กศน.

        คุยซะดีที่แท้แพ้กิเลส น่าสมเพชเตือนเท่าไหร่ก็ไม่เห็น ตกเป็นทาสกิเลสอยู่เช้าเย็น จะอวดเป็นปราชญ์ไปทำไมนา ชื่อบทกับขึ้นต้นบทฉบับนี้ดูไม่ค่อยคล้องกันเท่าไหร่         ชื่อบทนี้ย่อมาจาก การศึกษานอกระบบ หรือจะขยายเป็นการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัยก็ได้ เป็นระบบการศึกษาของผู้ที่อาจจะขาดโอกาสด้วยสถานะทางเศรษฐกิจ หรือปัญหาครอบครัว สังคมต่าง ๆ ทำให้ไม่ได้เรียนในระบบกับเพื่อนรุ่นเดียวกันเลยต้องมาเรียนภายหลังแบบนอกระบบ แต่ทำไมผมเลือกคำกลอนบทนี้มาเปิดต่กันนั้นไว้ปิดท้ายบทค่อยเฉลยนะครับ         ตอนนี้มาถามคำถามคุณง่าย ๆ ก่อนว่าเมื่อพูดถึงเรื่องการศึกษาคุณนึกถึงอะไรเป็นสิ่งแรกครับ หลายคนนึกถึงห้องเรียน โรงเรียน หลายคนนึกถึงตำรา หนังสือ         ขณะที่ยุคนี้หลายคนอาจนึกถึงคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต ไล่ไปจนถึงนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่เป็นข่าวใหญ่โตในกระแสและเริ่มออกมามีบทบาทแล้วอย่าง “แท๊ปเล็ต” หรือกระดานชนวนยุคไฮเทค คุณว่าคำตอบไหนถูกครับ ?         สำหรับผมต้องขอเฉลยแบบยียวนหน่อยแต่ก็ตรงกับใจจริง ๆ ตรงกับที่ต้องการจะสื่อจริง ๆ ก็คือทุกคำตอบ “ถูก” แต่ ”ไม่ถูก” ครับ         “ถูก” คือถูกกับสิ่งที่เกิดขึ้นและตรงกับสิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าการศึกษาก็คือการที่เด็กไปศึกษาหาความรู้ในห้องเรียน ตามตำรับ ตำรา ตามอินเตอร์เน็ต         แต่ “ไม่ถูก” ก็ตรงที่ไม่ตรงใจคนถาม ไม่ตรงกับภาพการศึกษาที่ผมหวังไว้ทั้งยังเสมือนเป็นตรงกันข้ามด้วย เพราะภาพที่ผมหวัง ฝัน จินตนาการเมื่อพูดถึงการศึกษาก็คือการ “เรียนรู้” ชีวิตทั้งชีวิตเรียนเรื่องสุข-ทุกข์ในใจมากกว่ารวย-จนทางกาย         การเรียนที่จะรู้สิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรา ครอบครัว สังคม ธรรมชาติ ไม่เฉพาะวิชาการเชิงทฤษฏีในห้องเรียนภาพที่ผมอยากเห็นคือ ขายข้าวแกงไปก็เรียนรู้ชีวิตไป เตะฟุตบอลไปก็เก็บเกี่ยวทักษะความรู้ไป เลี้ยงลูกไปก็ศึกษาจิตใจตัวเองไป         นี่แหละครับเป็นสิ่งที่ควรศึกษาที่สุด และหากใช้ภาพจำลองอย่างของผมนี้จะเห็นว่าการศึกษาในห้องเรียน การศึกษาจากการอ่านตำรา การสืบค้นทางอินเตอร์เน็ตนั้นล้วนเป็นเพียงส่วนย่อย ส่วนน้อยนิดเหลือเกินในการศึกษา และต้องบอกต่อว่าเป็นเพียงส่วนประกอบย่อยคือเป็นเครื่องมือที่ใช้นำทางไปสู่เป้าหมายหลักเท่านั้น         หากชีวิตเกิดมามีเป้าคือมี “ความสุข” มีความปลอดภัย มั่นคง การศึกษาในห้องเรียนก็เป็นเพียงศาสตร์ที่ไว้หาเงินเพื่อมาบรรเทาทุกข์ที่เกิดขึ้นนี้ ส่วนการศึกษาที่แท้จะอยู่นอกห้องเรียนคือเป็นการศึกษาใจตนเองที่ก่อทุกข์ว่าจะแก้ปรับให้เป็นสุขสมตามเป้าหมายของชีวิตได้อย่างไร         สรุปกศน.ของผมไม่ใช่การศึกษานอกระบบเท่านั้นแต่เป็นการศึกษาที่ย้อนกลับมาศึกษาในตัว ในใจเราเองหรือจะเรียกว่า “การศึกษาในตัว“ ก็ได้ โดยข้อสอบก็คือคำกลอนที่ผมนำมาเปิดนั่นแหละครับ คุณเห็นด้วยกับผมไหมครับ !

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *