกับ 5 ส. ในบริบทของเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้การทำงาน คือสะสาง สะอาด สะดวกสุขลักษณะ และสร้างเสริมนิสัย

แต่วันนี้ผมนำ 5 ส. ในแบบใหม่ ในแบบของผม ดร.ใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้สูงอายุได้ใช้เพื่อสร้างสุขในวัยเกษียณ ที่ทุกคนทราบดีว่าชีวิตหลังเกษียณนั้นหากไม่เตรียมตัวให้ดีมันอาจยิ่งกว่าคุณภาพชีวิต แต่อาจเป็นชีวิตเลยทีเดียวที่จะถูกกรัดกร่อนจากการเปลี่ยนแปลงใหญ่นี้ ฉะนั้นเพื่อให้บทใหม่ของชีวิตเป็นบทที่มีชีวิต และชีวาสามารถสร้างสุขให้ได้อย่างเต็มอิ่มก็ลองทำตาม 5 ส. ของผมดูครับ

เริ่มจาก…

ส. สงบ ยามรุ่งอรุณ: ทันทีที่ตื่น ที่รู้สึกตัวสิ่งแรกที่เราควรทำคือการสร้างความสงบให้กับจิตใจ อาจใช้วิธีทำสมาธิดูลมหายใจบนที่นอนก็ได้ หายใจเข้าให้รู้ หายใจออกให้รู้ ทำสักพักจนรับรู้ได้ถึงความสงบในจิตใจ จะให้ดีคือให้สัมผัสได้ถึงก้อนพลังงานแห่งความสงบที่เกิดขึ้นกลางอก สิ่งนี้เปรียบดั่งการเติมน้ำมัน หรือชาร์จแบตให้จิต ให้พร้อมที่จะมีพลังขับเคลื่อนไปได้ตลอดวัน ไม่ใช่พอตื่นก็รีบผุนผลันออกจากเตียง แถมหลายครายังทำลายสมาธิด้วยการรีบหยิบมือถือมาไถเช็คสารพัดข่าวที่ชวนให้จิตไม่สงบเสียอีก

ส. สติ ยามเช้า: หลังจากจิตมีพลัง ลุกขึ้นมาจัดการกิจธุระส่วนตัว เมื่อร่างกายพร้อมก็มาเจริญสติกันถือเป็นการออกกกำลังกายไปในตัว จะใช้การเล่นโยคะ การเดินสายพาน หรือแม้แต่การวิ่งก็ได้ เพียงแต่เราเติมสติเข้าไประหว่างกิจกรรมนั้นด้วย หรือจะแกว่งแขนเพื่อกระตุ้นต่อมน้ำเหลืองก็ยิ่งมีประโยชน์ หรือจะใช้การปฏิบัติธรรมไปเลยอย่างเช่นการเดินจงกรมก็ยังคงได้ผลทั้ง 2 ด้าน ทั้งได้กำลังกาย และได้กำลังจิต เพราะสตินั้นเปรียบดั่งเป็นเกราะ เป็นคุณสมบัติที่ควรสร้างให้ติดจิตไว้ก่อนจะออกไปใช้ชีวิตข้างนอก ที่ตะต้องเจอสารพัดเรื่องราวเข้ามาปั่นป่วนจิตใจเรา

ส. สละ ยามสาย: เมื่อจิตมีทั้งพลังและมีทั้งเกราะแล้ว เราก็พร้อมจะออกไปเผชิญโลก โดยสิ่งที่ควรทำในวัยเกษียณนี้ก็คือการทำกิจกรรมที่ทำให้ตนรู้สึกได้ถึงคุณค่าในตนเองอย่างเช่นงานอาสาต่าง ๆ อาจเป็นการไปสอนวิชาชีพที่เราเชี่ยวชาญ ไปถ่ายทอดประสบการณ์ที่เราเคยผ่าน หรือแม้แต่ไปช่วยให้กำลังรุ่นลูก รุ่นหลานหรือคนที่ต้องการ สิ่งนี้จะช่วยเติมเต็มใจเราได้เป็นอย่างดี ทำให้เราใช้ชีวิตต่อได้อย่างมีความหมาย ไม่ได้หายใจทิ้งไปวัน ๆ จนหดหู่

ส. สมัย ยามบ่าย: เมื่อเติมเต็มให้ตนเราพึงระลึกว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม เราอยู่คนเดียวไม่ได้ต้องมีสังคม มีชุมชน และเมื่อต้องอยู่ร่วมเราก้ควรรู้จักสังคมด้วย ฉะนั้นยามบ่ายหลังมื้อเที่ยงเราจึงต้องแสวงหาความรู้เพิ่มเติมในโลกใบนี้ จะคิดว่าอายุมากแล้วไม่เกี่ยวไม่ได้ เพราะเราหนีไม่พ้นอย่างเช่นกฎหมายที่มีออกใหม่ ๆ มาตลอดถ้าเราไม่รู้เราอาจเครียดได้ หรือเทคโนโลยีที่ก็พัฒนาอย่างรวดเร็วถ้าเราไม่ตามเสียเลยเราก็ใช้ชีวิตยากนึกภาพปัจจุบันหากเราใช้มือถือ ใช้ไลน์ไม่ได้จะเป็นเช่นไร

ส. สะพาน ยามเย็น: สุดท้ายปิดวันด้วยการทำตัวเป็นสะพาน ถ่ายทอดอารยธรรมให้กับมนุษย์รุ่นหลัง นี่เป็นการเติมเต็มในส่วนลึกของสิ่งมีชีวิตทุกเผ่าพันธ์ที่ต้องการสืบทอดวิวัฒนาการนี้ต่อ ๆ ไป เราเองเป็นมนุษย์ เบื้องลึกก็ต้องการเช่นนี้เช่นกันเราจึงต้องถ่ายทอดประสบการณ์ต่าง ๆ ของเราไว้ อาจด้วยการจดบันทึก การบันทึกเสียงหรือจะเป็นการเล่าปากเปล่าบนโต๊ะอาหารของครอบครัวก็ได้ สิ่งนี้จะทำให้เราสมบูรณ์ไม่รู้สึกติดค้างอะไรอีก

นี่ล่ะครับ 5 ส. สร้างสุขวัยเกษียณที่ผมออกแบบจากประสบการณ์การทำงานด้านผู้สูงอายุมากว่าสิบปี แนะนำให้นำไปใช้กันนะครับ

*ถอดความจาก Talk with Dr. Mai วันพุธที่ 24 พ.ค. 66

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *