การสื่อสาร


        โลกทุกวันนี้อยู่ในยุคข้อมูลข่าวสาร การติดต่อสื่อสารกันกลายเป็นปัจจัยสำคัญทั้งในเรื่่องชีวิตส่วนตัว ชีวิตหน้าที่การงาน ไปจนถึงเรื่องความรัก         ใครที่ครองสื่อใหญ่ในมือกลายเป็นผู้ที่มีอิทธิพลสูงในโลก ไม่เฉพาะเจาะจงว่าจะสื่อใหญ่นั้นจะต้องเป็นสื่อหลักอย่างโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ (ที่นั่นแทบจะกลายเป็นเจ้าพ่อเหนือเจ้าพ่อ เป็นมาเฟีย ชี้นกเป็นไม้ ชี้ไม้เป็นนกกันได้เลย ) เพราะแม้แต่สื่อส่วนบุคคลอย่าง เฟซบุค อินเตอร์เน็ตหากมีฐานคนติดตามมากหน่อยก็แทบจะตั้งตัวเป็นศาสดา หรือสถาบันกันได้แล้วมองเป็นเรื่องปกติก็ปกติครับ เป็นธรรมชาติของโลกที่แปรเปลี่ยนเครื่องมือในการปกครองกันไปตามสมัย หรือตามปัญญาของคนในยุคนั้น ๆ จากปืนผาหน้าไม้คืออำนาจเป็นเงิน เป็นสื่อในยุคนี้แต่เรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่งหากเราต้องการเอาตัวรอดในโลกยุคการสื่อสารนี้ก็คือการทำความเข้าใจกันตั้งแต่เรื่องพื้นฐานอย่างเรื่องของ “ความหมาย” ของคำว่า “สื่อสาร” กันเลย         เราเล่นเกมอะไรหากไม่รู้จักเกมนั้น ไม่ทราบกฏ กติกา หรือแม้แต่มารยาท คิดหรือว่าเราจะสามารถเอาชนะเกมนั้นได้ มีแต่หลับหู หลับตาทอยเต๋า เดินมั่วซั่วจนตกกระดานไปล่ะมากกว่า ถ้าเราจะเป็นผู้ชนะในยุคการสื่อสารก็มารู้จักความหมายของคำ ๆ นี้กันก่อนครับ “การสื่อสาร แปลว่าอะไร ?”         คำตอบที่หลากหลายกันไป แต่สำหรับผม คราวนี้ผมกลับชอบภาษาของฝรั่งตะวันตก ที่เขาเรียกการสื่อสารนี้ว่า Communication ซึ่งมาจากรากศัพท์ของคำว่า Commune ที่แปลว่า “ชุมชน” กับคำว่า –ation ที่แปลว่า “การ” ซึ่งเมื่อรวมกันแล้ว การสื่อสารก็อาจแปลอีกนัยได้ว่า “การชุมชน” แล้วการชุมชนคืออะไร ?         คำตอบ (ที่อยากตอบ) ก็คือการอยู่ร่วมกันอย่างอบอุ่น สมัครสมานสามัคคีและนี่เองทำให้ผมแปลคำว่าการสื่อสารต่างจากคนอื่น ๆ ที่อาจตอบว่าเป็นการพูด การเขียน การแสดงออก ซึ่งนั่นเป็นเพียงเปลือก หรือวิธีการเท่านั้น การสื่อสาร หรือการชุมชนคือการมีปฏิสัมพันธ์กันในหมู่คนเพื่อความสามัคคี อะไรที่มีวัตถุประสงค์ให้เกิดความแตกแยก ไม่ใช่แตกต่างทางความคิด ความเชื่อ หรือการพิสูจน์ความจริงจึงไม่ควรเรียกว่าการสื่อสารแต่อย่างใด แต่ที่น่าสนใจต่อ คือแล้วผู้ที่เรียกตัวเองว่า “สื่อสารมวลชน” “นักการสื่อสาร” หรือผู้ทำงานเกี่ยวการการสื่อสารนี้ได้ทำตามความหมายนี้ไหม สื่อแล้วคนเกิดสามัคคี หรือสื่อแล้วคนแตกแยกกัน ไม่ได้ว่าเรื่องการแบ่งสีทางการเมืองนะครับ พูดถึงการสื่อในทุกเรื่องของชีวิตเลย เราสื่อให้คู่ผัว ตัวเมียเขาคืนดี หรือแอบสะใจที่พูดจนเขาหย่าร้าง เราพูดให้กลมเกลียวกันในที่ทำงาน หรือพูดเพื่อเลื่อยขาเก้าอี้ใคร         เรื่องน่าเศร้าคือการพูดด้านลบนี้กลับทำให้ตนมีความสำคัญ และเป็นที่ติดตามของคนดูมากกว่า จึงมีการตั้งเป้าที่อาจคลาดเคลื่อนไปเน้นด้านปริมาณมากกว่าวัตถุประสงค์ พยายามที่จะสื่อให้คนตามแม้จะต้องหยาบคาย ก้าวร้าว หรือเสียดสีรุนแรงขึ้นด้วยหวังในปริมาณเพื่อการขึ้นมาสู่การเป็นผู้ทรงอิทธิพลของยุคก็เพียงพอแล้ว ซึ่งนั่นเป็นการทำลายจิตวิญญาณของการสื่อสาร เพราะแทนที่จะทำให้สังคมสามัคคี กลับเป็นเกิดความร้าวฉานขึ้น สะท้อนออกเป็นปัญหาสังคมมากมาย แล้วการสื่อสารสังคมเราทุกวันนี้เป็นแบบไหน ลองเปิดทีวีแล้วตอบเองนะครับ !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *