ทุกคนรับรู้ร่วมกันถึงความสำคัญของการศึกษา และทุกคนก็เห็นตรงกัน ว่าการอ่านหนังสือ ตำรับ ตำรานั้นเป็นวิธีการสำคัญในการได้มาซึ่งความรู้ สำคัญขนาดรัฐบาลชุดกำหนดให้การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ เช่นเดียวกับระดับท้องถิ่น ที่กทม.ได้ยื่นให้ยูเนสโกได้พิจารณากรุงเทพฯให้เป็นเมืองหนังสือโลก ซึ่งก็น่ายินดีที่เราชนะเลิศได้เป็นเมืองหนังสือโลกดั่งหวังในปี 2556 แม้อาจขัดความรู้สึกที่เราทราบกันดีว่าคนไทยอ่านหนังสือน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะสถิติการอ่านเฉลี่ยเพียง 5 เล่มต่อปีนั้นเทียบไม่ได้เลยกับประเทศที่คนเขารักการอ่านจริง ๆ หรือไม่ได้แม้แต่กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม หรือสิงคโปร์ แต่ด้วยรางวัลนี้เขามอบไม่ใช่พิจารณาจากปัจจุบันเพียงอย่างเดียว แต่ยังพิจารณาจากแผนงาน แนวโน้ม หรือศักยภาพของเมืองนั้น ๆ ด้วย กรุงเทพเราชนะตรงนี้ครับ ซึ่งเมื่อได้ตำแหน่งแล้วเราก็ต้องทำตัวให้สมกับตำแหน่งที่ได้ นอกจากจะเป็นวาระแห่งชาติแล้ว ยังมีการรณรงค์ให้คนไทยรักการอ่าน หันมาอ่านหนังสือกันมากขึ้นจนมีแนวความคิดหนึ่งผุดขึ้นมานั่นคือ “ขอให้อ่านเถอะจะเป็นหนังสืออะไรก็ได้” ดูเผิน ๆ ก็น่าจะดีใช่ไหมครับ แต่จะดี จริงหรือ !!! ถ้าเป็นสมัยก่อนนี้สัก 20-30 ปีผมค่อนข้างเห็นด้วยครับ ไม่ใช่เอาตัวเองตั้งแล้วเหมา ๆ เอาว่ายุคตัวเองดีกว่ายุคสมัยนี้ แต่ผมวิเคราะห์เอาจากบริบทแวดล้อมทั้งหมดโดยเฉพาะในเรื่องของกฏหมาย อดีตการจะออกสื่อสักเล่มจะหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือแม้จะจุลสารเฉพาะกิจอะไรนั้นทำได้ยาก ใครทันคงเคยได้ยินว่ามีการซื้อหัวหนังสือกันราคาแพงโขอยู่ หรืออย่างหนังสือเล่มก็ไม่ได้ทำกันสะดวกแบบทุกวันนี้ กว่าแต่ละโรงพิมพ์จะตัดสินใจพิมพ์เรื่องอะไรออกสู่ตลาดนั้นต้องคิดแล้วคิดอีก ดังนั้นแม้อาจโดนปิดกั้นอยู่บ้าง แต่เรื่องของจริยธรรม ศีลธรรมอันดีนั้นถูกควบคุมไว้ค่อนข้างเข้ม ความรับผิดของผู้พิมพ์ ผู้เขียน บรรณาธิการก็สูง สื่อที่ออกมาจึงค่อนข้างถูกคัดกรองอย่างเข้มงวด แต่มาดูปัจจุบัน การออกนิตยสารแต่ละเล่มนั้นง่ายเหลือเกิน มีช่องทาง มีการจัดจำหน่ายที่สะดวกกว่าเดิมมาก การควบคุมสื่อต่าง ๆ ก็ทำได้ไม่เข้มงวดเท่าโดยเฉพาะกับสื่อทางอินเตอร์เน็ตที่ก็ถือว่าเป็นการอ่านชนิดหนึ่งเช่นกัน ผลผลิตจากการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ต้องอาศัยการวิจัยใด ๆ แค่เพียงคุณเดินไปตามแผงหนังสือ หรือเข้าร้านหนังสือตามห้างคุณก็จะเห็นแล้ว ว่าหนังสือแนวไหนที่มีอยู่เต็มแผง หนังสือประเภทใดที่มีกระแสตอบรับ ก็ลองตอบกันเองนะครับว่าใช่หนังสือที่กระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวคนขึ้นมาหรือเปล่า ราคะ โทสะ ความใคร่ ความรุนแรงต่าง ๆ ที่ดูจะถูกตลาด (กิเลส) มากเหลือเกิน แล้วนี่ละหรือที่จะสามารถใช้คำว่า “อ่านอะไรก็ได้” ผมว่าถ้าเป็นสื่อที่ทำร้ายจิตวิญญาณเช่นนี้ ไม่อ่านเสียยังดีกว่า เห็นด้วยไหมครับ เอาง่าย ๆ ว่าหากลูกเราขอเงินไปซื้อหนังสือโป๊มาอ่านเราจะให้เงินด้วยคิดว่า ”อ่านอะไรก็ได้” อยู่ไหมครับ ย่อมไม่ใช่แน่ แล้วหนังสืออื่น ๆ ที่ทำร้ายเด็กไม่แพ้กัน ทั้งยังอาจฝังลึกยิ่งกว่าอีก เพียงแต่ไม่ได้มีรูปแบบตรง ๆ โจ๋งครึ้มแบบหนังสือโป๊ล่ะครับ ผมว่าก็ไม่ควรอ่านเช่นกัน ! อย่าทำเป้าโดยเอาแต่ปริมาณลืมดูคุณภาพ ได้จะไม่คุ้มเสีย เราควรมารณรงค์ให้คนอ่านหนังสือที่คุณภาพดีที่สุดไปเลยจะดีกว่ามาติดยึดกับการจับสถิติการอ่านซึ่งหนังสือเล่มนั้นก็คือ ใจตัวเราเองครับ

อ่านอะไร
Search
Popular Posts
Categories
Archives
- พฤษภาคม 2026
- เมษายน 2026
- มีนาคม 2026
- กุมภาพันธ์ 2026
- มกราคม 2026
- ธันวาคม 2025
- พฤศจิกายน 2025
- ตุลาคม 2025
- กันยายน 2025
- สิงหาคม 2025
- กรกฎาคม 2025
- มิถุนายน 2025
- พฤษภาคม 2025
- มีนาคม 2025
- กุมภาพันธ์ 2025
- ธันวาคม 2024
- พฤศจิกายน 2024
- ตุลาคม 2024
- กันยายน 2024
- สิงหาคม 2024
- กรกฎาคม 2024
- มิถุนายน 2024
- พฤษภาคม 2024
- เมษายน 2024
- กุมภาพันธ์ 2024
- มกราคม 2024
- ธันวาคม 2023
- พฤศจิกายน 2023
- ตุลาคม 2023
- กันยายน 2023
- สิงหาคม 2023
- กรกฎาคม 2023
- มิถุนายน 2023
- พฤษภาคม 2023
- เมษายน 2023
- มีนาคม 2023
- มกราคม 2023
- ธันวาคม 2022
- ตุลาคม 2022
- กันยายน 2022
- สิงหาคม 2022
- กรกฎาคม 2022
- มิถุนายน 2022
- พฤษภาคม 2022
- เมษายน 2022
- มีนาคม 2022
- กุมภาพันธ์ 2022
- ธันวาคม 2021
- ตุลาคม 2021
- กันยายน 2021
- สิงหาคม 2021
- กรกฎาคม 2021
- มิถุนายน 2021






ใส่ความเห็น