เป็นห่วง

       ความเครียดเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นเสมอกับยามเรานึกถึงคนที่เรารัก เป็นความเครียดที่เรามักวางไม่ได้ ความรู้สึกนั้นเรียกว่า “ความเป็นห่วง“         และที่เราไม่ยอมปล่อยความรู้สึกนี้ก็เพราะมันเป็นเหมือนตัวแทนแห่งสายใยรักของเราที่มีต่อคนผู้นั้น         คู่สัมพันธ์ต่าง ๆ ล้วนมี เช่นระหว่าง “แม่กับลูก” ระหว่าง “ครูกับศิษย์” ระหว่าง “สามีกับภรรยา” ฯลฯ         ความเป็นห่วงแม้ทำให้เรากลุ้มอยู่บ้างแต่ด้วยเป็นความรู้สึกที่ออกมาจากด้านดีเราจึงคิดว่าไม่น่าจะส่งผลเสียอย่างใด เต็มใจที่จะกลุ้มกับมัน         ก็จริงในระดับหนึ่งครับหากความเป็นห่วงนั้นไม่แปรสภาพเติบใหญ่ต่อกลายเป็นความรู้สึกอีกอย่างหนึ่งซึ่งเป็นของต้องระวัง ความรู้สึกนั้นคือ “ความกังวล” ครับ         ความกังวลอันเป็นเสมือนผลผลิตที่ต่อมาจากความห่วงใย ห่วงมาก คิดมาก รวมถึง “ปรุงแต่ง” มาก มากเกินจนเลยไปเป็นความกังวลไป และความกังวลนี้เองที่เป็นตัวกีดขวางการก้าวเดินของคนจำนวนมาก         เรากังวลในเรื่องลูกเสียจนเราไม่เปิดโอกาสให้ลูกเราได้หาประสบการณ์ชีวิต จนกลายเป็นลูกแหง่ ขาดประสบการณ์จนในที่สุดเมื่อหมดพ่อแม่ที่เป็นห่วงจนมากเกินแล้วนี้ เด็กเลยกลายเป็นอยู่ด้วยตัวเองไม่ได้ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย         หรือเรากังวลกับคู่ชีวตจนกลายเป็นเรื่องหึงหวง เลยเถิดไปเป็นเรื่องร้ายระดับชีวิตก็มีให้เห็นอยู่บ่อย ๆ แต่ที่สำคัญคือเรามักกังวลกับอนาคตจนในที่สุดเราเลยไม่ยอมก้าวเดินไปไหนเลย         ไอน์สไตน์เคยกล่าวว่ามีแต่คนวิกลจริตเท่านั้นที่กระทำสิ่งเดิมซ้ำ ๆ แล้วคาดหวังว่าผลลัพธ์จะเปลี่ยนไป ผมเลยนำมาเปรียบเทียบกับชีวิตเหมือนเครื่องจักรผลิตสินค้าเครื่องหนึ่ง ที่เราใส่วัตถุดิบเข้าไปชุดหนึ่งเราก็จะได้ผลลัพธ์ออกมาชนิดหนึ่ง ซึ่งผลผลิตนั้นหากเราไม่ชอบใจ ไม่ถูกใจ เราอยากเปลี่ยนผลให้ดีขึ้น แต่สิ่งที่น่าเศร้าคือ เรายังใส่วัตถุดิบแบบเดิม เหมือนเดิมเข้าไปเช่นเดิม เช่นนี้ลองนึกดูซิครับว่าผลมันจะออกมา ผลจะสามารถเปลี่ยนไปดั่งที่เราต้องการไหม แน่นอนครับ คำตอบคือไม่ ผลย่อมออกมาแบบเดิมคือแบบที่เราไม่ชอบแน่นอน         และนั่นแหละครับคือสิ่งที่คนจำนวนมากประสบอยู่ นั่นคืออยากได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น แต่เราไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ด้วยความกลัว หรือด้วยความไม่กล้าจะเปลี่ยนอะไรตัวเอง และสิ่งนี้เกิดมาจากความกลัวต่ออนาคตข้างหน้าที่ปรุงแต่งสิ่งน่ากลัวมาหลอกล่อเราให้ไม่กล้าที่จะเปลี่ยน สิ่งนี้เองคือสิ่งที่เรียกว่าความกังวล         ผมกำลังสรุปว่าความกังวลนั้นเป็นสิ่งไม่ดี ไม่จำเป็นในชีวิตของเรา มันอาจเหมือนจะดีคือทำให้รอบคอบ ระมัดระวัง แต่ที่จริงมันเกินนั้นคือกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่าวิตกจริตคือไม่กล้าทำอะไรเลย แม้จะบอกว่าสิ่งที่กังวลนั้นเป็นสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง แต่หากสังเกตุให้ดีจะเห็นว่าโอกาสนั้นอาจเกิดขึ้นน้อยมาก ๆ น้อยจนเรียกว่าอาจไม่มีโอกาสเกิดขึ้นในโลกความเป็นจริงเลย ยกเว้นแต่เกิดในจินตนาการการเป็นห่วงของเรา นี่แหละครับคือสิ่งที่ต้องการสื่อ         ความเป็นห่วงเป็นสายใยที่แสดงความอบอุ่น แต่ต้องระวังอย่าเลยไปเป็นความกังวลอันเป็นผลผลิตจากความกลัว (ในสิ่งที่ไม่น่ากลัว) จนขังตัวเองไว้กับที่ไม่กล้าจะเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลย ซึ่งนั่นเองคือสิ่งที่ทำให้เราไม่สามารถไปสู่ผลที่เราต้องการได้ อยากมีชีวิตใหม่ต้องกล้าที่จะเลิกวิตกจริตครับ !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *