คำขวัญวันเด็ก

        เป็นกิจวัตรประจำที่ทุกต้นปีเราจะมีประโยคเด็ด ๆ วลีเท่ห์ ๆ ออกมาให้ได้ฟังกันเป็นสโลแกน หรือเรียกว่าเป็นคำขวัญให้เด็กและเยาวชนของเราได้ท่องกันเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ         ส่วนใหญ่เด็กก็ท่องเพื่อเก็บไว้ตอบเวลาสอบหรือเวลาไปเที่ยวแล้วพิธีกรถามเพื่อให้รางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ จนบางครั้งนึกดูก็อดอมยิ้มไม่ได้ว่าฯพณฯนายกฯท่านอุตส่าห์ตั้งมา เด็กท่องอยู่แป๊บ ๆ พักเดียวแล้วก็ลืมกันไป ไม่เชื่อลองถามตัวเราเองที่ก็เคยเป็นเด็ก เคยต้องท่องให้จำทุกปีดูซิครับว่าเราจำได้นานแค่ไหน ที่สำคัญคือจำได้แล้วได้คิดที่จะทำตามที่ท่านมอบให้นั้นแค่ไหน ไม่ได้แกล้งว่า แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้มีการนำไปปฏิบัติตามคำขวัญนั้นนักหรอกครับ !         ที่จริงพวกคำขวัญนี้ในแวดวงการบริหารเขาก็ใช้กันทั้งยังเป็นเรื่องสำคัญด้วยเพราะเป็นวิสัยทัศน์ เป็นเป้าหมายให้คนในองค์กรได้ตระหนักเพื่อจะได้เดินไปทิศทางเดียวกัน ซึ่งถ้ามองเด็ก ๆว่าเป็นเหมือนพนักงาน มองประเทศว่าเป็นเหมือนบริษัทแล้ว การให้เด็กท่องคำขวัญ ก็เหมือนเป็นการย้ำเป้าหมายที่ประเทศชาติคาดหวังให้เขาเป็น ซึ่งก็น่าจะได้ประโยชน์ไม่น้อยอยู่         แต่ความจริง เด็กต่างจากพนักงานเพราะพนักงานนอกจากมีวัยวุฒิที่ทำให้พอจะเข้าใจเรื่องของวิสัยทัศน์และเป้าหมายได้มากกว่าเด็กแล้ว ยังมีเรื่องของรายได้ ความก้าวหน้า ความมั่นคงให้ต้องคำนึงถึง จึงเท่ากับมีแรงขับเคลื่อนให้ปฏิบัติตามคำขวัญของหน่วยงานตน ยิ่งหากบวกกับการกระตุ้นเร้าจากฝ่ายบริหาร การตั้งคำขวัญให้พนักงานท่องขึ้นใจก็มีสิทธิที่จะเกิดผลต่อเนื่องออกมาตามประสงค์         ส่วนเด็กท่องจบแล้วก็แล้วกัน ไปสนุกเพลิดเพลินตามวัย ก็เป้าที่ผู้ใหญ่ไปหวังจากเขา เขาไม่รู้ว่าเมื่อเขาทำตามนั้นแล้วเขาจะได้อะไร (เว้นแต่เวลาไปงานวันเด็กได้ตอบตามนั้นแล้วได้กระปุดออมสิน ได้ท๊อฟฟี่)         การตั้งคำขวัญวันเด็กเลยค่อย ๆ กลายเป็นประเพณีที่สักแต่ทำ ๆ กัน แม้จะมีความจริงแฝงอยู่มากในแต่ละปีว่าผู้มีอำนาจคือนายกฯนั้นมองอนาคตของชาติว่าเป็นอย่างไร และอยากให้เดินไปทางไหนอย่างเช่นของปี 2529 ป๋าเปรม ท่านให้ไว้ว่า นิยมไทย มีวินัย ใช้ประหยัด ใจสัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม ซึ่งท่านเน้นเรื่องของนิยมไทยเพราะช่วงนั้นเด็กเราไปเห่อของนอกกันมากจนเกิดปัญหาค่านิยม หรือของคุณชวน เมื่อปี 2536 ยึดมั่นประชาธิปไตย ร่วมใจพัฒนา รักษาสิ่งแวดล้อม หากจำได้ช่วงนั้นบ้านเมืองเราก็มีวิกฤติเรื่องการเรียกร้องประชาธิปไตยกันมาก หรือล่าสุดปีนี้ของคุณยิ่งลักษณ์ คือ “สามัคคี มีความรู้ คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี“ ก็มีเรื่องของเทคโนโลยีแทรกเข้ามาให้เด็กใส่ใจกัน ซึ่งหากวิเคราะห์จากภาพรวมของสังคมก็พอจะเห็นอะไรได้มาก โดยเฉพาะที่ผมชอบที่สุดคือการสรุปของผู้รู้อยู่ท่านที่ท่านพูดถึงคำขวัญวันเด็กนี้ว่า เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำไม่ได้ แล้วอยากให้เด็กทำ ! หรือต่อไปผู้ใหญ่ควรหันมาทำตามคำขวัญวันเด็กกับเด็ก ๆ ด้วยดีนะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *