
นิทานบทใหม่ของโลก
IDGs กับการเปลี่ยนแปลงสังคมแบบ Inside-Out
จุดเริ่มต้นของเรื่องเล่าที่เราควรเขียนขึ้นใหม่…
บางที เราอาจกำลังติดอยู่ใน “นิทานเก่า” ที่เราเล่าให้กันฟังซ้ำไปซ้ำมา… นิทานที่ว่าโลกนี้จะดีขึ้นก็ต่อเมื่อมีฮีโร่ ยิ่งใหญ่เข้ามาช่วยแก้ไขทุกอย่าง เราเฝ้ารออัศวินขี่ม้าขาว ไม่ว่าจะเป็นผู้นำประเทศ นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล หรือมหาเศรษฐีใจบุญที่ใช้เงินซื้ออนาคตสีเขียวให้พวกเรา
แต่ระหว่างที่เรารอคนเหล่านั้น โลกก็ร้อนขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกละลายเร็วกว่าที่เด็กนักเรียนจะเรียนคณิตศาสตร์ชั้นประถมจบ ทะเลเพิ่มอุณหภูมิเร็วกว่าเราจะทันปรับเทอร์โมมิเตอร์ในออฟฟิต และความเหลื่อมล้ำทางรายได้เพิ่มสูงกว่าอัตราการเติบโตของ GDP ในหลายประเทศ
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราต้องหยุดฟังนิทานบทเก่า และเริ่มเขียนนิทานบทใหม่ของโลกด้วยตัวเราเอง
และนิทานบทใหม่นี้ไม่ใช่เรื่องของฮีโร่เพียงคนเดียว แต่คือการลุกขึ้นมาสร้างพลังภายในของคนธรรมดา
… เพราะฮีโร่ที่โลกต้องการ อาจไม่ได้อยู่ไกลตัวเราขนาดนั้น
.
นิทานที่เขียนจากภายใน…
คำว่า “พัฒนา” ในศตวรรษที่ 21 ดูเหมือนจะถูกจองจำอยู่กับคำว่า “เศรษฐกิจ” และ “เทคโนโลยี” เราวัดความก้าวหน้าจากตัวเลข GDP ยอดขาย แต่เราไม่เคยถามเลยว่า “หัวใจของคนในสังคมนั้นดีขึ้นหรือไม่” เราไม่เคยวัดระดับความเข้าใจในตัวเองของคนรุ่นใหม่ว่า พวกเขารู้ไหมว่าทำไมต้องตื่นเช้าไปทำงาน เราไม่เคยวัดว่าผู้บริหารองค์กรรู้สึกอย่างไรเมื่อเซ็นสัญญาขยายเหมืองที่อาจทำลายป่าฝนถาวร
เราลืมไปว่า ถ้าไม่เปลี่ยนภายใน โลกภายนอกก็ไม่มีวันเปลี่ยนจริง ๆ
นี่คือจุดเริ่มต้นของแนวคิด Inner Development Goals (IDGs) หรือเป้าหมายการพัฒนาภายใน ที่กลายเป็นความหวังใหม่สำหรับการสร้างความเปลี่ยนแปลงแบบ Inside-Out เพราะถ้าไม่มีคนที่เปลี่ยนตัวเองได้ก่อน เราจะไม่มีทางเปลี่ยนโลกใบนี้ได้เลย ไม่ว่าจะใช้เงินเท่าไหร่ หรือมีเทคโนโลยีล้ำแค่ไหน
.
.
ทำความเข้าใจ IDGs แบบลึกซึ้ง
IDGs ถูกพัฒนาขึ้นในปี 2020 โดย Ekskäret Foundation ร่วมกับ The New Division และองค์กรระดับโลกอีกมากมาย เป็นการต่อยอดจาก SDGs (Sustainable Development Goals) ที่เราคุ้นเคยกันดี แต่ SDGs เน้นเป้าหมายที่ “ภายนอก” เช่น ความยากจน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสิทธิมนุษยชน ในขณะที่ IDGs เน้นการ “พัฒนาคุณลักษณะภายในของมนุษย์” เพื่อให้เราสามารถบรรลุ SDGs ได้อย่างแท้จริง
IDGs ถูกแบ่งออกเป็น 5 หมวดหลัก ซึ่งครอบคลุมทักษะสำคัญ 23 รายการ โดยแต่ละหมวดมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาองค์ประกอบภายในที่แตกต่างกัน ทว่าล้วนสำคัญไม่แพ้กัน เพราะเมื่อนำมารวมกันแล้ว จะกลายเป็นระบบนิเวศภายในที่แข็งแรงและยั่งยืน พร้อมสำหรับการสร้างโลกใหม่ที่ดีขึ้นจากภายในสู่ภายนอก
1. BEING: การพัฒนาความเป็นมนุษย์
หมวดแรกของ IDGs เริ่มต้นด้วย “การเป็น” (Being) ซึ่งว่าด้วยการพัฒนาความสัมพันธ์ภายในของเรากับตัวเอง เพื่อให้เรารู้เท่าทันต่อความคิด อารมณ์ และสภาวะร่างกาย การเข้าใจตัวเองคือกุญแจที่ทำให้เราสามารถอยู่กับปัจจุบันขณะอย่างตั้งใจและมีจุดมุ่งหมาย โดยไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าอย่างอัตโนมัติ นี่คือฐานรากของการมีชีวิตอย่างมีสติ ไม่หลงไปกับความเร่งรีบและความซับซ้อนของโลกปัจจุบัน
คุณลักษณะที่พัฒนาขึ้นในหมวดนี้ ได้แก่
Inner Compass: เข็มทิศภายในที่ช่วยชี้นำทางชีวิต ทำให้เราดำเนินชีวิตโดยมีหลักการ มีเป้าหมายที่ชัดเจน และไม่หลงทางไปกับแรงกดดันจากภายนอก
Integrity and Authenticity: ความซื่อตรงต่อตนเองและการแสดงออกที่แท้จริง เราไม่แสร้งเป็นใครอื่น แต่กล้าที่จะเป็นตัวเอง แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก
Openness and Learning Mindset: การเปิดรับความรู้ใหม่อย่างไม่มีที่สิ้นสุด มองความล้มเหลวเป็นบทเรียน ไม่ใช่ความผิดพลาดที่ต้องหลบหนี
Self-awareness: การรู้จักตัวเอง เข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อน ความรู้สึก และแรงจูงใจของตัวเองในทุกสถานการณ์
Presence: การมีอยู่จริงในขณะปัจจุบัน ไม่ถูกครอบงำด้วยความกังวลในอนาคตหรืออดีต สามารถตั้งมั่นในสถานการณ์และตัดสินใจอย่างมีสติ
.
2. THINKING: ทักษะการคิดเพื่อความเข้าใจโลกที่ซับซ้อน
หมวดที่สองว่าด้วยเรื่องของ “การคิด” (Thinking) ซึ่งหมายถึงการพัฒนาทักษะทางปัญญาเพื่อทำความเข้าใจโลกในฐานะระบบที่เชื่อมโยงซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การคิดเชิงระบบช่วยให้เรามองเห็นองค์รวมและเชื่อมโยงข้อมูลจากมุมมองที่หลากหลาย อันเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการตัดสินใจที่มีวิจารณญาณ
ทักษะสำคัญในหมวดนี้ ได้แก่
Critical Thinking: ความสามารถในการวิเคราะห์ วิพากษ์ข้อมูลและแนวคิดอย่างมีเหตุผล ไม่หลงเชื่อสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าโดยปราศจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง
Complexity Awareness: การตระหนักรู้ถึงความซับซ้อนของระบบและปรากฏการณ์ต่าง ๆ เข้าใจว่าสิ่งต่าง ๆ มีปัจจัยมากมายที่เกี่ยวข้องซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยแนวทางง่าย ๆ
Perspective Skills: ความสามารถในการมองโลกจากหลายมุมมอง เห็นคุณค่าของความแตกต่างในวิธีคิด ความเชื่อ และวัฒนธรรมที่หลากหลาย
Sense-making: การเชื่อมโยงข้อมูลที่ซับซ้อนให้เกิดความเข้าใจที่มีความหมาย มองเห็นภาพใหญ่และตัดสินใจได้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอน
Long-term Orientation and Visioning: การคิดวางแผนในระยะยาว มองเห็นอนาคตที่ยั่งยืนและสร้างวิสัยทัศน์เพื่อการพัฒนา ไม่ยึดติดกับผลประโยชน์ระยะสั้น
.
3. RELATING: การเชื่อมโยงและดูแลผู้อื่น รวมถึงโลกใบนี้
ในหมวดที่สาม “การเชื่อมโยงสัมพันธ์” (Relating) เราจะพูดถึงการพัฒนาความสัมพันธ์กับผู้อื่นและโลกธรรมชาติ การรับรู้ว่าตัวเราเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายชีวิตที่กว้างใหญ่ ไม่ใช่แค่ปัจเจกที่โดดเดี่ยว การเปิดใจรับและเชื่อมต่อกับคนอื่นอย่างแท้จริง จะทำให้เราสร้างระบบสังคมที่ยุติธรรมและยั่งยืนมากขึ้น
ทักษะที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
Appreciation: การเห็นคุณค่าในตัวผู้อื่นและโลกธรรมชาติ ยกย่องความดีและศักยภาพของแต่ละบุคคล
Connectedness: การรู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นคนในสังคมใกล้ตัว หรือมนุษยชาติในภาพรวม รวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ และระบบนิเวศที่เราอาศัยอยู่
Humility: ความอ่อนน้อมถ่อมตน รับรู้ว่าเราไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล และเปิดใจเรียนรู้จากผู้อื่นอยู่เสมอ
Empathy and Compassion: ความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น และลงมือช่วยเหลืออย่างไม่หวังผลตอบแทน เพราะเชื่อในคุณค่าของความกรุณาและเมตตา
.
4. COLLABORATING: การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและเคารพ
หมวดที่สี่ “การทำงานร่วมกัน” (Collaborating) กล่าวถึงทักษะทางสังคมที่จำเป็นต่อการทำงานกับผู้คนที่มีพื้นฐาน ค่านิยม และความเชื่อที่หลากหลาย ความสามารถในการฟัง การรับรู้ความแตกต่าง และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเป็นหัวใจสำคัญของความร่วมมือที่แท้จริง
องค์ประกอบหลักในหมวดนี้ ได้แก่
Communication Skills: ทักษะในการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถถ่ายทอดความคิดและรับฟังผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง
Co-creation Skills: ความสามารถในการออกแบบและพัฒนาวิธีการแก้ปัญหาร่วมกัน โดยเห็นคุณค่าของความคิดที่แตกต่าง
Inclusive Mindset and Intercultural Competence: การเปิดรับและเคารพความแตกต่างทางวัฒนธรรม เชื้อชาติ และเพศ ทำให้การทำงานเป็นทีมมีประสิทธิภาพมากขึ้น
Trust: การสร้างและรักษาความไว้วางใจในทีมและองค์กร เพราะความเชื่อใจเป็นเสาหลักของการทำงานร่วมกัน
Mobilisation Skills: ทักษะในการระดมและจูงใจผู้คนให้มีส่วนร่วมและลงมือทำในสิ่งที่มีความหมายต่อส่วนรวม
.
5. ACTING: การลงมือทำเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง
หมวดสุดท้ายของ IDGs คือ “การลงมือทำ” (Acting) ซึ่งเน้นที่คุณลักษณะส่วนบุคคลที่ช่วยให้เรากล้าท้าทายวิธีคิดและรูปแบบเดิม ๆ พร้อมสร้างสรรค์วิธีแก้ปัญหาใหม่ ๆ เพื่อรับมือกับโลกที่ไม่แน่นอนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว
คุณสมบัติที่พัฒนาขึ้น ได้แก่
Courage: ความกล้าที่จะลงมือทำ แม้เผชิญกับความไม่แน่นอนหรือความกลัวต่อการล้มเหลว
Creativity: การสร้างแนวคิดและวิธีแก้ปัญหาใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ความท้าทายของยุคสมัย
Optimism: การมีทัศนคติบวก เชื่อมั่นในศักยภาพของตนเองและผู้อื่นในการเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น
Perseverance: ความพากเพียร ไม่ยอมแพ้ แม้ต้องเผชิญกับอุปสรรคและปัญหาที่ยากลำบากในระยะยาว
.
.
นิทาน Inside-Out ที่เกิดขึ้นจริง
เราคงไม่อาจพูดถึง “พลังภายใน” ได้โดยไม่ยกตัวอย่างคนและองค์กรที่กล้าเปลี่ยนแปลงจากข้างในก่อน แล้วผลลัพธ์ที่ตามมาคือการเปลี่ยนแปลงระบบทั้งระบบ
นิวซีแลนด์ และ “งบประมาณแห่งความสุข”
ปี 2019 รัฐบาลนิวซีแลนด์ นำโดยนายกรัฐมนตรี Jacinda Ardern ได้เปิดตัว Wellbeing Budget หรือ “งบประมาณเพื่อความสุข” ซึ่งเป็นงบประมาณแห่งชาติที่ตั้งอยู่บนหลักการว่า “GDP ไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของชาติ” แต่เป็นความสุข ความสมดุลในชีวิต และสุขภาวะทางจิตใจของพลเมืองทุกคน นี่คือตัวอย่างของผู้นำที่ใช้ “Inner Development” เป็นเครื่องมือเปลี่ยนประเทศ โดยเริ่มจากการเปลี่ยนวิธีคิดและค่านิยมของรัฐมนตรีและข้าราชการ
ผลลัพธ์ในระยะสั้นอาจไม่ใช่ตัวเลข GDP ที่เติบโตมากที่สุดในโลก แต่ระดับความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อรัฐบาลสูงกว่าประเทศพัฒนาแล้วหลายแห่ง
.
สังคมที่เริ่มจากคน ไม่ใช่นโยบาย
การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงไม่เคยเกิดจากนโยบายเพียงอย่างเดียว แต่มาจาก “คนที่เปลี่ยนความเชื่อ” ก่อน ประเทศฟินแลนด์สร้างระบบการศึกษาอันดับหนึ่งของโลกไม่ใช่เพราะงบประมาณที่สูงกว่าใคร แต่เพราะครูทุกคนถูกคัดเลือกด้วยทักษะภายใน มีความเห็นอกเห็นใจ รู้จักสนับสนุน ไม่เน้นการแข่งขัน แต่เน้นความเข้าใจความแตกต่างของเด็กแต่ละคน
ในรายงาน PISA 2018 ฟินแลนด์มีคะแนนสูงในหมวดความรู้สึกปลอดภัยและสนับสนุนจากครู ซึ่งสะท้อนว่า เด็กนักเรียนไม่เพียงเรียนเก่ง แต่ยังรู้สึกว่า “มีที่ทางในห้องเรียน” ความสำเร็จนี้เริ่มจากการเปลี่ยนคนให้เข้าใจว่า บทบาทครูไม่ใช่แค่ผู้สอน แต่คือ “ผู้พาเด็กเดินทางไปค้นหาตัวเอง”
.
IDGs กับอนาคตของ SDGs
จากงานวิจัย IDG Research Report 2022 พบว่า 80% ขององค์กรที่เข้าร่วมโครงการทดลองใช้โมเดล IDGs ยืนยันว่า องค์กรสามารถดำเนินโครงการ SDGs ได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อเริ่มจากการพัฒนาความเป็นผู้นำภายในก่อน โครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนเกิดขึ้นมากขึ้นในองค์กรที่มีผู้บริหารเข้าใจความสัมพันธ์เชิงระบบมากกว่าองค์กรที่เน้นแค่ทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้บนกระดาษ
.
เราทุกคนคือ “คนเขียนบท” นิทานนี้
หากเราเชื่อว่านิทานบทใหม่ของโลกเป็นเรื่องที่คนอื่นต้องเขียน เราคงรออีก 100 ปี โลกอาจไม่เหลือพื้นที่ให้เราเขียนนิทานอีกต่อไป แต่ถ้าเราเชื่อว่า เราคือผู้เขียนนิทานนี้ด้วยตัวเอง เราจะเห็นว่า IDGs ไม่ใช่แนวคิดที่สูงส่งหรือไกลตัว แต่คือสิ่งที่เราเริ่มได้ทันที
เริ่มจากการฝึกเข้าใจตัวเอง
ฟังคนข้าง ๆ ด้วยใจ ไม่ใช่แค่หู
ลดการตัดสิน เพิ่มการเข้าใจ
เปลี่ยนการทำงานร่วมกันจาก
“การแย่งชิงเครดิต” เป็น “การแบ่งปันความสำเร็จ”
ในนิทานเก่า เราถูกสอนว่าโลกต้องมีคนรวยที่สุดฉลาดที่สุด หรือกล้าหาญที่สุดมาช่วย แต่ในนิทานบทใหม่ โลกจะดีขึ้นเพราะเราทุกคนกล้าที่จะ “เปลี่ยนข้างใน” ก่อนที่จะเรียกร้องให้โลกข้างนอกเปลี่ยนตาม
และนี่ไม่ใช่แค่เรื่องเล่า แต่เป็นเรื่องจริงที่เราเขียนได้ ถ้าเราลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงวันนี้
.







ใส่ความเห็น