ภาษาไทยนั้นเป็นภาษาสนุกมีลูกเล่น เป็นภาษาที่ทั้งผู้พูดและผู้ฟังต้องใช้ศิลปในการสื่อ คำเดียวกันพูดต่างระดับเสียงอาจมีความหมายต่างกันได้แบบตรงกันข้าม ตัวอย่างคงไม่ต้องยก คนไทยคุ้นเคยกับความสลวยเช่นนี้อยู่แล้ว ขณะที่บางคำออกเสียงเหมือนกันแต่พูดต่างเวลาความหมายก็อาจต่างกัน อย่างเช่นคำว่า “งานบุญ” ที่หากได้ยินในเวลาปกติฟังแล้วก็นึกถึงแต่เรื่องดี ๆ น่าชื่นใจ แต่หากได้ยินตอนปลายฝนโดยเฉพาะช่วงหลังวันออกพรรษา ฟังแล้วหลายคนไม่เพียงไม่ชื่นใจทั้งยังอาจรู้สึกกลุ้มใจหน้าบอกบุญไม่รับด้วยซ้ำ เพราะหมายถึงต้องเสียเงินทองที่ตัวเองก็ลำบากอยู่แล้วมาทำบุญเพื่อรักษาหน้า หรือรักษาสัมพันธ์ของเพื่อนผู้มาบอกบุญซึ่งการทำบุญเช่นนี้นอกจากจะไม่ได้บุญ หรือได้ก็ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยแล้ว เผลอ ๆ ยังอาจจะได้บาปไปด้วยซ้ำ ซึ่งเรื่องนี้ควรช่วยกันสนใจทำให้เหมาะสมเพื่อดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรมอันดีของชาวพุทธเรา ฝ่ายผู้ที่ตั้งใจจะบอกบุญนั้นขอให้บอกด้วยความจริงใจ คือบอก “โอกาส” ที่ให้เพื่อนได้มีส่วนร่วมในบุญนั้นอย่าได้สักแต่แจกซองเพื่อหวังเงินบริจาคไปทอดผ้าป่า ทอดกฐินของตน ฝ่ายผู้ทำก็ต้องมองใจตัวเองเป็นใหญ่ หากเห็นประโยชน์ของงานบุญที่เพื่อนบอกแล้วเราพอมีกำลังที่จะจัดเงินอันมีค่าของเราไปเพื่อส่วนรวมเช่นนี้ก็ทำไปตามกำลังอย่าได้เบียดเบียนตนเอง ไม่ต้องไปกลัวว่าเพื่อนจะว่า เพราะการทำด้วยใจเล็งประโยชน์ที่จะเกิดจากการบริจาคนั้นแม้จะทำน้อยแต่ก็จะกลายเป็นบุญใหญ่ แต่หากสักแต่ใส่ซองให้จบ ๆ ไปเพราะเกรงใจแม้จะทำกี่ร้อย กี่พันก็อาจได้บุญไม่ถึงบาท นั่นเป็นงานบุญที่เกี่ยวกับศาสนพิธี แต่ยังมีงานบุญในอีกลักษณะที่ไม่ต้องรอกาละ หรือเทศะ เป็นงานบุญที่ทำกันได้ทุกวัน ที่หากทำให้ถูก ทำให้ดีแล้วย่อมเป็นบุญได้ไม่แพ้งานบุญในวัด นั่นก็คืองานปกติที่เราใช้ประกอบหาเลี้ยงชีพกันอยู่นั่นล่ะครับ “งานปกตินี่เป็นบุญอย่างไร ?” บางท่านอาจสงสัย คำตอบก็คืองานจะเป็นบุญเมื่อเราวางใจถูกว่างานที่ทำนี้ก็เพื่อช่วย “แก้ปัญหา” ให้คนอื่น ช่วยให้คนอื่นมีความสุขขึ้น ช่วยให้คุณภาพชีวิตเขาดีขึ้น วางใจได้แบบนี้ทำงานอะไรก็เป็นบุญอยู่ตลอดเวลา เพราะเราไม่ได้มองว่าเราจะได้กำไรจากเขาเท่าไหร่ แต่เรามองว่าเราจะช่วยให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความสุขมากขึ้นได้อย่างไร กลับกันคือหากวางใจผิดแม้จะได้ทำงานในองค์กรการกุศล ทำอยู่ใกล้ชิดพระสงฆ์องค์เจ้า ก็อาจได้บาปแทนก็เป็นได้ อย่างทำไปก็คิดดูแคลนคนที่เข้ามาพึ่งพิงเราไป ทำไปก็คิดจะหาประโยชน์ใส่ตัวจากงานนั้นไป ฉะนั้นใครที่อยากทำงานให้ได้บุญก็ไม่จำเป็นต้องดิ้นรนไปหางานในวัด ในสมาคมทำหรอกครับ แค่วางใจเป็น บุญก็เกิดทุกขณะแล้ว และมากกว่านั้นคือเมื่อเราทำด้วยใจเอื้ออาทร อยากให้ผู้รับได้ดี มีสุขนั่นหมายถึงเราสร้างความพอใจให้ลูกค้า และเมื่อลูกค้าประทับใจอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าไม่ใช่การสนับสนุนเรา ช่วยโฆษณาบอกต่อ มีความผูกพันธ์ ตอบแทนเราด้วยเงินทองตามสมควรหรือมากกว่าราคามาตราฐานของสินค้าหรือบริการนั้นด้วยซ้ำ ทำให้สุดท้ายเราก็จะได้ทั้งชีวิตที่เป็นบุญ ได้ทั้งงานที่สำเร็จ และนี่ก็คือเคล็ดลับสู่ความสำเร็จที่ไม่เพียงใช้ได้กับงานในวิถีดั้งเดิม แต่ยังใช้ได้กับวิถีการทำงานยอดนิยมในปัจจุบันอย่างที่ได้ยินกันบ่อย ๆ ว่า startup ด้วย เดี๋ยวนี้ไปไหนต่อไหน โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเรียนจบกันมาจะไม่ได้คุยกันเรื่องใครทำบริษัทห้างร้านข้ามชาติขื่อดังเงินเดือนสูงดั่งแต่ก่อนอีกแล้ว แต่จะคุยกันเรื่องการทำธุรกิจ startup กันทั้งนั้นจนอดสงสัยไม่ได้ว่าแล้วที่จริง startup นี่คืออะไร ต่างจากการเริ่มต้น start ทำธุรกิจทั่วไปอย่างไร คำตอบก็คือต่างตรงเริ่มในยุคดิจิตอลนี่ไงครับ ยุคที่การขยายตลาดสามารถทำได้แบบแทบจะไร้ขีดจำกัด ขอเพียงจับจุดถูกเผลอแพล็บเดียวงานเราจะโตขึ้นไม่ใช่เท่า 2 เท่า ไม่ใช่ สิบ 20 เท่า ไม่ใช่แม้แต่ร้อย หรือ 200 เท่าแต่เป็นพัน ๆ เท่ากันภายในปีเดียวนั่นเลย ธุรกิจที่มีศักยภาพโตแบบก้าวกระโดดนี่ล่ะครับ คือคำจำกัดความของ startup ที่มีแต่คนอยากจะผันตนมาเป็นเพราะมันโตเร็ว และรวยเร็ว แต่แม้จะนิยามต่างกันอย่างไรสุดท้ายเคล็ดของความสำเร็จก็ยังเช่นเดิมนั่นคือผู้ทำต้องเริ่มด้วยการคิดว่าจะ start ไปเพื่อแก้ปัญหาอะไรให้แก่สังคม เพราะหลักพื้นฐานที่สุดที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้นั่นคือเมื่อมีปัญหาย่อมมีความต้องการสินค้าหรือบริการที่มาแก้ปัญหานั้น ทำให้ startup ที่เริ่มด้วยฐานแห่งการแก้ปัญหานี้เท่ากับจะเริ่มด้วยการมีความต้องการของลูกค้าที่มั่นคงอยู่ในมือ ซึ่งเมื่อมาผนวกกับการสื่อสารอันกว้างไกลอย่างรวดเร็วจึงไม่ยากที่จะสำเร็จอย่างก้าวกระโดด ขณะที่หากเริ่ม start กันด้วยความโลภ จะรีบหาสินค้ามาโหนให้ทันกระแส จะพยายามสร้างกระแสความต้องการเทียมที่ไม่ได้มีความต้องการจริงขึ้นมา เช่นนั้นก็อาจสำเร็จในช่วงแรก ๆ แต่หลังจากกระแสนั้นซาหายไป ลูกค้าเริ่มเห็นถึงความไม่มีสาระของสินค้าที่ไม่จำเป็นนั้น การจะยังคงรักษาสถานภาพ startup ที่ประสบความสำเร็จจึงเป็นเรื่องยาก ต้องพับหมอนหอบเสื่อกลับบ้านกันไป ดังนั้นใครที่จะอินเทรนด์ผันมาเป็นผู้ประกอบการ startup ก็อย่าลืมเคล็ดลับข้อสำคัญนี้นะครับ เพราะใช้แล้วจะเป็นยิ่งกว่าผู้ประกอบการ startup คือจะเป็นผู้ประกอบการ start งานบุญ up ครับ !!

งาน (คือ) บุญ
Search
Popular Posts
Categories
Archives
- พฤษภาคม 2026
- เมษายน 2026
- มีนาคม 2026
- กุมภาพันธ์ 2026
- มกราคม 2026
- ธันวาคม 2025
- พฤศจิกายน 2025
- ตุลาคม 2025
- กันยายน 2025
- สิงหาคม 2025
- กรกฎาคม 2025
- มิถุนายน 2025
- พฤษภาคม 2025
- มีนาคม 2025
- กุมภาพันธ์ 2025
- ธันวาคม 2024
- พฤศจิกายน 2024
- ตุลาคม 2024
- กันยายน 2024
- สิงหาคม 2024
- กรกฎาคม 2024
- มิถุนายน 2024
- พฤษภาคม 2024
- เมษายน 2024
- กุมภาพันธ์ 2024
- มกราคม 2024
- ธันวาคม 2023
- พฤศจิกายน 2023
- ตุลาคม 2023
- กันยายน 2023
- สิงหาคม 2023
- กรกฎาคม 2023
- มิถุนายน 2023
- พฤษภาคม 2023
- เมษายน 2023
- มีนาคม 2023
- มกราคม 2023
- ธันวาคม 2022
- ตุลาคม 2022
- กันยายน 2022
- สิงหาคม 2022
- กรกฎาคม 2022
- มิถุนายน 2022
- พฤษภาคม 2022
- เมษายน 2022
- มีนาคม 2022
- กุมภาพันธ์ 2022
- ธันวาคม 2021
- ตุลาคม 2021
- กันยายน 2021
- สิงหาคม 2021
- กรกฎาคม 2021
- มิถุนายน 2021






ใส่ความเห็น