กำไร-สงคราม

        ช่วงนี้เขากำลังฮิต AEC โดยเฉพาะเรื่องภาษาอังกฤษที่ถือเป็นภาษากลาง โดยส่วนตัวแม้งานในปัจจุบันจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับต่างประเทศเช่นในอดีต แต่มาระยะหลังก็มีอันต้องใช้ภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการอยู่เรื่อย ๆ และเหมือนจะบ่อยขึ้น ถี่ขึ้นเสมอเลยจำต้องหันมารื้อฟื้นเรื่องภาษาของตัวเองหน่อย         ด้านการอ่านก็เริ่มหาตำราวิชาการ นิตยสารต่างประเทศมาอ่านแทนถือว่าได้ทั้งฟื้นการอ่านและได้ศาสตร์ที่แปลกขึ้นเพราะจะเลือกตำราเล่มที่ไม่มีแปล หรือนิตยสารที่ไม่ได้ขายสิทธิ์มาทำเป็นภาษาไทย อ่านแล้วก็รู้สึกดีตรงที่ได้เปิดมุมมองของวิธีคิดจากต่างวัฒนธรรมเป็นการช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ที่ดีวิธีหนึ่ง         ส่วนการฟังนั้นอาศัยช่วงก่อนนอนดูภาพยนตร์หรือสารคดีต่างประเทศโดยตัดคำบรรยายหรือ Subtitle ทิ้งก็เป็นการฝึกการฟังได้ดี         ที่ฉบับนี้ยกเรื่องภาษามาพูดก็เพราะไปได้ยินวลีเด็ดจากหนังนอกที่ดูก่อนนอนอยู่เรื่องหนึ่งเข้า เลยอยากนำมาแบ่งปันกัน เป็นคำคมจากหนังเรื่อง Australia ที่มีซุปเปอร์สตาร์ดาวค้างฟ้าอย่าง นิโคล คิดแมน เล่นเป็นนางเอก เป็นหนังย้อนยุคไปสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่สังคมโลกช่วงนั้นมีการล่าอาณานิคม มีการเริ่มใช้ความรู้ (แน่นอนว่าจากชาติตะวันตก) มาปกครองหรือแผ่อิทธิพลในประเทศห่างไกลซึ่งเหตุการณืนี้เกิดที่ประเทศที่มีนิกเนมหรือชื่อเล่นว่า Down Under เป็นชื่อที่คนถูกเรียกไม่ค่อยจะชอบนักเพราะเป็นคำที่สื่อไปถึงการดูแคลนว่าเป็นประเทศห่างไกล อยู่ต่ำ อยู่ล่างประมาณล้าหลัง ต่ำอารยะประมาณนั้น มองมุมหนึ่งก็แสดงให้เห็นว่าการเหยียดนี้มีมานานแสนนานแล้วไม่เว้นแม้แต่กับประเทศที่ปัจจุบันถือว่าเจริญอย่าง ดาวน์ อันเดอร์ หรือประเทศ ออสเตรเลียในปัจจุบัน         เนื้อเรื่องก็เป็นการแย่งชิงพื้นที่ครอบครองที่ 2 ฝ่าย คือฝ่ายนางเอกที่มารับช่วงต่อจากสามีที่โดนฆาตกรรมกับฝ่ายร้ายผู้มีอิทธิพลเก่า นักเลงผู้กว้างขวาง การแย่งชิงก็เต็มไปด้วยสารพัดกลโกง การใช้อำนาจ การฉ้อฉล การทรยศหักหลัง สอดแทรกไปด้วยความชั่วร้ายเรื่องเพศ เรื่องความรุนแรงต่าง ๆ         เช่นกัน นี่เท่ากับสะท้อนให้เห็นถึงรากเหง้าความชั่วร้ายที่มีมานาน ในแวดวงของผู้ที่เรียกตัวเองว่าเจริญแล้วก็ไม่พ้นความละโมบโลภมาก ทำได้ทุกวิถีทางเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง         ผมชอบเรื่องนี้จนต้องนำมาดูซ้ำเพราะในหนังยังมีอีกวิถีที่ผมไม่เคยเห็นที่เรียกว่า Walkabout เป็นพิธีที่ให้เด็กพื้นเมืองที่เมื่อโตระดับหนึ่งคือประมาณสัก 10 ขวบแล้วต้องเดินเข้าป่าใช้ชีวิตกับดิน กับธรรมชาติเป็นเวลาครึ่งปี ถือเป็นความศักดิ์สิทธิ์ที่เด็กผู้ชายในเผ่าทุกคนต้องผ่าน         ผมว่านี่เป็นแนวทางที่เหมาะ เพราะให้เด็กได้อยู่กับของจริงเลย ได้เรียนรู้ชีวิตจริงที่นอกจากจะทำให้ใช้ชีวิตกับธรรมชาติได้แล้วยังเท่ากับฝังความเป็นมิตรกับธรรมชาติไว้ในใจเด็กด้วย         ความเคารพธรรมชาติที่เราเรียกร้องออกมาเป็นเรื่องของสารพัด Green ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Green resort Green Building Green Industrial Green. Economy และอีกหลายหลาย Green นั้นจะเกิดไม่ได้จริงจากการสั่งสอนบนกระดาษเลย         เขียนไปมากลายเป็นเชียร์หนังไปแล้วยังไม่ได้พูดถึงวลีที่ผมชอบเลย เป็นคำที่สะท้อนทุกสิ่งในสังคมปัจจุบันนี้ นั่นก็คือ “สงครามเริ่มเมื่อมีกำไร”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *