ร่มเย็น

        กลางคืนเป็นควัน กลางวันเป็นไฟ         คำโบราณคุ้นหูนี้เตือนใจดีนัก หมายถึงการคิดการงานในเวลากลางคืนเหมือนดั่งการสุมควันไฟ และเมื่อยามตื่นมาก็มุ่งคิดกระทำการงานนั่นดั่งการลุกโพลงของไฟ         เป็นดั่งวิถีชาวโลกปัจจุบันที่เอาแต่คิด คิด แล้วก็คิดทั้งวันทั้งคืน คิดกิจการงานเพื่อทำงานตอนทำงานในเวลากลางวัน และก็ยังเก็บงานมาคิด มาวิตก หรือมาละโมบโลภมากต่อนอกเวลางานคือในเวลากลางคืน ถึงขนาดบาง(หลาย)คนแม้หลับยังเก็บไปฝันต่อ         ซึ่งหากเราคิดไม่เป็น จัดการความคิดไม่ได้ ความคิดนั้นย่อมกัดเราเอา ความคิดนั้นย่อมนำทุกข์มาสู่เราทั้งวัน ทั้งคืน ไม่เว้นแม้กระทั่งหลับความคิดก็ยังตามไปหลอกหลอนเราในรูปแบบที่เรียกว่าความฝัน         ดังนั้นใครไม่อยากทุกข์เพราะความคิดก็ต้องมาเรียนรู้ความคิด และการจะศึกษาให้เข้าใจความคิดก็ต้องมีเครื่องมือที่ถูกต้อง         ความยากอยู่ตรงที่เราไม่รู้ว่าเครื่องมือนั้นคืออะไรและจะทำให้เครื่องมือนั้นมีคุณภาพพอใช้งานได้อย่างไร         แต่หากเราลองไล่เรียงดูจากเครื่องมือในร่างกายของเราก็อาจพอได้คำตอบ หากเราอยาก “เห็น” เราใช้ “ตา” เป็นเครื่องมือ หากเราอยาก “ได้ยิน” เราใช้ “หู” เป็นเครื่องมือ หากเราอยาก “ได้กลิ่น” เราใช้ “จมูก” เป็นเครื่องมือ หากเราอยาก “รู้รส” เราใช้ “ลิ้น” เป็นเครื่องมือ และหากเราอยากรู้ “การสัมผัส” เราก็ใช้ “ร่างกาย” เป็นเครื่องมือ         ดังนั้นหากเราอยากรู้จัก “ความคิด” ล่ะเราใช้อะไร         หลายคนนึกไปถึงสมองซึ่งมองเผิน ๆ ก็น่าจะจริงอยู่ครับ แต่วิเคราะห์ให้ดี “สมอง” นั้นไม่ใช่เครื่องมือแต่เป็น “สถานที่ทำงาน” ของความคิด ส่วนเครื่องมือจริง ๆ นั้นก็คือ “ใจ” หรือ “จิต” ครับ         ส่วนเรื่องคุณภาพนั้นก็ต้องเป็นใจหรือจิตที่รู้ได้อย่างไม่หลงไปด้วย ไม่เช่นนั้นจะเหมือนมีตาที่ฝ้าฟางการมองเห็นก็ไม่ชัด มีหูที่ตึงการได้ยินเสียงก็ผิดเพี้ยน และใจที่มีคุณภาพก็คือใจที่ประกอบด้วยสิ่งที่เรียกว่า “สติ” ครับ         เมื่อเรามีสติเราจึงจะรู้จักความคิด เมื่อเราขาดสติหากขาดไม่มากก็เหมือนคนเบลอร์ทำอะไรเอ๋อ ทำแล้วลืม ลืมว่าทำ และหากขาดสติมากก็เหมือนคนบ้า หรือคนเมาที่แม้แต่คิดเรื่องอะไรก็ยังไม่รู้เลย         ซึ่งการทำให้มีคุณภาพเราสามารถทำได้ด้วยการฝึกอย่างอดทน และพากเพียร ฝึกที่จะให้รู้สึกถึงการมีอยู่ของตัวตน ฝึกที่จะรู้ถึงการเคลื่อนไหวของร่างกาย (หรือจิตใจ) เมื่อฝึกบ่อย ๆ สตินี้จะมีคุณภาพดีขึ้นทำให้คุณสามารถเห็น รู้จัก เข้าใจความคิดได้อย่างถูกต้อง ชัดเจนและสามารถจัดการมันได้ครับ         ก็ พอเราเห็นความคิดที่เป็นไฟมาสุมเราก็เดินหนีมาอยู่กับความคิดที่เย็นเสียก็จบ แต่ที่ผ่านมาเราทำไม่ได้ หรือเราไม่ได้ทำก็เพราะเราไม่รู้จักแยกแยะความคิดนี่เอง         ฉะนั้นการยอมเหนื่อยฝึกฝนสติในวันนี้จะทำให้เราได้ผลอันหวานชื่นในวันหน้า แล้วคุณจะไม่ตกอยู่ในสภาพ “กลางคืนเป็นควัน กลางวันเป็นไฟ” อีกต่อไป คุณจะมีแต่ความ “ร่มเย็น” ในจิตใจครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *