สถานธนานุบาล ผมชอบคำนี้เป็นส่วนตัว แต่มิได้ชอบเพราะชอบใช้นะครับ ชอบเพราะรูปคำและการออกเสียงที่สวยงาม มีเสน่ห์ แม้เมื่อเจาะลงไปสู่ความหมายแล้วหลายคนอาจจะไม่รู้สึกงามตามไปด้วย เพราะเป็นสถานที่ที่ไม่น่าจะมีใครพึงประสงค์จะเข้า แต่เด็กยุคใหม่อาจไม่ทราบว่าคือสถานที่นี้คือที่ใด งั้นก็ไม่ยากครับ มาเรียนภาษาไทยเบื้องต้นกันไปด้วยเลยเริ่มจากแยกเป็นคำ ๆ คือ “สถาน” แปลตรง ๆ ตัวว่าที่ พื้นที่ “ธนา” แปลว่า เงิน ส่วน “นุบาล” ย่นมาจาก “อนุบาล” แปลว่า ประคบประหงม เหมือนเด็กอนุบาล อนุบาลต้นไม้ฯลฯ รวมความแล้วคำนี้ก็หมายถึงพื้นที่ที่ไว้ดูแลด้านการเงินเบื้องต้น หรือประคบประหงมฐานะการเงินของผู้เข้าไปใช้สถานที่นั้น สรุปง่าย ๆ ก็คือ “โรงรับจำนำ” นั่นเอง คนส่วนใหญ่ไม่อยากเข้าโรงรับจำนำเพราะนั่นหมายถึงความขัดสนในการเงินของตัว แต่หากมองลึก ๆ ไปถึงวิถีชีวิต ผมว่าโรงรับจำนำนับเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของสังคม เมื่อใครเกิดวิกฤตการเงินก็นำเอาข้าวของไปค้ำไว้เพื่อหมุนเอาเงินมาจับจ่ายในสิ่งจำเป็นเร่งด่วน จากนั้นค่อยทะยอยหาเงินมาไถ่เอาของกลับมาใช้ หมดอีก ก็เข้าวงจรนี้อีก แม้อาจดูไม่ค่อยดี แต่ก็เป็นตัวช่วยขับเคลื่อนชุมชนให้เดินต่อได้มาอย่างยาวนาน ที่สำคัญอีกอย่างที่คนไม่เคยใช้บริการอาจมองข้ามไปคือการได้ฝึกเลือกซื้อของใช้ส่วนตัวครับ คนมีฐานะไม่เดือดร้อนอยากได้อะไรก็ซื้อหาตามอยากนั้นได้ แต่คนที่ต้องเข้าสถานธนานุบาลนี้เป็นนิตย์เวลาพอเก็บเงินได้จะซื้ออะไรอาจต้องพิจารณาถี่ถ้วนหน่อย คือต้องเป็นของที่มีมูลค่ามากพอที่หากอนาคตเกิดปัญหาด้านการเงินเรายังสามารถนำไปจำนำได้ราคา ไม่ใช่เข้าโรงจำนำเมื่อไหร่ก็แทบเป็นลมเพราะไม่เหลือราคาค่างวดให้นำเงินออกมาหมุนกัน ยกตัวอย่างให้เห็นภาพอย่างคุณผู้หญิงอยากแต่งตัว อยากได้เครื่องประดับ ระหว่างเอาเงินไปซื้อทองยามเดือดร้อนทองนั้นยังนำไปแปะโป้งได้เกือบเต็ม ๆ (หรืออาจมากกว่าหากราคาทองขึ้น) แต่ถ้านำเงินนั้นไปซื้อชุดราตรีหรูแบรนด์เนม เมื่อเงินช็อตชุดนั้นไม่สามารถแปรเป็นเงินมาหมุนได้เลย หรืออย่างที่เห็นประจำอีกอย่างก็พวกเครื่องใช้ไฟฟ้า วิทยุ ทีวี โฮม เธียร์เตอร์ เวลาไปจำนำเงินแทบจะหายไป 80 เปอร์เซ็นต์ 90 เปอร์เซ็นต์ ใครก่อนซื้อของมองเผื่อแบบนี้ ก็เท่ากับได้ฝึกการเลือกซื้อของของไปในตัว ที่เขียนแบบนี้ไม่ได้ส่งเสริมให้เข้าโรงรับจำนำนะครับ แต่ผมอยากจะชวนมองมุมใหมว่าวิถีการหมุนเงินแบบนี้ล่ะครับที่ดี และเหมาะสมกว่าวิถีใหม่ กับสารพัดบัตรเงินด่วนทันใจ บริการสินเชื่อส่วนบุคคลที่ดูอินเทรนด์นั้นเยอะมาก ๆ เพราะการหมุนเงินผ่านโรงรับจำนำดั้งเดิมแบบนี้ผู้กู้มีทรัพย์สินที่มีมูลค่าจริงไปแปรเป็นเงินออกมา ไม่ได้หวังเพิ่งเงิน หรือรายได้จากอนาคต แม้ท้ายสุดจะหาเงินมาไถ่คืนไม่ไหวก็แค่ปล่อยของขาด ไม่โดนการติดตามทวงหนี้โหดแบบที่เป็นข่าว ต่างจากการหมุนเงินปัจจุบันที่ใช้ “เครดิต” แข่งกันปล่อยจนลูกค้าเคยตัว ใช้เงินในสิ่งที่อาจไม่จำเป็นจริง ก่อให้เกิดการกระตุ้นการใช้เงินผิดประเภทได้ง่าย เพราะเห็นสะดวก เมื่อความอยากครอบงำก็อาจยั้งใจไม่ทัน ซึ่งเมื่อถึงจุดนั้นก็หมดโอกาสกลับใจจำต้องเป็นหนี้ที่ไม่จำเป็นไปกันแล้ว