E Reader

        ผมชอบอิเลคทรอนิกส์มาตั้งแต่เด็ก ๆ จำได้ว่าตอนเรียนประถมยังเคยไปหาแผ่นทองแดงมาลงลายกัดกรดเจาะรูและหาอุปกรณ์มารวมชุดขายให้เพื่อน ๆ โตอีกหน่อยก็ได้เข้าเรียนด้านคอมพิวเตอร์อันเป็นศาสตร์ใหม่มากในยุคนั้นและอาจด้วยการใกล้ชิดพัฒนาการของอุปกรณ์ใหม่ ๆ ทำให้ผมมักเก็งแนวโน้มของเทคโนโลยีได้ค่อนข้างจะแม่น เอาช่วงใกล้ตั้งแต่ที่ Apple เขาออกของเล่นฮิตสมัยโน้นคือ ไอพอด ที่ไว้ดูหนังฟังเพลง ผมมองตอนนั้นว่าหากรวมฟังก์ชั่นโทรศัพท์เข้าไปด้วยสิ่งประดิษฐ์นั้นจะสร้างความตื่นตะลึงให้คนทั้งโลก จากนั้นไม่นานโลกเราก็มี ไอโฟน ที่สร้างปรากฏการณ์ให้คนมารอคิวซื้อกันข้ามคืน         จากนั้นพอทราบว่ามีเทคโนโลยีที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ตัวใหม่คือกระดานอิเลคทรอนิกส์ผมถึงกับเรียกประชุมกรรมการว่าต่อไปผลิตภัณฑ์นี้จะมีอิทธิพลสูงสุดในสังคมซึ่งต่อมาก็คือ ไอแพด นั่นเอง         ยกมาไม่ได้จะยกตัวเองแต่จะโยงไปถึงที่ผมเคยบอกว่าหนังสืออิเลคทรอนิกส์ที่เรียกว่า อีบุ๊ค อย่างไรก็มาแทนที่นิตยสาร หนังสือพิมพ์กระดาษแบบดั้งเดิมไม่ได้ ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมาผลก็ปรากฏเช่นนั้น อีบุ๊คก็เติบใหญ่ไปตามเส้นทาง หนังสือกระดาษเดิมก็ยังขยายได้อยู่ ไม่ได้สะดุดหรือเสื่อมถอยลงแต่อย่างใด         แต่วันนี้ผมได้พบผลิตภัณฑ์อยู่ชิ้นที่ทำเอาผมถึงกับอึ้งไปเลยเพราะเห็นแล้วเกรงว่าที่เคยบอกว่าหนังสือกระดาษจะไม่กระทบนั้นคงจะไม่จริงเสียแล้ว ทั้งยังห่วงจริง ๆ ด้วยว่าในอนาคตอีกไม่นานกระดาษนั้นจะหายไปหรือลดบทบาทลงในวงการสื่อ จากการเกิดของผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ “เครื่องอ่านหนังสืออิเลคทรอนิกส์” หรือ อี รีดเดอร์ (E Reader) สงสัยไหมครับว่าทำไมตอน ไอแพด เข้าตลาดผมไม่ห่วงแต่พอเป็น อี รีดเดอร์ ผมกลับเกรง         บางท่านอาจคิดว่าเพราะเดี๋ยวนี้มีเวปที่จำหน่ายหนังสืออิเลคทรอนิกส์มากมายเป็นล้าน ๆ เล่ม ทั้งค่ายพิมพ์ทุกค่ายล้วนเพิ่มหนังสือรูปแบบนี้ไปกับหนังสือจริง ๆ ด้วย ต้องบอกว่านั่นเป็นส่วนสำคัญหนึ่งครับ แต่ที่สำคัญที่สุด เป็นตัวชี้เป็นชี้ตายของหนังสือกระดาษสำหรับผมก็คือระบบของตัวเครื่องอ่าน อี รีดเดอร์ครับ         อี รีดเดอร์ นี้ไม่เหมือนกับแท็ปเล็ตเช่นไอแพด หรือที่แจกเด็กป.1 เพราะมันเป็นระบบเหมือนหมึกพิมพ์จริง ไม่ใช่เป็นแบบจอภาพที่ให้แสงออกมาจากจอ แสงที่ส่องสู่ตาโดยตรงอย่างไรก็ไม่ชวนอ่าน ไม่ให้ความรู้สึกเดียวกับการอ่านกระดาษ ทำให้แม้ที่ผ่านมาแทปเล็ตจะได้รับความนิยมมากแล้ว มีอีบุ๊คจำหน่ายมหาศาลแล้วอย่างไรมันก็มาแทนการอ่านจริงไม่ได้ จนเมื่อเป็นอีบุคที่เป็นระบบหมึกอิเลคทรอนิกส์(E Ink) ใช้การเปลี่ยนจุดที่มีหมึกไปที่หน้าจอ เปลี่ยนไปเป็นหน้า ๆ เหมือนเวลาพิมพ์หมึกบนกระดาษจริง ๆ ทั้งการอ่านก็ใช้แสงจากภายนอก จากพระอาทิตย์หรือหลอดไฟในการอ่านจริง ๆ ทำให้ไม่มีแสงพุ่งเข้าตาโดยตรงอันเป็นปัจจัยหลักในบรรยากาศการอ่านหนังสือของหนอนหนังสือทั้งหลาย ทั้งยังมีฟังก์ชั่นพิเศษให้ประยุกต์ได้อีกมากทั้งการทำไฮไลต์ ตัวเน้น การย่อขยายตัว การแปลคำศัพท์จากต่างประเทศ หรือการจะส่งแชร์ ส่งเมลทางโซเชียล เนตเวิร์กก็ทำได้เลย         นี่แหละที่ทำให้คราวนี้หนังสือกระดาษถึงจะโดนคู่แข่งจริง ๆ คู่แข่งโดยตรงที่อ่านได้นุ่ม สบายตาเช่นกัน ทั้งยังมีให้เลือกได้มากกว่า ถูกกว่า สะดวกกว่า อย่างนี้จะไม่ให้ผมห่วงได้อย่างไรครับ “คิดใหม่” ฉบับนี้ไม่ม่ข้อคิดอะไรมาฝาก แต่นำการคาดการณ์อนาคตมาฝากเพื่อให้คุณผู้อ่านเตรียมตัวไว้เท่านั้นครับ แต่ตอนนี้ผมขอไปอยู่กับสวรรค์ชั้นใหม่ของคนรักการอ่านที่มีหนังสือนับล้านให้อ่านได้ทันใจและสบายตาก่อนนะครับ !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *