Presence


การอยู่กับปัจจุบันคือการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ณ ปัจจุบันขณะ เป็นคุณสมบัติสำคัญต่อความสำเร็จทั้งชีวิตส่วนตัวและหน้าที่การงาน เพราะมันเกี่ยวข้องกับการตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมรอบข้างตัวรวมถึงสิ่งแวดล้อมรอบข้างจิตคือความรู้สึกนึกคิดและอารมณ์ต่าง ๆ ของเราด้วย
ทำให้การอยู่กับปัจจุบันนี้ก่อเกิดความสัมพันธ์ที่มีความหมายกับผู้อื่นเพราะเราได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับประสบการณ์ของเขาอย่างเต็มที่ ที่สำคัญการอยู่กับปัจจุบันนี้ยังทำให้เราสัมผัสกับประสบการณ์ชีวิตได้อย่างเข้าใจยิ่งขึ้น ได้ประโยชน์จากสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ เราจะสามารถชื่นชมความงามของโลกรอบตัวเราได้ดีขึ้น และดื่มด่ำกับประสบการณ์ที่ชีวิตมีให้ ซึ่งสิ่งนี้สามารถนำไปสู่ความรู้สึกปีติและความสมหวังในชีวิตของเรามากขึ้น

และนี่คือ 6 วิธีในการนำเรามาอยู่กับปัจจุบัน
1.ฝึกสติ คือการฝึกให้อยู่กับปัจจุบันอย่างเต็มที่และให้ความสนใจกับความคิดและอารมณ์โดยไม่ตัดสิน การฝึกสติสามารถช่วยให้บุคคลตระหนักถึงความคิดและอารมณ์ของตนเองมากขึ้น
2.ลดสิ่งรบกวนให้เหลือน้อยที่สุด ถ้าเป็นภาษาพุทธจะเรียกว่าการตัดปลิโพธิเพื่อให้มีสติอยู่กับปัจจุบันได้อย่างเต็มที่
3.ใช้ประสาทสัมผัสให้เต็มประสิทธิภาพ เพื่อที่เราจะได้อยู่กับปัจจุบันได้อย่างเต็มที่มากขึ้น ทำเสมือนเราได้สัมผัสประสบการณ์นั้น ๆ เป็นครั้งแรกไม่ว่าจะเป็นการลิ้มรสอาหาร การฟังเสียงเพลง หรือการได้ชมภาพต่าง ๆ
4.ฝึกการฟังอย่างกระตือรือร้น ใส่ใจจดจ่อกับคนที่คุณกำลังพูดด้วยอย่างเต็มที่ และให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดกับคำพูดและสัญญาณทางอวัจนภาษาของพวกเขา สิ่งนี้สามารถช่วยให้คุณมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ดีขึ้น นำมาซึ่งความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
5.พักสมอง การพักเบรกจากการคิดกังวลเรื่องราวต่าง ๆ เสียบ้าง เช่น การออกไปเดินเล่น หรือการทำสมาธิ หรือแค่หายใจเข้าออกลึก ๆ จะช่วยให้เราได้เติมเต็มพลังให้พร้อมกลับไปทำงานหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้อย่างมีแระสิทธิภาพยิ่งขึ้น
6.ตั้งเป้าหมาย การมีเจตนาที่ชัดเจนนั้นจะสามารถช่วยให้เรามีสมาธิในกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำอยู่ได้ดีขึ้นนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

สรุปแล้วการอยู่กับปัจจุบันจะทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เติมเต็มชีวิตของเราให้เต็มขึ้น ก็มาฝึกฝนทักษะนี้เพื่อความสำเร็จกันครับ

Presence

การอยู่กับปัจจุบันคือการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ณ ปัจจุบันขณะ เป็นคุณสมบัติสำคัญต่อความสำเร็จทั้งชีวิตส่วนตัวและหน้าที่การงาน เพราะมันเกี่ยวข้องกับการตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมรอบข้างตัวรวมถึงสิ่งแวดล้อมรอบข้างจิตคือความรู้สึกนึกคิดและอารมณ์ต่าง ๆ ของเราด้วย
ทำให้การอยู่กับปัจจุบันนี้ก่อเกิดความสัมพันธ์ที่มีความหมายกับผู้อื่นเพราะเราได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับประสบการณ์ของเขาอย่างเต็มที่ ที่สำคัญการอยู่กับปัจจุบันนี้ยังทำให้เราสัมผัสกับประสบการณ์ชีวิตได้อย่างเข้าใจยิ่งขึ้น ได้ประโยชน์จากสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ เราจะสามารถชื่นชมความงามของโลกรอบตัวเราได้ดีขึ้น และดื่มด่ำกับประสบการณ์ที่ชีวิตมีให้ ซึ่งสิ่งนี้สามารถนำไปสู่ความรู้สึกปีติและความสมหวังในชีวิตของเรามากขึ้น

และนี่คือ 6 วิธีในการนำเรามาอยู่กับปัจจุบัน
1.ฝึกสติ คือการฝึกให้อยู่กับปัจจุบันอย่างเต็มที่และให้ความสนใจกับความคิดและอารมณ์โดยไม่ตัดสิน การฝึกสติสามารถช่วยให้บุคคลตระหนักถึงความคิดและอารมณ์ของตนเองมากขึ้น
2.ลดสิ่งรบกวนให้เหลือน้อยที่สุด ถ้าเป็นภาษาพุทธจะเรียกว่าการตัดปลิโพธิเพื่อให้มีสติอยู่กับปัจจุบันได้อย่างเต็มที่
3.ใช้ประสาทสัมผัสให้เต็มประสิทธิภาพ เพื่อที่เราจะได้อยู่กับปัจจุบันได้อย่างเต็มที่มากขึ้น ทำเสมือนเราได้สัมผัสประสบการณ์นั้น ๆ เป็นครั้งแรกไม่ว่าจะเป็นการลิ้มรสอาหาร การฟังเสียงเพลง หรือการได้ชมภาพต่าง ๆ
4.ฝึกการฟังอย่างกระตือรือร้น ใส่ใจจดจ่อกับคนที่คุณกำลังพูดด้วยอย่างเต็มที่ และให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดกับคำพูดและสัญญาณทางอวัจนภาษาของพวกเขา สิ่งนี้สามารถช่วยให้คุณมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ดีขึ้น นำมาซึ่งความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
5.พักสมอง การพักเบรกจากการคิดกังวลเรื่องราวต่าง ๆ เสียบ้าง เช่น การออกไปเดินเล่น หรือการทำสมาธิ หรือแค่หายใจเข้าออกลึก ๆ จะช่วยให้เราได้เติมเต็มพลังให้พร้อมกลับไปทำงานหรือทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้อย่างมีแระสิทธิภาพยิ่งขึ้น
6.ตั้งเป้าหมาย การมีเจตนาที่ชัดเจนนั้นจะสามารถช่วยให้เรามีสมาธิในกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำอยู่ได้ดีขึ้นนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

สรุปแล้วการอยู่กับปัจจุบันจะทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เติมเต็มชีวิตของเราให้เต็มขึ้น ก็มาฝึกฝนทักษะนี้เพื่อความสำเร็จกันครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *