“แม่…แพขอเงินค่าขนมแบบเดิมได้ไหม ?” “แพจะใช้อะไร ที่ให้ไปไม่พอเหรอไง” “แพใช้พอ ไม่ได้ขอเงินเพิ่ม แต่ขอแบบเดิม” !! “แพหมายถึงแพขอเป็นเหรียญบาทสิบเหรียญแทนเหรียญสิบน่ะ แม่เข้าใจรึเปล่า” “อ่อ…เข้าใจแล้ว แต่ทำไมล่ะ เหรียญบาทต้องพกเยอะหลายเหรียญน่ะ” “แต่เวลาซื้อน้ำส้ม 6 บาทต้องรอพี่เขาทอนมันช้าน่ะ เพื่อนๆก็รอคิวกัน ต้องเก็บตังทอนเข้ากระเป๋าบางทีน้ำก็หก แต่ถ้าเป็นเหรียญบาท จ่ายปุ๊บแพก็ถือแก้วออกมาได้เลย” …. ข้างบนนั่นเป็นบทสนทนาระหว่างแม่(ภรรยาของผม) กับแพ(ลูกของผม) มีหงุดหงิดที่สื่อไม่ตรงกันอยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็เข้าใจว่าแพต้องการอะไร ไม่ได้ยกเรื่องนี้มาเพื่อจะยกยอลูกตัวเอง เพราะเด็กก็มองเหตุผลในมุมเด็ก ซึ่งก็จริงแบบของเขา ซื้อน้ำ คนขายส่งแก้วมาให้ น้ำยังเต็มแก้วต้องรอเงินทอน เก็บเหรียญใส่กระเป๋า มือเดียวไม่ถนัด สองมือก็ต้องวางแก้วขณะที่ค้างอยู่หัวแถวต้องรีบเก็บ รีบหยิบ น่ารำคาญและอาจรนจนน้ำหกอย่างแพว่าจริงๆ ส่วนเรื่องไม่อยากให้เพื่อนรอนานนั้นยังไม่ต้องวิเคราะห์ว่าเป็นเพราะความเกรงใจของเด็ก หรือการไม่อยากตกอยู่ในภาวะน่าอึดอัด แต่นี่เป็นสิ่งที่ผมอึดอัดใจมานาน ถึงขนาดคิดจะทำสติ๊กเกอร์รณรงค์ก็เคยมาแล้ว นั่นคือเรื่องของการเตรียมความพร้อมในการจ่ายเงินของผู้ที่ใช้บริการรถแท็กซี่ คุณเคยเจอไหมครับ ที่ขับตามแท็กซี่ อยู่ๆก็จอดปุ๊บปั๊บให้ผู้โดยสารลงทำเอาเราเบรกตัวโก่ง ก็อาจฉิวนิดหน่อยตอนเบรกแต่ก็คนทำมาหากิน เพื่อนร่วมถนนหนทางก็เอื้อเฟื้อกันไป แต่บางคัน(หรือหลายคัน)เล่นเราเบรกกึ๊กอย่างเดียวไม่พอ ตอนรอผู้โดยสารลงเพื่อเคลื่อนรถต่อได้ก็ช้านานกว่าที่ควรอีก และสาเหตุการรอนี่แหละครับที่น่าหงุดหงิดอย่างมาก เพราะเห็นกันจะจะผ่านกระจกเลยว่าจอดแล้วผู้โดยสารถึงมาถามว่าค่ารถเท่าไหร่ ผู้ขับตอบเสร็จจึงค่อยๆควานหากระเป๋ามาเปิด ค่อยๆควานหาเงิน ค่อยๆดึงออกมานับจนครบ ค่อยๆจ่าย ค่อยๆลง รถถึงค่อยๆเขยื้อนได้ ไม่รู้ผมโชคร้ายรึเปล่าแต่เวลาจอดรอคนลงรถแท็กซี่ทีไรเป็นเจอเหตุการณ์นี้บ่อยมากๆ มากจนคิดจะทำสติ๊กเกอร์ให้แท็กซี่ดขาติดในรถว่าให้เตรียมเงินให้พร้อมก่อนถึงที่หมายไปแจกนั่นแหละ ก็สมัยนี้แท็กซี่มีมิเตอร์ดูง่ายจะตาย เราจะลงตรงไหนเราก็รู้อยู่แล้ว คะเน เผื่อเงินไว้ก่อนถึงปลายทาง ทำได้ไม่ยากเลย บอกจอดเสร็จก็ส่งเงิน ลงรถได้ทันที ไม่ต้องมารอถาม รอเตรียมกันอีกพักแบบที่ผม(หรือคุณ)เคยเจอกันมา ซึ่งหากทำได้ ผลโดยตรงผมว่าไม่น้อยเลย รถเคลื่อนได้เร็วขึ้น