
สรุปการเรียนรู้จาก ดร.ใหม่ Exclusive 3-day Masterclass in “Compassionate Systems Leadership” with Peter Senge and Gustav Böll ตอนที่ 14
ตอนพิเศษนี้ถ่ายทอดช่วงเวลาสำคัญจากการเดินทางสู่ศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ระดับโลกในคลาสสำหรับผู้นำอย่าง Masterclass with Peter Senge และ IDG Summit 2025 ที่ประเทศสวีเดน ซึ่งไม่ใช่เพียงการเข้าร่วมงานประชุม แต่คือการ “สัมผัสแนวคิดต้นธารของการเปลี่ยนแปลงภายใน” ที่หลอมรวมศาสตร์แห่งระบบคิด จิตวิญญาณ และวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน เพื่อจุดประกายให้ผู้นำยุคใหม่เข้าใจความหมายของคำว่า Inner Development อย่างลึกซึ้ง
.
.
จากกริยาของเราในวงสนทนา
สู่ “วงกลมแห่งความเชื่อมโยง”
ในบทก่อนหน้า ผมเล่าถึงบทบาทที่ Peter ได้ชวนผู้ร่วมคลาสทุกคนเฝ้าสังเกตเห็น “กริยา” ที่เรานำเข้าวงสนทนา 4 รูปแบบและได้ซ้อมพาประสบการณ์ตรงในอดีตกลับมาอยู่ตรงหน้า ผ่านการระลึกอย่างละเอียดระดับผัสสะ ในช่วงบ่ายของวันที่สองการเรียนรู้ถูกพาให้ค่อย ๆ กว้างขึ้นอีกชั้น จากการเรียงถ้อยคำอธิบายความคิด ไปสู่การอ่านคุณภาพของสัมพันธ์ที่กำลังก่อร่างอยู่
ณ ขณะเดียวกันนั้นเอง เป้าหมายไม่ใช่แค่เข้าใจด้วยตรรกะ หากคือการเห็น รู้ ขยับความสัมพันธ์ให้เป็นที่พึ่งของกันและกันได้จริง โมเดลที่จะใช้เป็นสะพานคือ “Circle of Connectedness” วงกลมแห่งความเชื่อมโยง วงกลมนี้ช่วยคืนมิติอารมณ์และความสัมพันธ์ให้ปรากฏกลายเป็นภาษาใช้งานได้ในวงงาน วงสังคม และวงชีวิต
.
.
จากวงกลมแห่งความเชื่อมโยง
สู่ “วินัยแห่งการเลือก”
เมื่อภาพ Circle of Connectedness (วงกลมแห่งความเชื่อมโยง) ถูกคลี่ออกจนเห็นเฉดอารมณ์สถานะความสัมพันธ์ที่เราเคลื่อนผ่านอยู่ตลอดเวลา จากการวางใจในปัจจุบัน ความเอื้อเฟื้อ การเข้าใจเชิงความคิด ไปจนถึงความขัดเคืองเชิงเอาอารมณ์ตนเป็นที่ตั้ง และการตัดขาดทางอารมณ์ บทเรียนสำคัญไม่ใช่การอยู่ให้ถูกช่อง หากคือการรู้ทันว่ากำลังติดค้างตรงไหนแล้วค่อย ๆ คลาย พาเนื้อในกลับมาหายใจอย่างเป็นอิสระ บทนี้ต่อยอดจากแผนที่สัมพันธ์เข้าสู่การฝึกสังเกต “จุดที่มักติด” ของแต่ละคน ก่อนจะพาเปลี่ยนสนามไปสู่แก่นอีกด้านของงานพัฒนาในตัวเอง
.
.
ในจุดตั้งต้น Peter ชวนให้มองแผนที่อีกครั้งแล้วถามตัวเองอย่างตรงไปตรงมาว่า “ฉันติดอยู่ช่องไหนในสถานะความสัมพันธ์เป็นพิเศษ” ไม่จำเป็นต้องยอมรับว่าเก่งครบทุกด้าน แค่ซื่อสัตย์กับจุดที่มักพาตัวเองลง “หลุมเดิม” แล้วขึ้นยาก เช่น บางคนพบว่าตนเองไหลลงสู่ภาวะ empathic distress ได้ง่าย เมื่อเจออารมณ์รุนแรงของผู้อื่น ก็จะรีบหาทางทำให้อีกฝ่ายหยุดรู้สึกเพื่อให้ความอึดอัดในตัวเองลดลง ไม่ใช่เพราะไม่หวังดี หากเพราะความจุทางอารมณ์ ณ ขณะนั้นรับไม่ไหว สิ่งสำคัญของช่วงนี้จึงไม่ใช่การแก้ แต่คือการตั้งชื่ออย่างอ่อนโยนว่า “นี่แหละจุดติดของฉัน” แล้วค่อยโยงต่อกับเหตุการณ์จริงที่เพิ่งเกิดขึ้นในชีวิต เพื่อให้ความเข้าใจมีที่ยืนบนประสบการณ์ ไม่ใช่ความคิดลอย ๆ
.
เมื่อมองเห็นจุดติด คำถามชุดถัดไปจะค่อย ๆ ขยายมุมมองอย่างเป็นระบบ… เกิดอะไรขึ้นในกาย ใจ ความคิด ช่วงที่หล่นลงไปตรงนั้น สถานการณ์แบบใดที่มักเป็นชนวน ภายในเรามีเสียงอะไรดังขึ้นบ้าง และสายสัมพันธ์กับตัวเองแปรไปอย่างไร
เช่น หลายคนเพิ่งตระหนักว่าตนไม่ได้ตัดขาดจากคนอื่นเท่านั้น หากยังตัดขาดจากตัวเองด้วย เมื่อรู้สึกเช่นนั้น อาการชาปลายมือ ความตึงคอ ไหล่ที่ยกโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจตื้น คือภาษากายที่ประกาศว่าเราไม่อยู่บ้าน (ณ ขณะ) ของตัวเองแล้ว การใส่ใจสัญญาณเช่นนี้คือทักษะกำกับตน (self-regulation) ในทางจิตวิทยา ที่ช่วยให้เราคลายจากออโตไพลอตและกลับสู่การเลือกอย่างรู้ตัว
.
.
เพื่อตอกย้ำภาพสัมพันธ์กับความคิด Peter พาโยงกลับไปยัง Ladder of Inference ว่าเรามักตีความพฤติกรรมบางอย่างว่า “ตั้งใจทำร้ายฉัน” แล้วผลักตัวเองสู่การตัดขาด เมื่อภายหลังได้ข้อมูลใหม่ว่าฝ่ายนั้นไม่ได้หมายเช่นนั้น ความแข็งกระด้างถึงค่อยคลาย นี่คือพลวัตป้อนกลับ (feedback dynamics) ระหว่างการรับรู้ การตีความ การตอบสนองที่วนเร้าอารมณ์และสัมพันธ์ให้ไกลจากกัน หากไม่รู้ทันขั้นบันไดในหัว เราจะเผลอสร้างเรื่องราวจากเศษข้อมูลน้อยนิด จนความจริงในสถานะความสัมพันธ์สูญหายไปในสมมติฐาน
หลังจากจบการอธิบายทฤษฎี ในคลาส Peter ชวนให้ผู้เข้าร่วมคลาสออกจับคู่คุยด้วยคำถามเรียบง่ายว่า ฉัน (มัก) ติดอยู่ตรงไหน เกิดอะไรขึ้นในกายใจ มีความคิดอะไรผุดขึ้นมา ชนวนมักเป็นเหตุการณ์แบบใด และเมื่อโยงกับ Ladder of Inference ฉันก้าวข้ามขั้นไหนเร็วเกินไป
.
ตัวอย่างเช่น เวลางานค้างท่วมหัวฉันจะเข้าสู่โหมดตัดขาดโดยไม่รู้ตัว อาการทางกายกลายเป็นเสียงห้วนสั้น หายใจเร็ว และเหมือนคนละคน
หรือ ฉันสั่งให้คนเข้มแข็ง เพราะฉันทนเห็นน้ำตาไม่ได้ การเห็นช่องโหว่ของตนเองมิใช่เพื่อกล่าวโทษ หากเพื่อออกแบบวิธีอยู่กับมันโดยไม่ทำร้ายใคร
.
.
เมื่อทุกคนกลับเข้าห้อง Peter พาทุกคนกลับไปยังบทเรียนแกนกลางของวันก่อนหน้า และย้ำว่าจุดต่างระหว่าง “อยากได้ (Want)” กับ “เลือก (Chose)” นั้นละเอียดลึกในนิยาม
อยากได้คือแรงปรารถนา เลือกคือการมอบอำนาจให้ปรารถนานั้น ด้วยสติ กาย และเวลาที่พร้อมจ่าย กลายเป็นรูปธรรม วินาทีที่เลือก เราจึงเริ่มเปลี่ยนแปลงความจริง ไม่ใช่เพียงความคิด
.
.
แบบฝึกแรกถูกพาให้กลับไปยัง “บัญชีภาพปรารถนา” ที่ทุกคนบันทึกไว้วันก่อน (อ่านได้ในบทความก่อน ๆ) เวิร์กชอปนั้นไม่ใช่เพียงรายการความฝันในกระดาษ แต่คือภาพอยากเห็นในมิติชีวิต สุขภาพและความผาสุก ความสัมพันธ์ และงานในความหมายเชิงกว้างว่า “ฉันอยู่ที่นี่ (เกิดมา) เพื่อทำอะไร”
วันนี้ไม่ได้ให้แค่ทบทวน แต่ Peter ให้ขยายและทำให้ชัดผ่านการทำงานเป็นคู่ ครั้งละคน สลับบทบาทผู้ฟังผู้ถาม เสียงของคู่ฝึกไม่ใช่คำแนะนำ หากเป็นเข็มทิศถามชัด ๆ ให้ภาพคมขึ้น เช่น ถ้าภาพนี้เกิดขึ้นจริง เช้านั้นคุณตื่นขึ้นมารู้สึกอย่างไร ในห้องนั้นมีแสงแบบไหน เสียงแบบไหน กลิ่นแบบไหน ใครได้ประโยชน์จากภาพนี้นอกจากคุณ
การพาภาพปรารถนาลงสู่ระดับผัสสะคือการ “ลงดิน” ให้สมองไม่หนีไปคอนเซ็ปต์อีก และให้กายเริ่มเชื่อว่ามัน ‘จับต้องได้’
.
.
เมื่อ Visualize ความปรถนาจนสมองเชื่อ ไม่ใช่แค่คิดแล้ว แบบฝึกถัดมาว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับวินัยการเลือก โดยชวนให้ทุกคนย้อนมองชีวิตที่กางออกมาเป็นเส้นทางของการเลือกมากมาย แต่เราแทบไม่เคยมอง “การเลือก” จะว่าไปนั้นเป็นทักษะที่ฝึกได้ บทเรียนจึงให้ลองยืนอยู่ริมรอยต่อบางมากระหว่าง “อยาก” กับ “เลือก” แล้วข้ามเส้นอย่างรู้ตัว เพื่อสังเกตอานุภาพของถ้อยคำที่เปลี่ยนจาก “ฉันอยาก…” เป็น “ฉันเลือก…” ความหมายภายในเปลี่ยนไปทันที ราวเรายกหางเสือให้กับชีวิตของตัวเอง และพร้อมรับสมการของข้อแลกเปลี่ยนที่ตามมา
ในแก่นของการทำงานเช่นนี้ ความรู้จากหลายสำนักมาบรรจบอย่างเป็นธรรมชาติ การกำกับตนผ่านผัสสะ (interoception) ทำให้เรากลับสู่ศูนย์กลางเมื่ออารมณ์ร้อน การสะท้อนด้วยสติและเชิงประสบการณ์ช่วยชะลอ ladder of inference ไม่ให้พาเราก้าวข้ามข้อมูลเร็วเกินไป และการตั้งเจตนา (intention) ที่ลงรายละเอียดระดับประสาทสัมผัสจะเพิ่มแรงบันดาลใจที่พอเหมาะต่อการลงมือ โดยไม่กดดันตนเองจนล้า ในอีกมุม การฝึก “เลือก” อย่างรู้ตัวก็คล้ายการยืนยันคุณค่าและลำดับความสำคัญภายใน เชื่อมความหมายกับทรัพยากรที่มีจริงในปัจจุบัน ทั้งเวลา พลังงาน และความช่วยเหลือที่ต้องขอ
บทเรียนในมาสเตอร์คลาสวันที่สองใกล้จะจบลง พร้อม ๆ กับความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญได้เริ่มขึ้นแล้ว ตั้งแต่ชั่วขณะที่ใครบางคนกล้าบอกตัวเองอย่างไม่คลุมเครือ ไม่ใช่เพียง “ฉันอยากเป็นคนแบบนั้น”
… แต่ “ฉันเลือกเป็นคนแบบนั้น”
และปล่อยให้การเลือกสะท้อนออกมาเป็นการกระทำเล็ก ๆ ในวันนี้ โดยไม่ต้องรอความสมบูรณ์แบบของวันพรุ่งนี้
.
.
🔜 ติดตามบทความสรุปการเรียนรู้ฉบับต่อไป รวมถึงบทความพิเศษ “การถอดบทเรียนและการนำไปประยุกต์ใช้ในองค์กร” ได้ที่เพจเร็ว ๆ นี้
+++++++++
เวทีจริงสำหรับผู้นำที่ไม่อยากตกขบวนธุรกิจแห่งอนาคต!!
นี่ไม่ใช่คอร์สที่เล่าเรื่อง ESG แบบทฤษฎีแต่คือ สนามปฏิบัติการ 2 วัน 1 คืน ที่จะเปลี่ยนมุมมอง ESG ของคุณให้เป็นอาวุธลับในการชิงความได้เปรียบทางธุรกิจ
intensive ESG
จะวางกลยุทธ์ ESG ของปีหน้าได้อย่างไร หากไม่รู้วิธี
🚨 ESG Strategy
6 ขั้นตอนจากเริ่มสู่แผนปฎิบัติการความยั่งยืน
หลักสูตรที่ได้รับรองเป็นการพัฒนาทักษะสูงจากสอวช.
ลดหย่อนภาษีได้ 250% !!
👉https://www.facebook.com/share/p/17UBD1u4Fs/
แอดไลน์ @dr.veeranut
โทรด่วน: 099-289-3645
+++++++++
บริการที่ปรึกษา และการออกแบบกลยุทธ์ ESG
+++++++++
ESG vs CSR แฝดคนละฝา
🔗 https://www.facebook.com/share/p/16BmPCGMJ4/
อย่าให้ Green / CSR มาหลอกคุณ
🔗 https://www.facebook.com/share/p/19imKXYvnF/
indset สำคัญกว่าโมเดล
ทำ ESG ต้องเริ่มจากเรา ไม่ใช่เริ่มจากรายงาน
🔗 https://www.facebook.com/share/p/14KaurYSRfA/
ESG ไม่ใช่ CSR 2.0
แต่คือ DNA ของธุรกิจอนาคต
🔗 https://www.facebook.com/share/p/17Pqu66dzs/
.
.
ดร.วีรณัฐ โรจนประภา (ดร.ใหม่)*
ที่ปรึกษาธุรกิจ ผู้เชี่ยวชาญกลยุทธ์ ESG SDGs
Success isn’t found; it’s designed and built.
TLMS – Creating Strategies for Growth
*เครดิตวิทยากร
* GRI Certified Sustainability Professional, Global Reporting Initiative
* Sustainable Business Strategy Harvard Business School Online
* ESG Impact: Investor Perspective Wharton University
* Carbon Investment: Bernard Consulting
* Sustainability Strategy Demystified Sasin Graduate Institute of Business Administration
* Digital Business Strategy: Harnessing Our Digital Future MIT Sloan
* Blockchain Technologies: Business Innovation and Application MIT Sloan
* Beyond Smart Cities: Emerging Design and Technology MIT MEDIA LAB
* Integrating the SDGs into Sustainability Reporting, the GRI Academy
* Reporting on Human Rights with the GRI Standards, the GRI Academy
* Reporting with the GRI standards, the GRI Academy
* Waste Management Impact Reporting, the GRI Academy
* Reporting on the Impact of Occupational Health and Safety, the GRI Academy
* The founder and director of the SustaInnovation Leadership program and the SustaInnovation in Action program
* ผู้ก่อตั้ง IDGs Bangkok Community Hub
* ผู้เขียนหนังสือ Buddhist IDGs
* ได้รับการยกย่องเป็นนักบริหารผู้สร้างสรรค์ของประเทศ โดยกรมสุภาพจิต
* A creator of world-class Awareness exhibition showcased by over 100+ media outlets from more than 40+ countries
* นักเขียน เจ้าของผลงานการเขียนหนังสือ 10+ เล่ม 1,000+ บทความ และบรรณาธิการระดับประเทศ
* วิทยากรด้านความยั่งยืนเวทีนานาชาติ และบรรยายให้กับองค์กร บริษัท มหาวิทยาลัย หน่วยงานราชการระดับประเทศ 100+
* นักสื่อสารด้านความยั่งยืน และการพัฒนาจากภายในคนแรกของประเทศไทย ที่ออกรายการเจาะใจ







ใส่ความเห็น