SE

        เดี๋ยวนี้คำย่อเยอะ ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่สังคมมนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก เกิดความรู้ เกิดบริบทใหม่ ๆ ในสังคมให้ต้องบัญญัติศัพท์ใหม่มากขึ้นเรื่อย ๆ         อีกส่วนก็มากจากสมัยนี้เขาต้องอ้างอิงวิชาการถึงจะทำงานต่อกันได้ จะมาใช้ภาษาท้องถิ่น สื่อสารแบบชาวบ้านนั้นเขาไม่ยอมรับ ครั้นเมื่อต้องใช้ศัพท์ทางการก็ต้องจริงจังคำเลยยาวต้องย่อยามใช้         เอาเถิดครับ นั่นเป็นเรื่องของภาษา แต่ที่ผมยกมาคุยนั้นเพราะมีคำย่ออยู่คำหนึ่งที่ต่อไปผมมั่นใจว่าจะเป็นที่รู้จักและเป็นกระแสหลักของโลกนั่นคือคำว่า SE ที่ย่อมาจาก Social Enterprise แปลเป็นไทยว่า กิจการค้าเพื่อสังคม         หากยังไม่คุ้นก็ทำความรู้จักได้เลยครับ ต่อไปคำนี้จะขึ้นมาครองความสำคัญในโลก โดยเฉพาะในด้านการทำงาน ค้าขาย เพราะโลกจะเรียนรู้ว่าการทำการค้าโดยมุ่งเฉพาะกำไรสูงสุดดั่งปณิธานของระบบ “ทุนนิยม”นั้นผลลัพธ์รวมแล้วมันติดลบ ได้กำไรมาแต่ต้องมาเสียกลับในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ต้องมาเสี่ยงกับปัญหาสังคมที่ตามมา โลกจะรู้ถึงสิ่งนี้จึงเริ่มมีแนวทางแก้ไขออกมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผลกระทบต่อสังคม ฯลฯ แต่สุดท้ายด้วยวิธีประเมินด้วยผลตอบแทนอยู่ดีทำให้ได้แค่บรรเทาปัญหา         อย่างภาคธุรกิจต่าง ๆ ก็หันมาเน้นรื่องของกิจกรรมช่วยเหลือสังคม รับผิดชอบสังคมอย่างที่เรียว่า CSR Coperate Social Responsibility และเช่นกันเพราะใช้การประเมินแบบทุนนิยมอยู่ก็ทำให้ผลออกมายังคงเป็นเพียงการได้มาเพื่อเสีย         SE เป็นคำตอบครับ เพราะแนวคิดนี้เป็นการเริ่มต้นจากการตั้งใจช่วยแก้ปัญหาให้สังคมอย่างความยั่งยืนโดยใช้รูปแบบของการทำธุรกิจมาจัดการ จะได้ไม่ต้องพึ่งพิงเงินบริจาคอย่างเดียวที่เมื่อไหร่ไม่มีงานการกุศลนั้นก็เดินต่อไม่ได้         SE จะริ่มจากปัญหาและหาทางแก้โดยการค้าจึงเรียก กิจการค้าเพื่อสังคม คือเพื่อแก้ปัญหาในสังคมนั่นเอง ต่างจาก CSR ที่เริ่มจากทำธุรกิจแต่แบ่งมาตอบแทนสังคม ที่สุดท้ายก็เพื่อธุรกิจเองไม่ใช่เพื่อแก้ปัญหา         นี่แหละครับความต่างในความเกือบเหมือน ที่ผมนำมาบอกกล่าวกันไว้ก่อน เพราะที่สุดของจริงย่อมต้องเป็นของจริง ของปลอมทำเหมือนย่อมโดนจับได้ CSR ที่ปลอมมาในรูปทำดีจะไม่สามารถยู่ต่อได้ โลกจะต้องเคลื่อนมาสู่การทำงานเพื่อสังคมกันจริง ๆ ใครอยากเป็นผู้นำในโลกต้องเตรียมรับการเปลี่ยนแปลงนี้ไว้ครับ         ใครที่คิดจะเริ่มลงทุนต้องเริ่มจากการมองปัญหาไม่ใช่มองกำไร         จะขายข้าวแกงต้องมองว่าแกงเราจะช่วยแก้ปัญหาอะไรให้ลูกค้าเช่นอาจเป็นใช้สินค้าคุณภาพ ปรุงให้ได้สารอาหารครบ ไม่ใช่มองแต่จะเอากำไรจานเท่าไหร่แม้จะบอกว่าเมื่อมีกำไรแล้วจะเอางินมาช่วยคนอื่นก็ตาม         นี่แหละครับงานที่ช่วยทั้งคนอื่นและเลี้ยงชีพเราด้วยครับ !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *