Creative Economy

        วันนี้ขอใช้ชื่อตอนเป็นภาษาต่างชาติ ไม่ใช่กะแดะอะไรหรอกครับ แต่เพื่อให้ได้อารมณ์วิชาการเสียหน่อย เพราะตอนนี้ผมกำลังจะพูดถึงแนวทางการพัฒนาประเทศที่รัฐบาลชุดก่อนท่านปูพื้นไว้ว่าสังคมโลกเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ Creative Economy การพัฒนาภายในประเทศเราจึงควรดำเนินไปตามนั้น จะมาพึ่งเศรษฐกิจแบบต้นทุนต่ำ ค่าแรงถูก ใช้ราคาเป็นจุดขายแบบอดีตไม่ได้แล้ว ต้องมาเน้น “ความคิดสร้างสรรค์” ที่จะใส่ลงไปในสินค้าหรือบริการที่จำหน่าย ไม่เพียงสามารถทำให้เพิ่มมูลค่าได้มากขึ้น ยังเป็นจุดแข็งที่ทำให้เราเหนือคู่แข่ง หรือต่างจากคู่แข่ง         นำมาพูดไม่ได้ขัดแย้ง หรือไม่เห็นด้วยหรอกครับ ผมเชื่อตามรัฐเขาว่า และที่สำคัญโดยส่วนตัวผมก็เชื่อว่าศักยภาพของคนไทยนั้นไม่มีทางแพ้ชาติใดในโลก เรามีความคิด เรามีจินตนาการ เรามีความบูรณาการอยู่ครบถ้วน ดูง่ายๆแค่เรื่องภาษาเราก็สามารถสร้างภาษาของเราเอง ทั้งยังเป็นภาษาที่มีระดับ มีเสียงดนตรี มีความสร้างสรรค์ จินตนาการ ยอกย้อน ซ่อนนัยอยู่ตลอด ชนิดหาภาษาไหนในโลกจะมีลูกเล่นเท่านั้นยาก         หรือจะเอาเรื่องทางวิชาการจ๋า ทางการคำนวณ เทคโนโลยี เราก็มีเด็กที่ชนะเลิศการแข่งขันวิชาการระดับโลกมากมายหลายคน มีนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกมีผลงานเป็นที่ประจักษ์อยู่ไม่น้อย เรียกว่าจะเอาด้านไหนคนไทยเราไม่ด้อยกว่าใครครับ         ซึ่งเมื่อรัฐท่านให้แนวมาเช่นนี้ผมถึงว่าเราเดินต่อไม่ยาก แต่ที่อยากจะกระตุกเตือนคือ เดินให้ถููกทาง ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด         วันก่อนได้มีโอกาสไปตลาดน้ำอโยธยา เห็นบรรยากาศเก่า ๆ การใช้ชีวิตเก่า ๆ แม้จะเป็นการแสดง การจำลอง แล้วเกิดความรู้สึกถึง Creative Economy ขึ้นมาทันที มันปิ้งมาเลยว่า วัฒนธรรมอันอ่อนช้อยดีงามของเรานี่แหละ สินค้าสร้างสรรค์ของแท้         ไม่ใช่สินค้าทางวัฒนธรรมนะครับ อันนั้นเป็นเรื่องการท่องเที่ยวที่เราทำได้ค่อนข้างดีอยู่แล้ว แต่ผมหมายถึงการประยุกต์นำเอาสิ่งที่แฝงอยู่ในวิถีชีวิตเดิม ๆ ของเราออกมาพัฒนาต่อยอดนี่แหละจึงเป็นความสร้างสรรค์ที่สุดยอด         คิดใหม่ ฉบับนี้อยากชวนคุณคิดแบบต่อยอด นำของเก่ามาพัฒนาสร้างสรรค์ต่อ นอกจากจะไม่ต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ ที่อาจพลาดจากการยังไม่ได้ผ่านเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ สู้เราเอาที่บรรพบุรุษเราท่านได้กลั่นกรองมาช้านานแล้วว่าใช้ได้ผลมาเป็นทุนตั้งต้นเลย แล้วผนวกเข้ากับแนวคิดใหม่ ๆ เทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น มาปรับให้เข้ากับค่านิยมยุคปัจจุบัน กับวิถีชีวิตที่แปรไป         เราก็จะได้ออกมาเป็นนวัตกรรมที่ไม่เพียงใหม่อย่างเก่า ยังใช้งานได้จริงจะดีกว่า ประหยัดเวลากว่า ที่สำคัญใช้งานได้จริงมากกว่า แถมยังมีคุณค่าเสริมเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมเดิมของเราด้วย         อย่างเช่นการถนอมอาหารด้วยการหลาม เราก็นำมาประยุกต์กับอาหารชนิดอื่น ๆ ให้เกิดเป็นอาหารชนิดใหม่ที่มีคุณภาพ สารอาหารครบ เก็บได้นาน ทานสะดวก เป็นฟาส์ตฟู้ดแบบไทยเรา มูลค่าเพิ่มมาก ต้นทุนไม่สูง มีความต้องการ เข้ากับแนวทาง อนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย         หรืออย่างเรื่องการเดินทางทางน้ำ ทางแม่น้ำลำคลอง เราก็มีวิถีที่เอื้อต่อรูปแบบนี้อยู่แล้ว มีทั้งความสะดวก เหมาะกับพื้นฐานชีวิตมนุษย์ที่อยู่คู่กับน้ำ ต่างชาติเขายังหันมารื้อฟื้น ของเรามีอะไรดี ๆเกี่ยวกับน้ำเยอะเลย นำออกมาปัดฝุ่นพัฒนาต่อ ก็จะได้สินค้าเชิงสร้างสรรค์อีกไม่น้อย         นี่เป็นไอเดียที่ผุดมาเป็นตัวอย่าง ส่วนอย่างอื่น ๆ ไม่ต้องไปค้นคว้าไกลหรอกครับ ลองนำเอาสิ่งใกล้ตัวของเรานี่แหละมาต่อยอด เก่าก็อยู่ ใหม่ก็มา ขายได้ดีมีกำไรด้วย น่าสนุกออก ลองสร้างสรรค์กันดูนะครับ ผมมาจุดเชื้อไว้ให้ครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *