ธรรมชาติมีความพิเศษที่สำคัญอยู่อย่าง นั่นคือการพยายามรักษาไว้ซึ่งเผ่าพันธุ์ของตนเอง เช่นลำไยที่หากใครเอาไฟไปเผา ก็จะผลิดอกออกผลมากขึ้นเพื่อรักษาพันธุ์ของตนไว้ หรือสัตว์บางชนิดที่จะสูญพันธุ์ก็จะมีกลไกบางอย่างมาป้องกันตนเอง หรือแม้แต่มนุษย์เราเองยามตกอยู่ในความกลัว ความวิตกกังวลด้านการมีชีวิตอยู่ ก็พลิกมาออกด้านความต้องการเสพสมที่มากขึ้น นี่เป็นสัญชาตญาณการรักษาเผ่าพันธุ์นั่นเอง เกริ่นเรื่องนี้เพราะนึกถึงพระสูตรหนึ่งที่ว่าด้วยการกำเนิดของมนุษย์แล้วได้ข้อคิดเทียบเคียงกับปัจจุบันนี้หลายอย่างเลยขอนำมาฝากครับ ช่วงต้นของพระสูตรจะเกี่ยวกับการติดในรสชาติอาหารของสิ่งมีชีวิตที่มีความปราณีต แต่เมื่อมาพอใจรสหยาบ อาหารหยาบ ร่างกายก็หยาบตาม จนในที่สุดก็วิวัฒน์มาเป็นร่างกายมนุษย์อย่างพวกเราในปัจจุบัน ถัดมาจะเป็นช่วงที่ผมสนใจนั่นคือเริ่มจากเดิมมนุษย์อยู่ร่วมกันโดยมีธรรมชาติจัดสรรอาหารการกินให้อย่างเหลือเฟือ มนุษย์หิวก็ออกไปหาข้าวกินตามต้นได้อย่างง่ายดาย ข้าวก็ออกรวงสม่ำเสมอโดยไม่มีเปลือก จนวันหนึ่งมีมนุษย์ที่ขี้เกียจไม่อยากไปเก็บทุกครั้งที่ร่างกายต้องการแต่เก็บ “เกิน” เผื่อไว้หิวหน้า คือตอนเย็นด้วย เมื่อทำคนหนึ่งคนอื่นเห็นคนอื่นก็ทำบ้างจนในที่สุดทุกคนก็ต่างเก็บสำรองไว้ทั้งวันไม่ต้องเหนื่อยออกหาทุกครั้งที่หิวอย่างเคย แต่นั่นยังไม่พอกับความ “ขี้เกียจ” ของมนุษย์ เมื่อสะสมเผื่อมื้อหนึ่งสบายมื้อหนึ่ง ก็เริ่มที่จะสะสมยาวขึ้นเป็น 7 วันสบาย 7 วันเป็นกึ่งเดือน เป็นหนึ่งเดือน คนหนึ่งทำ คนอื่นเห็นเพื่อนสบายไม่ต้องออกไปหาข้าวทุกวัน ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน ก็เลียนแบบ ต่างคนต่างสะสมข้าวไว้กินเองเป็นเดือน และเมื่อทุกคนพร้อมใจกันทำเช่นนี้ ข้าวซึ่งเคยเหลือเฟือก็ขาดแคลน ธรรมชาติก็ปรับตัวตามกฏของธรรมชาติที่พัฒนามาป้องกันตัวเอง พืชบางชนิดก็ผลิตหนามแหลม บางชนิดก็มีเปลือกหนา ส่วนข้าวพอเริ่มจะสูญพันธ์จึงมีเปลือกขึ้นเหมือนดั่งปัจจุบันนี้ และเมื่อมีส่วนเกินมาก กักตุนไว้มากขึ้น ๆ จนกิดความขาดแคลน คนสะสมได้มากก็ต้องมีการปักปันรั้วป้องกันคนมาขโมย คนขาดแต่เมื่อจำเป็นต้องกินก็ต้องใช้กำลังเข้าแย่งชิงกัน เรียกว่าเกิดเป็นกลียุค จากอยู่ร่วมกันเป็นสุขกลายเป็นอยู่กันอย่างศัตรูคอยจ้องจะแย่ง คอยระแวงจะถูกขโมย มีการใช้ความรุนแรง ใช้กำลัง ใช้อาวุธเข้าห้ำหั่นกัน สุดท้ายไม่สามารถรับสภาพนี้ได้ จึงหันมา ประชุมร่วมกันแล้วเลยเลือกคนที่แข็งแรงที่สุดขึ้นมาเป็นผู้ปกครองเผ่า คอยตัดสินคดีความจะได้ไม่ต้องตีกันเอง พระสูตรแจกแจงโดยละเอียดแต่ผมย่นย่อลงมาเสนอเพียงถึงช่วงเวลานี้ เพราะวิวัฒนาการต่อจากนี้ก็เริ่มต้นสู่บันทึกในประวัติศาสตร์คือเริ่มต้นของยุคหิน ที่นอกจากกำลังของหัวหน้าเผ่าแล้วยังมีหมอผีที่ใช้ความกลัวในการปกครองคนอีก และพัฒนามาสู่ปัจจุบันที่ก็ยังไม่ต่างจากเดิมเมื่อหลายล้านปีก่อนเลย ทะเลาะ ขัดแย้ง ใช้กำลังและความรุนแรง จนนำไปสู่การเกิดสงคราม และปัญหาอื่น ๆ เรื่อยมา ดังนั้นใครบอกว่ายุคเราเป็นยุคที่เจริญแล้วอาจต้องคิดกันใหม่ว่าจริงล่ะหรือ ! เรากล้าบอกว่าเราเจริญทั้งที่เราก็ยังไม่ต่างจากมนุษย์ยุคหินนั้นเลย เราสะสมกันเกินความจำเป็นจนเกิดการขาดแคลน จนเกิดการใช้กำลังแย่งชิง เพียงแต่เปลี่ยนเครื่องมือจากการใช้กำลังเป็นเครื่องมือชิ้นใหม่ ๆ ที่เข้ายุคมากขึ้นเช่นจากขวาน จากธนู เป็นปืน เป็นระเบิด หรือการสร้างความกลัวให้คนยอมสยบจากกลัวสิ่งลี้ลับ กลัวภยันตราย เป็นกลัวจน กลัวลำบาก กลัวไม่มีตัวตนในสังคม ข้อสรุปที่ได้จากวิวัฒนาการนี้ก็คือหากมนุษย์เอาแต่เพียงพอดี ไม่โลภ การเบียดเบียนก็จะไม่เกิด การเอาเปรียบกันก็จะไม่เกิด แต่ในความเป็นจริงคือเราไม่พอดี เราโลภมาช้านานจนเราพัฒนาความโลภอันชั่วร้ายและไม่ถูกต้องนั้น มาฉาบทาด้วยค่านิยมที่สวยหรูจนบิดของผิดให้ยอมรับว่าถูกผ่านระบบที่เรียกว่า “ทุนนิยม” ทุนนิยม ที่มีพื้นมาจากการกอบโกย การสะสม การละโมบโลภมาก หาให้ได้มากที่สุดเท่าที่กำลังทุน กำลังความรู้ กำลังทรัพย์ต่าง ๆ จะทำได้ ทุนนิยมที่นำเอาเรื่องของกลไกตลาดมาเป็นข้ออ้างในความชอบธรรม ข้อแก้ต่างที่มักถูกใช้เสมอก็คือคำว่า “ตลาดเสรี” อันเป็นทฤษฏีที่ว่าหากตลาดเปิดเสรีร้อยเปอร์เซ็นต์ การเอารัดเอาเปรียบ การค้าขายขูดรีด การผูกขาดย่อมทำไม่ได้ ราคาขาย คุณภาพจะถูกปรับให้เข้าสู่ความเหมาะสมและสู่จุดสมดุลเอง หรือที่มักใช้ว่า ดีมานด์-ซัพพลาย ความต้องการและกำลังการผลิตจะทำให้ทุกอย่างในระบบสมดุลและออกมามีประสิทธิภาพสูงสุด มีความพยายามที่จะครอบงำ ความพยามที่จะโน้มน้าวให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในระบบนี้ ระบบที่รากฐานก็ระบุไว้ชัดเจนเลยว่าต้องหาส่วนต่าง ส่วนเกินหรือกำไรนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยมารวบรัดสรุปเอาว่าท้ายที่สุดแล้วผลลัพธ์จะออกมาดีมาก ๆ แต่ผลที่ประจักษ์อยู่นั้นก็แสดงให้เห็นว่าไม่เป็นความจริงเลย ไม่เช่นนั้นคงไม่ต้องมีองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคขึ้นมา ไม่ต้องมีงานบางอย่างที่ต้องเป็นรัฐวิสาหกิจ และไม่ต้องมีกฏหมายควบคุมราคาสินค้าบางประเภท นั่นก็เพราะความไม่สามารถเข้าสู่สมดุลได้จริงของระบบทุนนิยมนั่นเอง ตลกไหมครับ อยู่ในน้ำเน่าแล้วบอกว่าเน่าให้เต็มที่เถิดเดี๋ยวจะกลายเป็นน้ำใสได้เอง สุดท้ายผมนึกถึงคำของปราชญ์เอกของโลกอย่างท่านมหาตมะ คานธีท่านกล่าวไว้ว่า There is a sufficiency in the world for man’s need but not for man’s greed. โลกมีทรัพยากรเพียงพอกับมนุษย์ทุกคน แต่ไม่เพียงพอสำหรับความโลภของมนุษย์เพียงคนเดียว !

มนุษย์ยุคหิน
Search
Popular Posts
Categories
Archives
- พฤษภาคม 2026
- เมษายน 2026
- มีนาคม 2026
- กุมภาพันธ์ 2026
- มกราคม 2026
- ธันวาคม 2025
- พฤศจิกายน 2025
- ตุลาคม 2025
- กันยายน 2025
- สิงหาคม 2025
- กรกฎาคม 2025
- มิถุนายน 2025
- พฤษภาคม 2025
- มีนาคม 2025
- กุมภาพันธ์ 2025
- ธันวาคม 2024
- พฤศจิกายน 2024
- ตุลาคม 2024
- กันยายน 2024
- สิงหาคม 2024
- กรกฎาคม 2024
- มิถุนายน 2024
- พฤษภาคม 2024
- เมษายน 2024
- กุมภาพันธ์ 2024
- มกราคม 2024
- ธันวาคม 2023
- พฤศจิกายน 2023
- ตุลาคม 2023
- กันยายน 2023
- สิงหาคม 2023
- กรกฎาคม 2023
- มิถุนายน 2023
- พฤษภาคม 2023
- เมษายน 2023
- มีนาคม 2023
- มกราคม 2023
- ธันวาคม 2022
- ตุลาคม 2022
- กันยายน 2022
- สิงหาคม 2022
- กรกฎาคม 2022
- มิถุนายน 2022
- พฤษภาคม 2022
- เมษายน 2022
- มีนาคม 2022
- กุมภาพันธ์ 2022
- ธันวาคม 2021
- ตุลาคม 2021
- กันยายน 2021
- สิงหาคม 2021
- กรกฎาคม 2021
- มิถุนายน 2021






ใส่ความเห็น