คันละหนึ่งนาทีรวมที่ต่อแถวหลายๆคันก็ช่วยให้ประหยัดการสูญเสียน้ำมันไม่น้อย การรณรงค์นี้ผมมองเลยไปถึงตั้งแต่ก่อนขึ้นรถด้วยซ้ำว่าให้ดูแลกแบงก์ เตรียมเหรียญให้พอก่อนขึ้นจะได้ไม่ต้องเสียเวลาทอน ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนโดยไม่จำเป็น บางท่านอาจมองว่าฉบับนี้ผมเปลี่ยนจาก “คิดใหม่” ไปเป็นคิดหยุมหยิม คิดเล็ก คิดน้อยไปแล้วหรือ ยอมรับครับว่าเป็นเรื่องเล็กในมิติของการเสียหาย แต่ผมว่าเป็นเรื่องใหญ่ในมิติของจิตวิญญาณ ในมุมของวัฒนธรรม มันเท่ากับสะท้อนถึงความไม่วางแผน ไม่เตรียมการณ์ ไม่นึกถึงคนอื่นรอบตัว ไม่คำนึงถึงความสูญเสียโดยไม่จำเป็น สิ่งละอัน พันละน้อยเหล่านี้แหละครับที่จะเป็นรากฐานในการทำงานใหญ่ในอนาคต คุณนึกดูว่าแม้กระทั่งเรื่องส่วนตัวเตรียมง่ายๆยังไม่ทำแล้วเรื่องการลงทุน ทำการค้าใหญ่โตขึ้นมาจะไหวหรือ และนิสัยไม่ดีนี่แหละที่จะติดไปสู่การใช้ชีวิตด้านอื่นๆด้วย รวมถึงอาจติดไปถึงเด็กในบ้านให้เกิดนิสัยไม่เตรียมพร้อม ไม่เกรงใจคนอื่น ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นสังคมจะเป็นเช่นไร กลับกันหากนิสัยเตรียมพร้อม นิสัยขี้เกรงใจถูกปลูกฝังให้เยาวชน ผลดีจะตามมามากมาย โดยเฉพาะในด้านของระเบียบวินัย ความเอื้ออาทร สังคมจะน่าอยู่ขึ้นอีกมาก เล่มนี้ขอบ่นเพียวๆ แต่ใครจะลองสังเกตเวลาติดแท็กซี่จอดส่งผู้โดยสารดูก็ได้ครับ ถ้าเจอปัญหานี้กันเยอะๆ หรือเราจะมาลงขันกันพิมพ์สติกเกอร์แจกกันดี สนใจบอกด้วยนะครับ !

เศษเหรียญ
Search
Popular Posts
Categories
Archives
- พฤษภาคม 2026
- เมษายน 2026
- มีนาคม 2026
- กุมภาพันธ์ 2026
- มกราคม 2026
- ธันวาคม 2025
- พฤศจิกายน 2025
- ตุลาคม 2025
- กันยายน 2025
- สิงหาคม 2025
- กรกฎาคม 2025
- มิถุนายน 2025
- พฤษภาคม 2025
- มีนาคม 2025
- กุมภาพันธ์ 2025
- ธันวาคม 2024
- พฤศจิกายน 2024
- ตุลาคม 2024
- กันยายน 2024
- สิงหาคม 2024
- กรกฎาคม 2024
- มิถุนายน 2024
- พฤษภาคม 2024
- เมษายน 2024
- กุมภาพันธ์ 2024
- มกราคม 2024
- ธันวาคม 2023
- พฤศจิกายน 2023
- ตุลาคม 2023
- กันยายน 2023
- สิงหาคม 2023
- กรกฎาคม 2023
- มิถุนายน 2023
- พฤษภาคม 2023
- เมษายน 2023
- มีนาคม 2023
- มกราคม 2023
- ธันวาคม 2022
- ตุลาคม 2022
- กันยายน 2022
- สิงหาคม 2022
- กรกฎาคม 2022
- มิถุนายน 2022
- พฤษภาคม 2022
- เมษายน 2022
- มีนาคม 2022
- กุมภาพันธ์ 2022
- ธันวาคม 2021
- ตุลาคม 2021
- กันยายน 2021
- สิงหาคม 2021
- กรกฎาคม 2021
- มิถุนายน 2021






ใส่ความเห็น