ภาษามีวิวัฒนาการไปตามกาลเวลา มีคำใหม่ ๆ ศัพท์แปลก ๆ เกิดขึ้นมาในสังคมทุกระยะ หลายคำออกแนวหวือหวาตามสมัยนิยมของวัยรุ่นที่เป็นกลุ่มพลังของสังคม ขณะที่บางคำออกเชิงวิชาการให้สังคมได้ใช้และช่วงหลายปีที่ผ่านมาคำหนึ่งที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง เป็นที่ยอมรับในทุกระดับอย่างรวดเร็วคือคำว่า “จิตอาสา” ฟังดูเหมือนจะคุ้นเคย เหมือนใช้มานานแล้วแต่หากย้อนกลับไปก่อนนั้นเราจะใช้อีกคำที่ความหมายเหมือนกันนั่นคือ “จิตสาธารณะ” ถ้าถามใจผมจริง ๆ ผมชอบคำหลัง (หรือต้องเรียกว่าคำที่มาก่อน) มากกว่า ชอบตั้งแต่ภาษา การออกเสียงที่ฟังไพเราะ สื่อไปถึงความกว้างใหญ่ของขอบเขตแบบไม่มีจำกัด ชอบทั้งความหมายแก่นที่มีลักษณะของผู้ให้ที่ไม่มีประมาณทั้งในมิติของผู้รับ หรือเหตุ หรือเวลา ต่างจากคำว่าจิตอาสาที่แม้การออกเสียงอาจไพเราะในระดับหนึ่ง ก็ให้แต่ความหมายลึก ๆ ยังรู้สึกว่ามีระดับอยู่คือให้เมื่อมีผู้เดือดร้อน เราก็เข้าไปอาสาช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ ไม่ใช่เป็นการกระทำแบบสาธารณะโดยทั่วไปเท่า หากเปรียบกับหมวดธรรมหลักอย่าง พรหมวิหาร 4 เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา แล้ว จิตอาสาเหมือนจำกัดอยู่ในส่วนของกรุณาคือปรารถนาให้เขาพ้นทุกข์เป็นหลัก ส่วนจิตสาธารณะนั้นดูจะครอบไปส่วนของเมตตาคือปรารถนาให้เขามีความสุข เลยไปมุทิตายินดีเมื่อเขาประสบความสำเร็จ หรือไปถึงอุเบกขาการวางเฉยด้วยปัญญาด้วย คือเป็นจิตใหญ่ มีความเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจสรรพสิ่งพร้อมจะช่วยทั้งยามเดือดร้อน พัฒนายามปกติ และวางเฉยอย่างเข้าใจยามไม่สามารถช่วยอะไรได้ แต่พอจิตอาสามีความนิยมกว่า เราเลยมักไปคุ้นคำว่าสาธารณะกับอีกคำนั่นคือคำว่า “นโยบายสาธารณะ”แทน “คิดใหม่” ฉบับนี้จึงอยากชวนกันมาคิดว่าว่าแล้วนโยบายสาธารณะนี้คืออะไร เกี่ยวกับใคร เกี่ยวอย่างไร คำตอบตามหลักวิชา หรือตามสามัญสำนึกทั่วไปก็มักจะตอบว่าเป็นเรื่องของภาครัฐ มีรัฐเป็นผู้กำหนดนโยบาย มีรัฐเป็นผู้ใช้กลไกต่าง ๆ ใช้หน่วยงานราชการเป็นผู้ปฏิบัติ ซึ่งนั่นทำให้นโยบายสาธารณะกลายเป็นของสูง เป็นของเฉพาะองค์กรระดับประเทศไป แต่หากตอบแบบนักวิชาเกินอย่างผม ผมจะแยกแยะคำนี้ด้วยการใช้ประชาชนทั่วไปเป็นตัวชี้ขาด งานใดที่เกี่ยวข้องกับคนแบบไม่จำกัดล้วน ควรถูกเรียกว่านโยบายสาธารณะทั้งนั้นไม่เฉพาะเจาะจงว่าจะต้องมาจากภาครัฐ ใช้กลไกรัฐในการดำเนินงาน และจะให้ดีที่สุดนโยบายสาธารณะก็ควรที่จะเป็นพวกเรานี่แหละที่เป็นผู้กำหนด เป็นผู้ปฏิบัติ และเป็นผู้รับผลนั้นเองด้วย ลองนึกดูหากหน่วยงานรัฐออกนโยบายเฉพาะกลุ่มบุคคลแบบเฉพาะเจาะจงเช่นนี้ควรเรียกว่านโยบายสาธารณะไหม ขณะที่มัใครสักคนริเริ่มแนวทางเพื่อเพื่อนร่วมสังคมคนอื่นแบบไม่เจาะจง เปิดกว้างสำหรับคนทุกคน อย่างนี้ควรใช้คำว่าสาธารณะรึยัง คำตอบคือแนวทางจากทุกคนเพื่อทุกคนนี่แหละครับที่ควรเรียกว่านโยบายสาธารณะอย่างแท้จริง และนั่นเองคือจิตสาธารณะที่แท้ ที่สมาชิกของพื้นที่สาธารณะนั้นวางแผนและปฏิบัติต่อสมาชิกในที่สาธารณะนั้นอย่างไม่มีข้อจำกัด หรือเงื่อนไข เมื่อใดสังคมเราไปถึงจุดนั้นได้ผมมั่นใจว่านั่นจะเป็นยุคสมัยแห่งความเจริญโดยแท้จริง เป็นจิตสาธารณะจริง ๆ จนไม่ต้องมีการอาสากันด้วยทุกคนเป็นเสมือนจิตเดียวกันไปแล้ว จริงไหมครับ !

จิตสาธารณะ
Search
Popular Posts
Categories
Archives
- พฤษภาคม 2026
- เมษายน 2026
- มีนาคม 2026
- กุมภาพันธ์ 2026
- มกราคม 2026
- ธันวาคม 2025
- พฤศจิกายน 2025
- ตุลาคม 2025
- กันยายน 2025
- สิงหาคม 2025
- กรกฎาคม 2025
- มิถุนายน 2025
- พฤษภาคม 2025
- มีนาคม 2025
- กุมภาพันธ์ 2025
- ธันวาคม 2024
- พฤศจิกายน 2024
- ตุลาคม 2024
- กันยายน 2024
- สิงหาคม 2024
- กรกฎาคม 2024
- มิถุนายน 2024
- พฤษภาคม 2024
- เมษายน 2024
- กุมภาพันธ์ 2024
- มกราคม 2024
- ธันวาคม 2023
- พฤศจิกายน 2023
- ตุลาคม 2023
- กันยายน 2023
- สิงหาคม 2023
- กรกฎาคม 2023
- มิถุนายน 2023
- พฤษภาคม 2023
- เมษายน 2023
- มีนาคม 2023
- มกราคม 2023
- ธันวาคม 2022
- ตุลาคม 2022
- กันยายน 2022
- สิงหาคม 2022
- กรกฎาคม 2022
- มิถุนายน 2022
- พฤษภาคม 2022
- เมษายน 2022
- มีนาคม 2022
- กุมภาพันธ์ 2022
- ธันวาคม 2021
- ตุลาคม 2021
- กันยายน 2021
- สิงหาคม 2021
- กรกฎาคม 2021
- มิถุนายน 2021






ใส่ความเห็น