ศิลป์ของความสัมพันธ์

สรุปการเรียนรู้จาก ดร.ใหม่ Exclusive 3-day Masterclass in “Compassionate Systems Leadership” with Peter Senge and Gustav Böll ตอนที่ 12

ตอนพิเศษนี้ถ่ายทอดช่วงเวลาสำคัญจากการเดินทางสู่ศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ระดับโลกในคลาสสำหรับผู้นำอย่าง Masterclass with Peter Senge และ IDG Summit 2025 ที่ประเทศสวีเดน ซึ่งไม่ใช่เพียงการเข้าร่วมงานประชุม แต่คือการ “สัมผัสแนวคิดต้นธารของการเปลี่ยนแปลงภายใน” ที่หลอมรวมศาสตร์แห่งระบบคิด จิตวิญญาณ และวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน เพื่อจุดประกายให้ผู้นำยุคใหม่เข้าใจความหมายของคำว่า Inner Development อย่างลึกซึ้ง

.
.

จากภาษาคิดเชิงระบบสู่ศิลป์ของความสัมพันธ์เปิดเลนส์จากด้านใน สู่ระนาบร่วมที่เราหายใจอยู่ด้วยกัน

ตอนก่อนหน้าผมพาทุกท่านไปรู้จัก “แบบแผนซ้ำ” ที่เกิดขึ้นในโลกด้วยภาษาเชิงระบบที่มักเกิดขึ้นอย่าง Shifting the Burden เพื่อให้รู้เท่าทันระวังทางลัดที่ทำให้หลงทางและได้ทดลองวินัยเล็ก ๆ รายวันเพื่อขยับน้ำหนักกลับสู่การ “แก้ที่ราก” พร้อมกันนั้น เราได้วาง “วิสัยทัศน์” ไว้ข้างใน เหมือนถือทิศชัด ๆ แล้วปล่อยให้วิธีเดินเกิดขึ้นระหว่างทาง บทความตอนนี้จะค่อย ๆ หมุนเลนส์จากภายในตัวไปสู่พื้นที่ร่วม โลกของความสัมพันธ์ การร่วมมือ และสนามทางสังคม

.

.

แผนที่สามระนาบ
Inner – Relational – Outer

เมื่อเริ่มทำงานในรูปแบบปัจจุบันเมื่อราวสิบปีก่อน เราเคยใช้การแบ่งสามระนาบ Inner (ภายใน/การพัฒนาตน) Relational (พื้นที่สัมพันธ์ระหว่างเรา) และ Outer/Other (ระบบใหญ่ที่โอบเราอยู่) เพื่อช่วยจัดวาง “สนามการฝึก”

ในบทก่อน ๆ เราทำงานฝั่งข้างในกันอย่างเข้มข้น ทั้งกาย ลมหายใจ ความตั้งใจ และวิสัยทัศน์ จากนี้เราจะค่อย ๆ ขยับสู่ภายนอกโดยผ่านประตู “ความสัมพันธ์” เพราะในความจริง ระนาบสัมพันธ์ซ่อนอยู่ทั้งในและนอกเสมอ ทุกความเปลี่ยนแปลงในตัว ส่งเสียงสะท้อนในระหว่างเรา และทุกแรงคลื่นในระหว่างเรา ย่อมแกว่งตัวเราไปพร้อมกัน

เพื่อก้าวจากตัวฉัน สู่ “ตัวเรา” อย่างเป็นรูปธรรม เราจะใช้โมเดล Four-Player Model ของ David Kantor ไม่ใช่เพื่อแปะป้ายตัวตน แต่เพื่อมองให้ออกว่าในช่วงขณะหนึ่ง เรากำลังทำกริยาแบบไหนในสนามของกลุ่ม แล้วกริยานั้นหนุน–ต้าน–เปิด–สะท้อนอย่างไรต่อทั้งวง

.
.

Four-Player Model
ใช้กริยาแทน “ตรา” เพื่อขยับอิริยาบถของวงสนทนา

หลักสำคัญคือ การเน้นว่าสิ่งนี้เป็นกริยา (Move, Oppose, Follow, Observe) ไม่ใช่ “คำนาม” (Mover, Opposer, Follower, Observer) เพื่อกันการตีตรา และย้ำว่าทุกคนทำได้ทุกกริยาขึ้นอยู่กับบริบท ช่วงเวลา

.

