AEC

        เดี๋ยวนี้ไปไหนต่อไหนก็ได้ยินแต่คำนี้จนบางคนที่ไม่คุ้นเคยอาจเริ่มงสงสัยว่า AEC นี้คืออะไร และทำไมถึงต้องพูดกันมากมายปานนี้         หากจะแปลความแบบกระชับก็พอสรุปได้ว่า AEC คือการรวมตัวกันของ 10 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันประกอบด้วยไทย พม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดเนเชีย บรูไน และฟิลิปปินส์         ส่วนที่อาจมีบางท่านคุ้น ๆ เพิ่มประเภท AEC + 3 AEC + 6 อันนั้นยกไว้ก่อนนะครับเอาแค่แกนหลักสิบประเทศที่มารวมกันนี้ก็ทำเอาผมเป็นห่วงจนต้องมาขอเขียนระบายในบทนี้กันแล้ว         ที่จริงการรวมตัวนี้มิใช่เพิ่งจะรวม แต่มีการดำเนินการมาช้านานร่วม ๆ 40 ปีแล้ว แถมเมืองไทยเราเองนี่แหละที่เป็นโต้โผ หัวเรือใหญ่ในการผลักดันให้เกิดขึ้น แต่วันนี้ วันที่เหลืออีกไม่ถึง 2 ปีนิดหน่อยการรวมกันจริงทางด้านเศรษฐกิจจะเกิดขึ้น กลับเป็นโต้โผใหญ่อย่างเราเองที่ถูกมองว่าเป็นประเทศที่เตรียมตัวรับน้อยมาก ความตื่นตัวของประชาชนยังต่ำมาก         แต่ความไม่พร้อมของการรวมในเรื่องเศรษฐกิจอย่างที่มักยกมาพูดกันเรื่องของภาษา ค่าแรง หรือฝีไม้ลายมือนั่นไม่ใช่ประเด็นที่ผมห่วง แต่ผมห่วงในเรื่องของการ “แยกแยะ” ดีชั่วของเด็กและเยาวชนบ้านเรามากกว่า         เพื่อให้เห็นภาพที่ผมห่วง ก็อยากให้ช่วยนึกภาพจำลองง่าย ๆ ว่า AEC นี้สุดท้ายแล้วก็เหมือนการที่เรารื้อเอารั้วบ้านของเราออก กลายเป็นพื้นที่เดียวกันกับเพื่อนบ้านรอบข้างอีก 9 หลังใครใคร่เข้าออกอาณาบริเวณของบ้านไหนก็ทำได้ดั่งเหมือนเป็นบ้านตัว ข้าวของเครื่องใช้ก็หมุนเวียนเปลี่บนถ่ายกันได้อย่างไร้รั้วมากั้น น่าสนุกใช่ไหมครับ         มองเผิน ๆ ก็น่าจะใช่ แต่มองให้ลึกก็อาจจะเปลี่ยนจากน่าสนุกเป็นน่ากลัว โดยเฉพาะหากขาดการเตรียมตัวรับมือ เพราะมันหมายถึงเราไม่มีอาณาเขตเฉพาะของเราแล้วใครเห็นทำเลหน้าบ้านเราดีอยากจะมาตั้งแผงขายลูกชิ้นปิ้งก็ทำได้ ใครเห็นเราเลี้ยงดูบริวารดีอยากจะมาขอทำงานด้วยก็ไม่มีปัญหา สิ่งเหล่านี้นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงของผู้อาศัยเดิม เท่ากับมีคู่แข่งมาแย่งกันขายขึ้นอีกโข         แต่ความน่ากลัวนี้ยังไม่เท่าความน่ากลัวที่ผมอยากจะเชื่อว่าผมห่วงไปเอง นั่นคือรั้วบ้านที่ถูกรื้อนี้ไม่เฉพาะเรื่องของการค้า การขายเท่านั้นแต่รวมไปถึงเรื่องวัฒนธรรม วิถีชีวิตด้วย         ลำพังมีกำแพงเด็กและเยาวชนเราก็โดนสื่อนอก วัฒนธรรมต่างแดนครอบเสียจนอยากไปเกิดเป็นคนเกาหลี ญี่ปุ่นกันมากแล้ว อยากจะมีไลฟ์สไตล์แบบเด็กตะวันตก อยากจะใช้ชีวิตการงานแบบฝรั่งเขา ซึ่งต้องยอมรับความจริงว่าหลายค่านิยมนั้นไม่เหมาะเอาเลยกับวิถีชีวิต ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ของเราเอง แต่ด้วยการขาด “ภูมิคุ้มกัน” อนาคตของชาติเราจึงโดนซื้อวิญญาณไปมาก         แล้วนี่หมดสิ่งกีดขวางแล้วอีกหลากค่านิยมที่จะถาโถมเข้ามาโดยเฉพาะค่านิยมที่ไม่ดีอันมีธรรมชาติในการแพร่กระจายได้เร็ว และกว้างกว่าอยู่แล้วจะแพร่สะพัดไปแค่ไหน เด็กของเราจะเป็นเช่นไร         จำได้ว่าเคยเขียนเกี่ยวกับเด็กเราทุกวันนี้แยกแยะดี-ชั่วไม่ได้ ไม่เหมือนเด็กในอดีตที่รู้ว่าเรื่องเพศไม่ดีแต่ห้ามใจไม่ไหว ที่รู้ว่าการตีกันไม่ดีแต่อยากจะโชว์ ฯลฯ แต่ยุคนี้เด็กที่ทำผิดถูกจับมายังงงงงอยู่ว่าเขาทำผิดอะไรเพราะขาดความสามารถในการแยกถูกผิดดีชั่วนี้ไปมาก         มีคนถามผมว่า AEC นี้จะต้องเสริมวิชาอะไรให้เด็กดี ภาษาอังกฤษหรือจีน ต้องเติมกิจกรรมของประเทศอื่นอีก 9 ประเทศแค่ไหน         คำตอบที่ผมมักตอบเสมอก็คือ วิชาแรกที่ควรจะเปิดสอนและครูผู้สอนก็คือคุณพ่อ คุณแม่ มิใช่ครูในโรงเรียน เพราะวิชานี้ไม่ถูกบรรจุไว้ในหลักสูตรใด ๆ วิชานี้ก็คือ วิชาแยกแยะดี-เลวครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *