โลกเราแบ่งออกเป็นยุคสมัยต่าง ๆ กันเช่นยุคหิน ยุคเกษตร ยุคอุตสาหกรรม มาถึงยุคไอทีในทุกวันนี้ ยุคที่เรายังคุ้นเคยอยู่และส่วนหนึ่งของประเทศเรายังเป็นอยู่คือยุคเกษตรนั้นมนุษย์ใช้ “ความขยัน” ความพากเพียร อดทนเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน พัฒนา แต่มาโลกวันนี้ตัวขับเคลื่อนเปลี่ยนไป จากความขยันผ่านไปสู่การใช้ความรู้ หรือ “ความคิด“ เป็นตัวตัดสินในสนามแข่งขันชิงชัย ใครคิดเก่งก็ได้เปรียบ ใครคิดไม่ทันก็กลายเป็นผู้ตาม จะเรียกว่าใช้ความคิดเป็น “อาวุธ” ก็ได้ ดั่งที่เราเรียกวิชาความรู้ต่าง ๆ ว่าเป็น “ศาสตร์” อันย่อมาจาก ศาสตราอาวุธ นั่นเอง ใครรู้มากก็เหมือนมีอาวุธมาก แต่รู้มากนี้ไม่ใช่หมายถึงคิดมาก แต่หมายถึงคิดเก่ง หรือที่ิเดี๋ยวนี้เขาเรียกว่ามี “ความคิดสร้างสรรค์” ถึงขนาดที่รัฐบาลก่อนชูออกมาเป็นนโยบาย เป็นแนวทางในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้สามารถแข่งขันกับคนอื่น ๆ ได้ ก็ต้องเป็นเศรษฐกิจชนิดที่เจาะจงว่าเป็น “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” หรือ Creative Economy ไม่มีข้อสงสัยกับหลักการความถูกต้องในเรื่องนี้ แต่ปัญหาสำคัญสำหรับคนที่อยากปฏิบัติตามก็คือ แล้วอย่างไรล่ะถึงจะเรียกว่า “สร้างสรรค์” คำตอบส่วนใหญ่หนีไม่พ้นเรื่องของความแปลก ใหม่ ไม่เหมือนใคร ไม่ซ้ำใคร ตอบเช่นนี้จะว่าถูกก็ถูกล่ะครับ แต่เป็นเพียงแค่ส่วนเดียว และเป็นส่วนเล็กเสียด้วย แล้วส่วนใหญ่คืออะไรล่ะ ? ก่อนเฉลยลองตอบคำถามนี้เล่น ๆ กันดูก่อนนะครับ สินค้าอะไรที่สร้างสรรค์ที่สุดของมนุษยชาติ ? คงได้กันหลากหลายคำตอบขึ้นอยู่แต่ละสำนักจะใช้เกณฑ์วัดใดในการตัดสิน ซึ่งแต่ละคำตอบก็มีเหตุผลที่มีน้ำหนักในการสนับสนุน แต่เฉลยที่ผมชอบที่สุดคือ “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” ครับ หลายคนแปลกใจ และฉงนเพราะนึกไม่ถึง หรือไม่เชื่อว่าเป็นไปได้อย่างไร ก็ไม่น่าแปลกครับเพราะปัจจุบันบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนี้กลายเป็นของสามัญที่เห็นกันดาดดื่น มีอยู่ทุกบ้าน ทุกสำนักงาน แต่ลองนึกย้อนไปในอดีตสัก 50 ปีที่แล้วก่อนจะมีมันซิครับ สมัยที่จะหาซื้ออาหารการกินต้องเข้าตลาด หรือไม่ก็ตามร้านค้า แผงลอย รถเข็นปรุงกันสด ๆ ตามชุมชน ใครที่เกิดหิวหลังตะวันตกดินก็ต้องกลับบ้านทำกินเอง ถ้าที่บ้านไม่มีอาหารสดตุนไว้เป็นอันต้องหิ้วท้องรอพระอาทิตย์ขึ้นกัน แล้วใครล่ะครับที่สามารถคิดได้ว่าสามารถนำเอาอาหารหลักอย่างบะหมี่มาอบแห้ง พร้อมปรุงเพียงแค่ลวกน้ำร้อนลงไป แถมสามารถเก็บตุนได้นาน ราคาก็ไม่แพงมาก เห็นไหมครับคนที่คิดเช่นนี้ได้ในยุคนั้น จัดเป็นการคิดใหม่ ทั้งยังสร้างสรรค์สุด ๆ เป็นประโยชน์ต่อมหาชนอย่างยิ่งจนกลายเป็นมรดกของมนุษยชาติกันเลย และความเป็น “ประโยชน์” นี่แหละครับคือเงื่อนไขที่ผมเกริ่นไว้ว่าสำคัญที่สุด ไม่แปลกสำหรับความคิดแปลก ๆ ใหม่ ๆ แต่จะเรียกว่าความคิดสร้างสรรค์ได้ก็ต่อเมื่อความคิดแปลกใหม่นั้นต้องเป็นประโยชน์กับคนอื่น ๆ ด้วย หากไม่เช่นนั้นความแปลกนั้นคงเป็นได้เพียง จินตนาการ หรือความเพ้อฝันอันไม่มีแก่นครับ สิ่งที่ “อัจฉริยะ” คิด กับสิ่งที่ “คนบ้า” คิดอาจไม่สามารถทำให้เป็นจริงได้ทั้งคู่แต่สิ่งที่ต่างกันคือคนบ้าคิดเพ้อเจ้อฝันเฟื่องไปเรื่อย ๆ แต่อัจฉริยะคิดบนรากของประโยชน์ส่วนรวมหรือแวดวงวิชาการของเขาครับ ใครที่จะเริ่มทำ Creative Economy อย่าลืมเริ่มที่คิดประโยชน์ไม่ใช่คิดให้แปลกเข้าว่านะครับ !

ความคิดสร้างสรรค์
Search
Popular Posts
Categories
Archives
- พฤษภาคม 2026
- เมษายน 2026
- มีนาคม 2026
- กุมภาพันธ์ 2026
- มกราคม 2026
- ธันวาคม 2025
- พฤศจิกายน 2025
- ตุลาคม 2025
- กันยายน 2025
- สิงหาคม 2025
- กรกฎาคม 2025
- มิถุนายน 2025
- พฤษภาคม 2025
- มีนาคม 2025
- กุมภาพันธ์ 2025
- ธันวาคม 2024
- พฤศจิกายน 2024
- ตุลาคม 2024
- กันยายน 2024
- สิงหาคม 2024
- กรกฎาคม 2024
- มิถุนายน 2024
- พฤษภาคม 2024
- เมษายน 2024
- กุมภาพันธ์ 2024
- มกราคม 2024
- ธันวาคม 2023
- พฤศจิกายน 2023
- ตุลาคม 2023
- กันยายน 2023
- สิงหาคม 2023
- กรกฎาคม 2023
- มิถุนายน 2023
- พฤษภาคม 2023
- เมษายน 2023
- มีนาคม 2023
- มกราคม 2023
- ธันวาคม 2022
- ตุลาคม 2022
- กันยายน 2022
- สิงหาคม 2022
- กรกฎาคม 2022
- มิถุนายน 2022
- พฤษภาคม 2022
- เมษายน 2022
- มีนาคม 2022
- กุมภาพันธ์ 2022
- ธันวาคม 2021
- ตุลาคม 2021
- กันยายน 2021
- สิงหาคม 2021
- กรกฎาคม 2021
- มิถุนายน 2021






ใส่ความเห็น