Move — ขยับ เสนอทิศ

กริยาที่ริเริ่ม เปิดทาง … เอาล่ะ เริ่มแบบนี้ดีไหม เราลองทำ

ด้านงามคือทำให้วงไปข้างหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ด้านเงาคือเมื่อ Move กลายเป็นเอาแต่ของฉัน วงจะกระจัดกระจายไปคนละทิศ หรือถูกลากไปด้วยความดึงดัน

.

Oppose — ทวน ทักท้วง กลั่นกรอง
�กริยาที่วางเบรกอย่างมีเหตุผล คัดกรองความเสี่ยง เพิ่มคุณภาพการตัดสินใจ ช่วยให้ความคิดดิบไม่ทะเล่อทะล่าไปสู่งานจริง

ด้านเงาคือเมื่อ Oppose กลายเป็นค้านทุกอย่าง วงจะฟีบ พลังสร้างสรรค์หด และคนริเริ่มหมดใจก้าวต่อ

.

Follow — รับ ร่วม ส่งกำลัง
�กริยาที่แปลงความคิดเป็นการร่วมมือ ด้วยการเอ่ย “โอเค ไปด้วยกัน” อาจ Follow ข้อเสนอ (Move) หรือ Follow การทักท้วงที่มีเหตุผล (Oppose) ก็ได้

ด้านเงาคือเมื่อ Follow กลายเป็นตามแบบไร้ไตร่ตรอง วงเสี่ยงถูกนำไปผิดทาง

.

Observe — ส่อง สรุป สะท้อน�
กริยาที่ถอยครึ่งก้าวเพื่อเห็นทั้งวง เห็นรูปแบบซ้ำ เห็นสิ่งไม่ได้พูด แล้วสะท้อนอย่างละมุน กลับสู่กลุ่ม

ด้านเงาคือเมื่อ Observe กลายเป็นหลบที่แท้คือ ไม่ยอมร่วมมือภายใต้ข้ออ้างการสังเกต

.

ภาพรวมทั้งสี่กริยาคล้าย “ระบบภูมิคุ้มกันของวงสนทนา” ที่ต้องมีครบเพื่อให้วงเคลื่อนไปอย่างสมดุล

ขาด Move วงนิ่ง
ขาด Oppose วงพุ่งชน
ขาด Follow วงไร้แรงคน
ขาด Observe วงตาบอดต่อแบบแผนของตัวเอง

.
.

เมื่อ ‘เห็น’ ตัวเองว่าในสถานการณ์ใด บริบทใด เรามักมีกริยาอะไร ก็เพื่อให้เรารู้เท่าทันตน และจัดการวงสนทนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่หลงไปในบทบาท ไม่ยึดติดในความเคยชิน และทำให้สนามเปี่ยมด้วยพลังงานด้านบวก

หลังจากนั้น เบรกสุดท้ายของเช้าวันที่สอง Peter และ Gustav ชวนผู้เข้าร่วมคลาสทุกคนเข้าสู่แบบฝึกถัดไป โดยเริ่มจากการกล่าวถึงแนวทางการทำให้ความรู้เชิงภาวนาเป็นโลกวิสัย (secularized) ซึ่งแนวทางนี้จะยืนยันความชอบธรรมของประสบการณ์ตรง (legitimacy of direct experience) ก่อนการตีความ ก่อนอธิบาย และ เพื่อชวนให้เราสำรวจ “ขั้นบันไดชั้นล่าง” ของประสบการณ์ สิ่งที่ตาเห็น หูได้ยิน กายในรู้สึก ใจรับรู้อยู่จริง

มีวิธีการที่เรียกว่า Micro-phenomenological Inquiry เป็นการไต่ถามประสบการณ์อย่างละเอียดระดับจุลภาค เพื่อปลุกคืนชั่วขณะเฉพาะเจาะจงให้กลับมาอยู่ “ตรงนี้ เดี๋ยวนี้” ใหม่อีกครั้ง โดยยึดโยงกับประสาทสัมผัสและความรู้สึกกายอย่างเคร่งครัด ข้อเท็จจริงเชิงปฏิบัติคือ วิธีฉบับเต็มใช้เวลามาก บางครั้งเหตุการณ์ 1 นาที ใช้ไต่ถามได้นานหลายชั่วโมง เพราะใน 1 นาทีมีชั้นข้อมูลจำนวนมหาศาล ทั้งเสียง กลิ่น แสง น้ำหนักในอก การสั่นไหวของท้อง ความอุ่นเย็นของอากาศ กระแสของความปลอดภัยไม่ปลอดภัย ฯลฯ
เพื่อให้เหมาะกับสนามเรียนรู้ร่วม Peter จึงใช้ฉบับย่อยที่คงหัวใจของวิธีไว้ครบ แต่ย่นย่อให้ทำได้จริงในห้องเรียน เรียกว่า Evocation Exercise ประสบการณ์เชิงสัมพันธ์ที่ก่อเกิด (generative social field)

.
.

Evocation Exercise
ระลึกชั่วขณะก่อเกิด
ให้ประสบการณ์กลับมามีชีวิตต่อหน้าเรา

โจทย์การฝึก ให้เลือก “ช่วงเวลา” ที่สั้นมาก ใกล้ 1 นาทีที่เคยอยู่ใน generative social field (สนามทางสังคมเชิงก่อเกิด) เช่น เหตุการณ์เล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันที่รู้สึก “ได้เป็นตัวเองเต็มที่” และ “ถูกอุ้มชูด้วยกันและกัน”

รูปแบบการฝึก ผู้เข้าร่วมคลาสต้องทำงานเป็นกลุ่มสามคน หมุนบทบาทครบทุกคน

Interviewee (ผู้เล่า)

เล่า “ขณะนั้น” แบบปัจจุบันกาล บุรุษที่หนึ่ง
ฉันเห็น…
ฉันได้ยิน…
ฉันรู้สึก…

.

Interviewer (ผู้ไต่ถาม)

ถามแบบโสเครติค เจาะประสาทสัมผัส รายละเอียด
แล้วได้ยินอะไรอีก
แสงเป็นอย่างไร
ท่าทางกายตอนนั้นล่ะ
จังหวะหายใจเร็ว ช้าขนาดไหน
ตอนนั้นฟีลด์ของกลุ่มให้ความรู้สึกอย่างไร

.

Observer (ผู้สังเกต)
ฟังเชิงโครงสร้างของประสบการณ์ แล้วสะท้อนกลับ

.

หลังการฝึกนี้ ประสบการณ์ร่วมหลายข้อสรุปเสียงเดียวกันว่า ถ้าเรานั่งคุยถึงเรื่องนั้นเฉย ๆ ความลึกหายไปเหมือนคุยเรื่องดนตรีโดยไม่มีเสียงดนตรี แต่เมื่อ “พาเหตุการณ์นั้นกลับมาอยู่ตรงหน้า ความงามของชั่วขณะก่อเกิดกลับชัด เสียงลมหายใจของวงทั้งวงนิ่งขึ้น ความไว้วางใจขยับขึ้นอย่างมีนัยยะ สิ่งนี้ “แอบเกิด” (sneaky) ได้เสมอ หากเราจัดสภาพที่ปลอดภัยพอสำหรับความจริงใจแล้วปล่อยให้มันค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาเอง

.

ครูผู้เป็นแรงบันดาลใจคนหนึ่งเคยตั้งความปรารถนาง่าย ๆ แต่ยิ่งใหญ่มากว่า … “อยากมีวันหนึ่ง ที่รู้สึกตัวกับลมหายใจทุกลมหายใจ”

แล้วบอกอย่างซื่อตรงว่า ยังไม่เคยทำได้เลย ความซื่อเช่นนี้ทำให้เห็นความเป็นมนุษย์ในแบบที่ทั้งเปราะบางและสง่างามพร้อมกัน ดินแดนของประสบการณ์มนุษย์เป็นพื้นที่ละเอียดอ่อน (delicate territory) ยิ่งรีบจำแนก ติดป้าย เรากลับยิ่งห่างจากมัน

.
.

เชื่อมกลับสู่ Four-Player Model
ใช้กริยาให้ครบวง และรู้เมื่อไรควรถอยครึ่งก้าว

เมื่อถือแว่นไมโคร–ปรากฏการณ์วิทยาไว้ในมือ การใช้ Four-Player Model จะละเอียดขึ้นโดยอัตโนมัติ

Move แล้วสังเกตสนาม เมื่อไรความเร็วเกินพอดี เมื่อไรคนในวงเริ่มหายใจตื้น�
Oppose แล้วถามตัวเอง ฉันกำลังคัดกรองเพื่อคุณภาพ หรือกำลังแสดงตัวตน

Follow แล้วตรวจความสอดคล้องภายใน ฉันตามด้วยความเข้าใจจริงหรือเพื่อเลี่ยงความอึดอัด

Observe แล้วกล้าก้าวกลับเข้าวงทำงาน ไม่ใช่ยืนอยู่นอกวงไปเรื่อย ๆ

.