ที่ยกเรื่องเครดิตนี้มานอกจากเพื่อติงกันให้ระมัดระวังเรื่องการหมุนเงินอันเป็นของนอกกายแล้ว ยังอยากจะท้วงกันเรื่องของการหมุนของในกายเราด้วยซึ่งก็ไม่ต่างกันเลย ภายนอกเราเอาของมีค่าไปจำนำเพื่อแลกมากับความสุข ภายในเราก็ชอบที่จะนำเอาทรัพย์ภายในที่มีค่าที่สุดของเราไปจำนำเพื่อแลกเอากับความสุข ความพอใจของเราเช่นกัน คนอายเมื่อเอาของที่เป็นรูปธรรมเข้าโรงรับจำนำภายนอก แต่คนไม่อายเมื่อเอาของที่เป็นนามธรรมเข้าโรงจำนำภายใน เราไม่ลังเลที่จะจำนำทรัพย์ที่มีค่ายิ่งภายในของเราเพื่อให้ได้มาซึ่งความสุข ความพอใจ ทรัพย์นั้นคืออะไร ? ทรัพย์นั้นคือ “สติ” ครับ เราชอบเอาสติไปแลกกับความอยากสารพัดเข้ามาในใจ เรามักเอาสติไปแลกกับความโกรธให้มันเผาใจ หรือแม้แต่เราเอาสติไปแลกกับความหลงคิดเรื่อยเปื่อยเข้ามาในเรา หน้าที่ของสติคือการป้องกันสิ่งไม่ดี ไม่งามพวกนี้ สติทำให้เรารู้เท่าทันความอยากได้ เลยไม่เผลอหยิบเงินจับจ่ายแบบไม่จำเป็น สติให้ใช้เหตุผลในการตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ สติช่วยให้ความโกรธอยู่ไม่ได้ ทำให้ไม่ไปบันดาลโทสะใส่ใครให้เดือดร้อนใจภายหลัง สติช่วยให้ไม่คิดฟุ้งซ่านโดยไม่จำเป็น ทำให้ไม่เสียพลังงานไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ฉะนั้นจะได้เสพความอยาก ได้สะใจกับการบันดาลโทสะ ได้คิดมันให้เมามัน เราจึงต้องทำลายสติ หรือจะเรียกเบา ๆ ว่าเอาสติไปฝาก ไปจำนำไว้นั่นเอง และที่น่าเศร้ายิ่งขึ้นคือคนส่วนใหญ่ไม่ยอมไถ่สติออกมาเสียด้วย ปล่อยให้หลงจู๊ยึดไปอย่างถาวรเลย คนเอาทีวีไปจำนำยังพยายามหาเงินไปไถ่ออกกลับมาเป็นสมบัติของตน แต่สติคนไม่สนใจ จำนำแล้วมักปล่อยขาด ทั้ง ๆ ที่บรมครูของเราท่านฝากไว้เป็นเรื่องสุดท้าย ในวาระสุดท้ายก่อนท่านจะละสังขารจากโลกนี้ไป พระพุทธองค์ทรงมีปัจฉิมวาจามีในครั้งสุดท้ายว่า วยธมฺมา สงฺยารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ แปลว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดาท่านทั้งหลายจง (ยังประโยชน์ ตนและประโยชน์ผู้อื่น) ให้ถึงพร้อม ด้วยความไม่ประมาท(มีสติ)เถิด ใครยังไม่ไปไถ่สติออกมาใช้ รีบ ๆ กันหน่อย อย่าให้โดนยึดไปนะครับ !

จำนำสติ
Search
Popular Posts
Categories
Archives
- พฤษภาคม 2026
- เมษายน 2026
- มีนาคม 2026
- กุมภาพันธ์ 2026
- มกราคม 2026
- ธันวาคม 2025
- พฤศจิกายน 2025
- ตุลาคม 2025
- กันยายน 2025
- สิงหาคม 2025
- กรกฎาคม 2025
- มิถุนายน 2025
- พฤษภาคม 2025
- มีนาคม 2025
- กุมภาพันธ์ 2025
- ธันวาคม 2024
- พฤศจิกายน 2024
- ตุลาคม 2024
- กันยายน 2024
- สิงหาคม 2024
- กรกฎาคม 2024
- มิถุนายน 2024
- พฤษภาคม 2024
- เมษายน 2024
- กุมภาพันธ์ 2024
- มกราคม 2024
- ธันวาคม 2023
- พฤศจิกายน 2023
- ตุลาคม 2023
- กันยายน 2023
- สิงหาคม 2023
- กรกฎาคม 2023
- มิถุนายน 2023
- พฤษภาคม 2023
- เมษายน 2023
- มีนาคม 2023
- มกราคม 2023
- ธันวาคม 2022
- ตุลาคม 2022
- กันยายน 2022
- สิงหาคม 2022
- กรกฎาคม 2022
- มิถุนายน 2022
- พฤษภาคม 2022
- เมษายน 2022
- มีนาคม 2022
- กุมภาพันธ์ 2022
- ธันวาคม 2021
- ตุลาคม 2021
- กันยายน 2021
- สิงหาคม 2021
- กรกฎาคม 2021
- มิถุนายน 2021






ใส่ความเห็น