ใครที่อายุเลยเลข 4 จะคุ้นกับคำนี้ดี เป็นคำเรียกขานผู้ที่มีอาชีพนักร้อง นักแสดง ซึ่งสมัยหนึ่งถือว่าเป็นอาชีพที่ไม่น่าพิสมัย ใครมีลูก มีหลานที่มีแววว่าจะเอาดีด้านนี้พ่อแม่ก็จะห้ามปรามกัน ขณะนั้นอย่าว่าแต่เป็นอาชีพที่ไม่ส่งเสริมกันเลย แม้จะนับเป็นหนึ่งในอาชีพหรือเปล่ายังไม่แน่ใจ ก็เป็นไปตามคำในประโยคนั่นแหละครับ เต้น (เพื่อให้มีอะไร) กิน รำ (เพื่อให้มีอะไร) กิน พูดง่าย ๆ คือเป็นการทำงานที่ไม่แน่นอนผู้หลัก ผู้ใหญ่ถึงมักปรามลูกหลานด้วยความห่วงใยไม่อยากให้ไปเสี่ยงกับความไม่ยั่งยืนเช่นนั้น สู้พยายามเข้ารับราชการให้ได้จะดีกว่า เพราะสมัยนั้นข้าราชการเขาเรียกว่าเป็น เจ้าคน นายคน คนทำมีเกียรติมีแต่คนนับหน้าถือตา รายได้ก็มั่นคง ทั้งยังมีสวัสดิการเผื่อแผ่ไปสู่ครอบครัวด้วย ไม่น่าเชื่อว่าเวลาผ่านไปยังไม่พ้นชั่วอายุคน การณ์กลับตาลปัตรจากเดิมที่เคยเคี่ยวเข็ญให้บุตรหลานเข้ารับราชการให้ได้กลายเป็นทุ่มเทส่งลูกรับหลานไปแข่งร้องเพลงที่มีจัดประกวดกันสารพัดเวที ก็สถานการณ์มันพลิกไปเยอะนี่ครับ เป็นดารา นักร้องอาจไม่ยั่งยืนจริง แต่ลำพังแค่เพียงไม่กี่ปีที่อยู่ใต้สปอตไลต์ก็พอเพียงแล้วกับเม็ดเงินที่จะทำให้สบายไปทั้งชีวิต เหตุมาจากอะไร ก็คงหนีไม่พ้นความเป็นจริงที่สินค้าหรือบริการที่สามารถกระตุ้นสัญชาตญาณดิบ ความรัก ความใคร่ ความโหดร้ายทารุณได้มากก็จะมีคนสนใจหาซื้อมาก เมื่อความต้องการสูงราคาก็ได้ดี ผู้ที่เกี่ยวข้องจึงมีรายได้งดงามตาม เพราะต้องยอมรับกันว่างานบันเทิงนี้จำนวนมากออกมาเพื่อรับใช้กิเลสกันเป็นหลัก ตัวอย่างใกล้ ๆ ก็อย่างเรื่องเพลงที่วันนี้แปรเปลี่ยนไปตามสัญชาติญาณดิบนี้มากเหลือเกิน จากเพลงไทยเดิม เพลงลูกทุ่ง เพลงพื้นถิ่นที่มีช่วงจังหวะทำนองอ่อนช้อย เรื่อย ๆ สบาย ๆ ตามวิถีชีวิตอันอุดมสมบูรณ์ของชาติเรา กลายมาเป็นเพลงที่เร่าร้อน รุนแรงทั้งจังหวะและเนื้อเพลง ที่สำคัญคือตัวนักร้องเองที่ขอให้ได้อวด ได้โชว์ของที่ไม่ควรอวด ไม่ควรโชว์ ขณะที่ของควรโชว์อย่างเสียงกลับกลายเป็นเรื่องรองไป น่าตกใจใช่ไหมครับ หากตกใจและกังวลเราก็ควรมาช่วยกัน ไม่ต้องช่วยถึงขนาดไปเรียนเรื่องทฤษฏีดนตรีหรอกครับ เพราะวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือช่วยกันฟังเพลงที่ควรฟัง เพลงดีมีคนฟังคนทำก็มีกำลังใจ ไม่ต้องนำความสามารถตนไปรับใช้กิเลสด้วยการทำเพลงที่ทำร้ายจิตวิญญาณกันอีก ซึ่งเพลงที่อยากจะเสนอไว้ก็คือประเภท เพลงไทยเดิม เพลงท้องถิ่น หรือหากออกสากลหน่อยก็เพลงคลาสสิกครับ ดนตรีกลุ่มนี้แท้จริงแล้วไม่เพียงเป็นแค่ความบันเทิงทางหู แต่เป็นเสมือนบันทึกทางประวัติศาสตร์ฉบับหนึ่งเลยทีเดียว อย่างเวลาฟังดนตรีคลาสสิกก็ได้ศึกษาถึงประวัติกันว่าเบอร์นี้แต่งขึ้นปีไหน ที่ไหน เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์่ช่วงนั้นเป็นอย่างไร คนแต่งต้องการจะสื่ออะไรออกมาผ่านตัวโน้ตอันอลังการนั้น เมื่อรู้ที่มาแล้วเวลาฟังช่วงที่เครื่องดนตรีทุกชิ้นโหมกระหน่ำ หรือช่วงที่มีเพียงไวโอลินเล่นทอดอ้อยอิ่ง ภาพบรรยากาศนั้นจะปรากฏในมโนสำนึก การฟังนั้นจึงเหมือนการย้อนอดีตกลับไปท่องดินแดนแห่งประวัติศาสตร์อย่างแสนจะสุนทรีย์ นี่เองที่ทำให้กลุ่มคนที่ฟังเพลงคลาสสิกติดกันงอมแงม ยอมจ่ายเงินแพง ๆ เพื่อเข้าฟังกัน สมัยก่อนนั้นยามมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นในสังคม งานเพลงเป็นสื่อหนึ่งที่ถูกใช้บันทึกประวัติศาสตร์อย่างนั้นแยบคายและแยบยล ตัวอย่างใกล้ตัวชัด ๆ ก็เช่นเพลง “ผู้ใหญ่ลี” ที่เด็กรุ่นใหม่ฟังแล้วก็หัวร่อกันร่ากับอารมณ์ขันซึ่งนั่นเป็นวิถีของคนรุ่นก่อนที่มองชีวิตอย่างเข้าใจและปล่อยวาง แต่คนที่อยู่ในสมัยนั้นฟังแล้วอยากจะร้องให้ เพราะปี 2504 นั้นเป็นปีที่ประเทศไทยต้องการกู้เงินมาเปลี่ยนประเทศจากเกษตรกรรมเป็นอุตสาหกรรมเลยต้องมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 1 ขึ้น (ฉบับนั้นไม่ได้สนใจสังคมที่มาเติมเป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในฉบับต่อไป) และเมื่อผู้ใหญ่ลีได้คำสั่งจากเบื้องบนลงมาก็เลยตีกลองประชุม ชาวบ้านก็มาชุมนุม มาประชุมที่บ้านผู้ใหญ่ลี และต่อจากนั้นผู้ใหญ่ลีก็บอกกล่าวถึงเรื่องราวที่ได้ประชุมมาว่าทางการเขาสั่งมาว่า ให้ชาวนา (คนปลูกข้าว)ไปเลี้ยงเป็ดและสุกรแทน สุดท้ายนโยบายจากบนลงล่างผ่านคนกลางที่ก็ไม่เข้าใจคำสั่งอย่างผู้ใหญ่ลีก็ถ่ายทอดไปสู่ชาวบ้านว่าสุกรนั้นไซร้ก็คือหมาน้อยธรรมดา ให้คนฟังรุ่นหลังหัวเราะลั่น แต่คนฟังร่วมสมัยได้ยินแล้วสะเทือนใจกับสิ่งที่ทำให้สังคมไทยเป็นไปเช่นทุกวันนี้ ผมไม่รู้ว่านักแต่งเพลงชาติอื่นจะเก่งแค่ไหนแต่จะว่าชาตินิยมก็ยอมล่ะ ผมไม่คิดว่ามีนักแต่งเพลงชาติใดสามารถเก็บบันทึกประวัติศาสตร์ผ่านเพลงได้แนบเนียนเท่าผู้ใหญ่ลีอีกแล้ว มาเถิดครับ มาช่วยกันฟังเพลงที่เกื้อหนุนจิตวิญญาณให้สูงขึ้น หรืออย่างน้อยก็ฟังแล้วได้ข้อคิด ได้อนุรักษ์มรดกดี ๆ ของเราให้ลูกหลาน ลดละเพลงที่กระตุ้นเร้าสัญชาตญาณดิบให้ลุกโพลงจนขยายออกเป็นกายกรรมไปสร้างความเดือดร้อนทั้งต่อตนเองและสังคม เดี๋ยวนี้เขามักนิยมใช้วลีอย่าง You are what you think หรือ You are what you eat บทนี้เลยต้องขอเติมไปด้วยว่า You are what you listen คุณเป็นดั่งเพลงที่คุณฟังนั่นแหละครับ !

เต้นกิน รำกิน
Search
Popular Posts
Categories
Archives
- พฤษภาคม 2026
- เมษายน 2026
- มีนาคม 2026
- กุมภาพันธ์ 2026
- มกราคม 2026
- ธันวาคม 2025
- พฤศจิกายน 2025
- ตุลาคม 2025
- กันยายน 2025
- สิงหาคม 2025
- กรกฎาคม 2025
- มิถุนายน 2025
- พฤษภาคม 2025
- มีนาคม 2025
- กุมภาพันธ์ 2025
- ธันวาคม 2024
- พฤศจิกายน 2024
- ตุลาคม 2024
- กันยายน 2024
- สิงหาคม 2024
- กรกฎาคม 2024
- มิถุนายน 2024
- พฤษภาคม 2024
- เมษายน 2024
- กุมภาพันธ์ 2024
- มกราคม 2024
- ธันวาคม 2023
- พฤศจิกายน 2023
- ตุลาคม 2023
- กันยายน 2023
- สิงหาคม 2023
- กรกฎาคม 2023
- มิถุนายน 2023
- พฤษภาคม 2023
- เมษายน 2023
- มีนาคม 2023
- มกราคม 2023
- ธันวาคม 2022
- ตุลาคม 2022
- กันยายน 2022
- สิงหาคม 2022
- กรกฎาคม 2022
- มิถุนายน 2022
- พฤษภาคม 2022
- เมษายน 2022
- มีนาคม 2022
- กุมภาพันธ์ 2022
- ธันวาคม 2021
- ตุลาคม 2021
- กันยายน 2021
- สิงหาคม 2021
- กรกฎาคม 2021
- มิถุนายน 2021






ใส่ความเห็น