เราจะร่วมสร้างโลกที่ดีขึ้นได้
ก็ต่อเมื่อเราหายใจอยู่ในจังหวะเดียวกัน

ศิลป์ของความสัมพันธ์จึงไม่ใช่เทคนิค
แต่คือการฝึกใจให้ “อยู่ร่วม” อย่างรู้ตัว

ในสนามเดียวกัน ที่เราทุกคนต่างเป็นทั้งครูและศิษย์ของกันและกัน

.
.

🔜 ติดตามบทความสรุปการเรียนรู้ฉบับต่อไป รวมถึงบทความพิเศษ “การถอดบทเรียนและการนำไปประยุกต์ใช้ในองค์กร” ได้ที่เพจเร็ว ๆ นี้

+++++++++

เวทีจริงสำหรับผู้นำที่ไม่อยากตกขบวนธุรกิจแห่งอนาคต!!

นี่ไม่ใช่คอร์สที่เล่าเรื่อง ESG แบบทฤษฎีแต่คือ สนามปฏิบัติการ 2 วัน 1 คืน ที่จะเปลี่ยนมุมมอง ESG ของคุณให้เป็นอาวุธลับในการชิงความได้เปรียบทางธุรกิจ

intensive ESG
จะวางกลยุทธ์ ESG ของปีหน้าได้อย่างไร หากไม่รู้วิธี

🚨 ESG Strategy
6 ขั้นตอนจากเริ่มสู่แผนปฎิบัติการความยั่งยืน
หลักสูตรที่ได้รับรองเป็นการพัฒนาทักษะสูงจากสอวช.

ลดหย่อนภาษีได้ 250% !!

👉https://www.facebook.com/share/p/17UBD1u4Fs/

แอดไลน์ @dr.veeranut
โทรด่วน: 099-289-3645

+++++++++

บริการที่ปรึกษา และการออกแบบกลยุทธ์ ESG

ที่ปรึกษาธุรกิจด้านความยั่งยืน ESG SDGs BCG

+++++++++

ESG vs CSR แฝดคนละฝา
🔗 https://www.facebook.com/share/p/16BmPCGMJ4/

อย่าให้ Green / CSR มาหลอกคุณ
🔗 https://www.facebook.com/share/p/19imKXYvnF/

indset สำคัญกว่าโมเดล
ทำ ESG ต้องเริ่มจากเรา ไม่ใช่เริ่มจากรายงาน
🔗 https://www.facebook.com/share/p/14KaurYSRfA/

ESG ไม่ใช่ CSR 2.0
แต่คือ DNA ของธุรกิจอนาคต
🔗 https://www.facebook.com/share/p/17Pqu66dzs/

.
.

ดร.วีรณัฐ โรจนประภา (ดร.ใหม่)*
ที่ปรึกษาธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญกลยุทธ์ ESG SDGs

Success isn’t found; it’s designed and built.
TLMS – Creating Strategies for Growth

*เครดิตวิทยากร
* GRI Certified Sustainability Professional, Global Reporting Initiative
* Sustainable Business Strategy Harvard Business School Online
* ESG Impact: Investor Perspective Wharton University
* Carbon Investment: Bernard Consulting
* Sustainability Strategy Demystified Sasin Graduate Institute of Business Administration
* Digital Business Strategy: Harnessing Our Digital Future MIT Sloan
* Blockchain Technologies: Business Innovation and Application MIT Sloan
* Beyond Smart Cities: Emerging Design and Technology MIT MEDIA LAB
* Integrating the SDGs into Sustainability Reporting, the GRI Academy
* Reporting on Human Rights with the GRI Standards, the GRI Academy
* Reporting with the GRI standards, the GRI Academy
* Waste Management Impact Reporting, the GRI Academy
* Reporting on the Impact of Occupational Health and Safety, the GRI Academy
* The founder and director of the SustaInnovation Leadership program and the SustaInnovation in Action program
* ผู้ก่อตั้ง IDGs Bangkok Community Hub
* ผู้เขียนหนังสือ Buddhist IDGs
* ได้รับการยกย่องเป็นนักบริหารผู้สร้างสรรค์ของประเทศ โดยกรมสุภาพจิต
* A creator of world-class Awareness exhibition showcased by over 100+ media outlets from more than 40+ countries
* นักเขียน เจ้าของผลงานการเขียนหนังสือ 10+ เล่ม 1,000+ บทความ และบรรณาธิการระดับประเทศ
* วิทยากรด้านความยั่งยืนเวทีนานาชาติ และบรรยายให้กับองค์กร บริษัท มหาวิทยาลัย หน่วยงานราชการระดับประเทศ 100+
* นักสื่อสารด้านความยั่งยืน และการพัฒนาจากภายในคนแรกของประเทศไทย ที่ออกรายการเจาะใจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *